ธนาคารโลกชี้ Covid-19 อาจสร้างคนยากจนแบบสุดขั้วถึง 150 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้

shutterstock_covid-crown-thailand

สถานการณ์ Covid-19 ทั่วโลกอาจกำลังดีขึ้น โดยเฉพาะในประเทศยักษ์ใหญ่จากซีกโลกตะวันตกที่มีวัคซีนเพียงพอและมีระบบการบริหารจัดการในการฉีดให้กับประชากรในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จาก สองประเทศที่มีตัวเลขการฉีดวัคซีนให้กับประชากรมากเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ที่ปัจจุบัน สามารถฉีดวัคซีนให้กับประชากรไปแล้ว 160 ล้านโดส หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของวัคซีนที่มีการฉีดทั่วโลก

- Advertisement -

อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า “ประเทศกำลังพัฒนา” ส่วนมากเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นของการฉีดวัคซีนเท่านั้น สาเหตุหลักที่ทำให้การฉีดวัคซีนล่าช้าคือเรื่องของงบประมาณ ที่สื่ออย่าง Bloomberg วิเคราะห์ว่า พวกเขาขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อวัคซีน โดยวัคซีน Covax ซึ่งมีองค์กรอนามัยโลกสนับสนุนเพื่อให้ประเทศที่ไม่ร่ำรวยนักได้เข้าถึงวัคซีนนั้นเพิ่งเริ่มจัดส่งได้เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง

แต่วัคซีนไม่ใช่คำตอบเดียวของประเทศกำลังพัฒนา – ประเทศยากจน เนื่องจากองค์กรอย่าง the International Monetary Fund มีการวิเคราะห์ ประเทศในแถบละตินอเมริกาจะไม่สามารถกลับสู่ตัวเลขการเติบโตเดิมของประเทศได้จนกว่าจะถึงปี 2023 และกว่าจะทำให้รายได้ต่อหัวของประชากรกลับมาเข้าสู่สถานะเดิม (ตอนที่ยังไม่มี Covid-19) นั้นอาจต้องรอให้ถึงปี 2025 เลยทีเดียว

ด้านธนาคารโลกก็บอกไปในทิศทางเดียวกันว่า การระบาดของไวรัสครั้งนี้จะทำให้มีผู้คนราว 150 ล้านคน กลายเป็นคนยากจนแบบสุดขั้ว (ธนาคารโลกใช้คำว่า Extreme Poverty) ภายในปี 2021

ธนาคารโลกบอกด้วยว่า ผู้คนที่จะกลายเป็นคนยากจนแบบสุดขั้วนี้ส่วนมากจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท แต่คนเมืองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยประเทศในกลุ่ม Middle-income นั้น 8 ใน 10 ของประชาชน มีโอกาสกลายเป็นคนกลุ่ม Extreme Poverty ด้วยเช่นกัน ซึ่งหนทางป้องกันที่ธนาคารโลกแนะนำก็คือการเตรียมตัวประชาชนในประเทศให้มีทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจาก Covid-19 จบลงนั่นเอง

Source

Source