Kaojao ข้าวเจ้าแชทบอท เครื่องมือที่ร้านออนไลน์ต้องมี กับ 10 ฟีเจอร์ช่วยโตอย่างมีคุณภาพ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (LINE) หรืออินสตาแกรม (Instagram) กลายเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ธุรกิจ “ต้องมี” กันไปแล้ว โดยแทบทุกแบรนด์ต่างมีการใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า รวมถึงการใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มเพื่อวิเคราะห์หากลุ่มลูกค้าเป้าหมายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

- Advertisement -

แต่การใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้สร้างยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพอาจไม่ได้จบแค่การเปิดเพจ ทำคอนเทนต์ แล้วก็จ่ายเงินให้แพลตฟอร์มส่งต่อคอนเทนต์เหล่านั้นไปดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย เพราะทันทีที่กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจ และทักกลับมาที่แบรนด์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่ม ภารกิจของมนุษย์แอดมินในการดูแลลูกค้าก็จะเริ่มต้นขึ้นทันที และถ้าโฆษณานั้นมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ลูกค้าทักเข้ามาอย่างทะลักทลายพร้อมกันทีเดียวหลายสิบหลายร้อยคน ก็อาจเป็นเรื่องยากที่เพจ หรือร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กจะรับมือไหว หรือทำให้ลูกค้าทุกคนเกิดประสบการณ์ดี ๆ กับทางเพจได้

เพื่อเป็นการรับประกันว่า  การช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในปี 2021  แอดมินเพจไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กหรือใหญ่  จะสามารถดูแลลูกค้าทุกคน  ให้ได้รับประสบการณ์ดี ๆ ได้เหมือนกันทั้งหมด  เราจึงอยากชวนไปรู้จัก  ข้าวเจ้าแชทบอท (Kaojao Chatbot) บริการช่วยขายสินค้าบน Facebook และ Instagram ที่สามารถตอบแชท และส่งแจ้งเตือนไปยัง Messenger หรือ LINE ได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันข้าวเจ้าแชทบอทเป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Facebook และมีผู้ใช้งานมากกว่า 80,000 เพจ แถมในแต่ละเดือน ข้าวเจ้าแชทบอทได้เข้าไปช่วยเพจต่าง ๆ ตอบแชทลูกค้ามากกว่า 6 ล้านคนเลยทีเดียว

เปิด 10 ฟีเจอร์ช่วยเพจโต – รับออเดอร์ไม่พลาด

ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าฟีเจอร์ที่มากับข้าวเจ้าแชทบอทนั้นเข้าใจอินไซต์ร้านค้าออนไลน์ของไทยพอสมควร และได้เตรียมหาทางรับมือให้ร้านค้าได้อย่างน่ารัก ผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น

1. การสร้างข้อความต้อนรับ และตอบแชทอัตโนมัติ

แอดมินเพจหลายคนน่าจะอยากได้ฟีเจอร์นี้ไปใช้งานมากที่สุด เพราะการมีแชทบอทคอยช่วยตอบคำถามลูกค้าให้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นการแบ่งเบางานของแอดมินไปได้มากพอดู ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากแชทบอทเป็นระบบอัตโนมัติ ไม่ว่าลูกค้าจะทักเข้ามาพร้อมกันกี่ร้อยกี่พันคนก็สามารถตอบได้ทุกคนบนมาตรฐานเดียวกัน และเพจที่ตอบเร็ว ทาง Facebook ก็จะขึ้นป้ายสีเขียวพร้อมกับประโยคที่ว่าตอบแชทเร็วมาก เอาไว้ที่หน้าเพจเป็นเครื่องการันตีอีกด้วย

2. ดึงคอมเม้นท์เข้าไปที่ Inbox ใน Messenger

ถ้าพบว่าลูกค้ามีความสนใจ การพูดคุยกับลูกค้าในส่วนต่อไป เช่น การสอบถามรายละเอียดของสินค้า การเลือกสีเลือกลายเลือกขนาด ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่หน้าเพจ เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน การคุยกันต่อใน Inbox ของ Messenger จึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจมากกว่า ซึ่งข้าวเจ้าแชทบอทสามารถดึงลูกค้าที่สนใจให้เข้าไปอยู่ใน Messenger, Instagram หรือ LINE Official Account ได้ รวมถึงสามารถนำเสนอสินค้าที่หลากหลายตามที่เจ้าของร้านได้ตั้งค่าเอาไว้ให้ลูกค้าเลือกได้ด้วย

3. ซ่อนคอมเม้นท์จากหน้าเพจ

ถ้าไม่ได้อยู่ในวงการอาจไม่เข้าใจว่าทำไมร้านค้าออนไลน์ต้องอยากซ่อนคอมเม้นท์กันด้วย แต่สิ่งที่ข้าวเจ้าแชทบอทเข้าใจมาจากอินไซต์ของผู้ประกอบการที่มักพบว่าจะมีเพจคู่แข่งมาดึงลูกค้าไปอยู่เสมอ ฟีเจอร์ซ่อนคอมเม้นท์จึงเหมาะมากที่เพจออนไลน์จะใช้เพื่อรักษาฐานลูกค้าของตนเอง

4. การเช็คได้ว่า ลูกค้าคนใด CF แล้วแต่ยังไม่โอน

คอนเฟิร์มแล้วว่าจะซื้อ แต่ลูกค้ายังไม่โอนเสียที ยิ่งแบรนด์ที่มีลูกค้าติดต่อเข้ามามาก ๆ การเจอสถานการณ์เช่นนี้ก็ยิ่งทำให้แบรนด์เสียโอกาสในการขายสินค้าไปเรื่อย ๆ ทางแพลตฟอร์มของข้าวเจ้าเลยมีอีกหนึ่งบริการที่มาช่วยตรวจสอบให้ว่า ลูกค้าคนใดที่คอนเฟิร์มมาแล้วแต่ยังไม่โอน เพื่อให้แอดมินเพจเข้าไปสอบถามได้โดยตรงว่ายังอยากซื้อสินค้าอยู่หรือไม่

5. บริการตรวจสอบการชำระเงิน

เรื่องการรับชำระเงินเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ที่ก่อนหน้านี้มักเผชิญปัญหาลูกค้าส่งสลิปปลอมมาให้ แต่ด้วยฟีเจอร์ตรวจสอบความถูกต้องของสลิปธนาคารที่แพลตฟอร์มข้าวเจ้ามีสามารถช่วยยืนยันได้ว่าสลิปดังกล่าวมาจากธนาคารจริง (เฉพาะสลิปจากธนาคารกสิกรไทย) และมีการจ่ายเงินมาแล้วจริง นอกจากนั้นระบบยังสามารถสร้างข้อความตอบกลับไปยังลูกค้าเพื่อขอบคุณที่ชำระเงินได้ด้วย ส่วนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็สามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างสบายใจ

นอกจากนี้ ตัวระบบยังมีกราฟแสดงผลที่เจ้าของธุรกิจสามารถเช็คยอดขายรวมของทุกเพจ (หรือจะเลือกเฉพาะบางเพจก็ได้) โดยสามารถเช็คยอดขายย้อนหลังได้ตั้งแต่ 7 – 90 วัน เลยทีเดียว

6. บริการสร้างแบบสอบถาม

การทำแบบสำรวจความพึงพอใจก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของเพจในการเข้าใจลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเสนอส่วนลดพิเศษให้กับลูกค้าเพื่อซื้อสินค้าในครั้งต่อไปได้ด้วย ซึ่งคำตอบที่ลูกค้าตอบมา ระบบจะรวมเอาไว้ในสเปรดชีทเพื่อให้ทางเพจนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว

7. ตัวช่วยด้านการวางแผนการตลาด

นอกจากการทำแบบสอบถาม คอมเม้นท์ต่าง ๆ บนเพจก็เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสำหรับแบรนด์ เพราะแบรนด์สามารถนำมาวิเคราะห์ ทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ติดตามเพจได้ ด้วยเหตุนี้ ทางแพลตฟอร์มข้าวเจ้าเลยมีบริการดาวน์โหลดคอมเม้นท์ลงในสเปรดชีท แบ่งตามหัวข้อ เพื่อให้ร้านนำไปใช้วางแผนทางการตลาดได้อย่างสะดวกสบาย

8. การติดตามเพจคู่แข่งเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล

รู้เขารู้เรา โอกาสชนะย่อมมีมากกว่า ด้วยเหตุนี้ บนแพลตฟอร์มของข้าวเจ้า เจ้าของเพจจึงสามารถเลือกเพจที่อยากติดตามความเคลื่อนไหวเอาไว้ได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งทำให้เห็นได้อย่างรวดเร็วว่า เพจคู่แข่งเผยแพร่คอนเทนต์อะไรไปบ้างนั่นเอง

9. ตั้งค่าการจัดส่งสินค้า

การจัดส่งสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ทางเพจต้องระบุข้อมูลการจัดส่งสินค้า – การตั้งราคาต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ซึ่งปัจจุบัน รูปแบบการจัดส่งสินค้านั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคิดค่าขนส่งในอัตราคงที่ การคิดตามยอดรวม การคิดตามน้ำหนัก หรือการคิดตามจำนวนสินค้า และในแพลตฟอร์มข้าวเจ้า แบรนด์ก็สามารถตั้งค่าเอาไว้ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในตอนปิดการขาย ระบบจะแสดงตัวเลือกการจัดส่งที่เรามีให้ลูกค้าได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต่างจากอีมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ

10. เมนูการใช้งานเป็นภาษาไทย

จุดเด่นของแพลตฟอร์มของข้าวเจ้าแชทบอทก็คือเมนูภาษาไทย ทำให้ใช้งานง่าย และถ้าไม่เข้าใจ ทางแพลตฟอร์มก็มีคู่มือมาให้ พร้อมวิดีโอสอนการตั้งค่าต่าง ๆ ให้ทางเพจเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเช่นกัน

ต้องบอกว่าการมีเครื่องมือดี ๆ มีความจำเป็นมากสำหรับธุรกิจที่ต้องการแข่งขันบนโลกออนไลน์ ยิ่งในวันที่ผู้บริโภคต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย ขณะที่ทางแบรนด์ก็ต้องการความมั่นใจในการชำระเงิน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีเพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เครื่องมืออย่างแพลตฟอร์มข้าวเจ้าจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ในราคาที่ไม่แรง เพียง 590 บาทต่อเดือนเท่านั้น และตอนนี้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น เพราะทางแพลตฟอร์มบอกว่า มีบริการให้ทดลองใช้งานฟรี 14 วันด้วย

ใครที่สนใจอยากได้ผู้ช่วยเป็นแชทบอทที่มาพร้อมความสามารถหลากหลาย ลองเข้าไปทำความรู้จักข้าวเจ้าแชทบอทได้ที่ https://www.facebook.com/KaojaoTH/ หรือ https://kaojao.com/