“เพชร โอสถานุเคราะห์” ขายหุ้น “โอสถสภา” เกลี้ยงพอร์ต นำเงินทุ่มโครงการศิลปะวัฒนธรรมและการศึกษา

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จากการที่ผู้ถือหุ้น 2 รายในกลุ่ม Orizon ได้แก่ 1.Orizon Limited และ 2.คุณเพชร โอสถานุเคราะห์ ได้เข้าทำรายการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทที่ถืออยู่ จำนวน 381,359,000 หุ้น คิดเป็น 12.69% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ในราคาหุ้นละ 33 บาท หรือคิดเป็น มูลค่า 12,584 ล้านบาท

- Advertisement -

การขายหุ้น Big Lot ทั้ง 2 ราย แบ่งเป็น Orizon Limited จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 261,060,475 หุ้น คิดเป็น 8.69% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท หรือมูลค่า 8,645 ล้านบาท

คุณเพชร โอสถานุเคราะห์ จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 120,298,525 หุ้น คิดเป็น 4% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท หรือ มูลค่า 3,970 ล้านบาท ซึ่งขายให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564

โดย คุณเพชร ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นสูงสุดอันดับ 4 ได้ขายหุ้นโอสถสภาทั้งหมดที่ถืออยู่ เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการอื่นๆ โดยเฉพาะโครงการด้านศิลปะวัฒนธรรมและการศึกษาให้มากขึ้น มีเป้าหมายช่วยวางรากฐานของวงการศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาของประเทศชาติ

สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในโอสถสภาของคุณเพชร ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 “โอสถสภา” ได้ปรับโครงสร้างใหม่ หลังคุณเพชร ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารและ CEO เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ พร้อมเปิดทางให้ทีมผู้บริหารมืออาชีพเข้าบริหารงาน โดยมอบหมายให้ คุณกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ผู้บริหารที่มีประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจที่ผ่านงานกับบริษัทไทยและบริษัทข้ามชาติกว่า 40 ปีมาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร

“นิติ โอสถานุเคราะห์” ถือหุ้นเพิ่ม 

หลังการขายหุ้น Big Lot เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ของผู้ถือหุ้นกลุ่ม Orizon เมื่อนับรวมกันแล้วลดลงจาก 833,695,700 หุ้น หรือประมาณ 27.75% มาอยู่ที่ 452,336,700 หุ้น หรือประมาณ 15.06% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ

สำหรับผู้ถือหุ้นกลุ่ม Orizon เป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำการร่วมกัน หรือ acting in concert ประกอบไปด้วยผู้ถือหุ้น 7 คน ได้แก่ 1.Orizon Limited 2. คุณรัตน์ โอสถานุเคราะห์ 3. คุณเพชร โอสถานุเคราะห์ 4. คุณภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ 5. คุณภูรี โอสถานุเคราะห์  6. คุณคฑา โอสถานุเคราะห์และ 7.คุณนาฑี โอสถานุเคราะห์

นอกจากนี้ คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 500,030,000 หุ้น สัดส่วน 16.65% ได้ซื้อหุ้นของโอสถสภา เพิ่มเติมอีกจำนวน 215,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 33 บาท มูลค่า 7,095 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนหุ้น 715,030,000 หุ้น ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 23.80%

คุณวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โอสถสภา ชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท โครงสร้างการจัดการ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด และจากข้อมูลที่บริษัทได้รับแจ้งมาทราบว่า ยังไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ว่าด้วยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์หรือ Tender Offer แต่อย่างใด

โดยราคาหุ้น โอสถสภา วันที่ 30 มีนาคม 2564 ปิดที่ราคา 35 บาท +1.00 บาท เปลี่ยนแปลง 2.94% การซื้อขายหุ้น Big Lot ดังกล่าวเป็นการซื้อต่ำกว่าราคากระดานที่หุ้นละ 33 บาท