อ่านกลยุทธ์ “PT” รุกขยายฐานสมาชิก Max Card 30 ล้านราย ขึ้นอันดับ 1 ยอดสมาชิกแซงหน้า The 1 ของเซ็นทรัล

PT Max Card

หลังจากในปี 2555 “PT” (พีที) เปิดตัวบัตรสมาชิก PT Max Card” เวลานั้นมีสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 600 สาขา และฐานสมาชิกช่วงเริ่มแรกกว่า 350,000 ราย จากวันนั้น ถึงปี 2563 ยอดผู้ถือบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 14.8 ล้านสมาชิก มีฐานใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก “The 1” ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีกว่า 17 ล้านสมาชิก

- Advertisement -

ทว่าเป้าหมายใหญ่ของ PT” ในปี 2564 ต้องการขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 ของจำนวนสมาชิกผู้ถือบัตร ด้วยการขยายฐานเพิ่มอีกกว่า 3 ล้านสมาชิก นั่นเท่ากับว่า PT จะมียอดสมาชิกรวมกว่า 18 ล้านราย และภายในปี 2568 PT จะมียอดบัตรสมาชิก 30 ล้านสมาชิก และอยากเห็นคนไทย 80 – 85% อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ของ PT

พัฒนาการบทบาทหน้าที่ของบัตรสมาชิก PT ได้กลายเป็น “แพลตฟอร์มเชื่อมต่อ” ระหว่างกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือ PT เข้ากับพาร์ทเนอร์​ และลูกค้าสมาชิกผู้ถือบัตร เพื่อหลอมรวม Business Ecosystem เข้ามาอยู่ด้วยกันในที่สุด

 

ตั้งเป้าสมาชิก 30 ล้านรายภายในปี 2568 – ตั้งบริษัทลูก ขับเคลื่อนองค์กรสู่ “Data-driven Company”

ปัจจุบันบัตรสมาชิกของ PT ประกอบด้วย 3 ประเภทคือ

1. บัตรสมาชิกสะสมแต้ม PT Max Card เป็นบัตรเขียว เพื่อนำคะแนนมาแลกเป็นส่วนลด ของรางวัล หรือสิทธิพิเศษต่างๆ

2. บัตรสมาชิกสะสมแต้ม PT Max Card Prestige เป็นบัตรทอง มีสิทธิพิเศษเพิ่มมากขึ้น

3. บัตรสมาชิกรายปี PT Max Card Plus มีค่าสมัคร 599 บาท รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้เลย โดยไม่ต้องสะสมแต้ม

โดยยอด Active Member 60 – 70% ของฐานสมาชิกบัตรในปัจจุบัน 14.8 ล้านสมาชิก และในปี 2564 ต้องการขยายฐานสมาชิกเป็น 18 ล้านสมาชิก โดยในจำนวนนี้ 90% ยังมาจากบัตร PT Max Card สีเขียว และอีก 10% มาจากบัตร PT Max Card Prestige และ PT Max Card Plus

และไม่ใช่แค่นั้น ภายในปี 2568 ต้องการเพิ่มฐานผู้ถือบัตรสมาชิกเป็น 30 ล้านสมาชิก!!

คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG (พีทีจี) เล่าถึงเป้าหมายสมาชิกบัตรว่า ปัจจุบัน The 1 มียอดสมาชิกเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนกว่า 17 ล้านราย ขณะที่ปีนี้ PT ขอขยับขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งให้ได้ โดยจะเพิ่มอีก 3 ล้านสมาชิก ทำให้ยอดรวม PT จะมี 18 ล้านสมาชิก

ในปี 2565 เดิมทีตั้งเป้าหมายจะมีบัตรสมาชิก Max Card 20 ล้านสมาชิก ซึ่งประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนประมาณ 22 ล้านครัวเรือน นั่นหมายความว่าสมาชิก 1 คน เท่ากับ 1 ครัวเรือน แต่วันนี้ได้ปรับเป้าดังกล่าวแล้ว ไม่ใช่ สมาชิก 1 คน เท่ากับ 1 ครอบครัว เนื่องจากเราเห็นว่าสมาชิกในครอบครัวหนึ่งๆต้องการแยกใช้เป็นบัตรของตัวเองตามไลฟ์สไตล์ และความต้องการที่แตกต่างกัน

“เราตั้งเป้าหมายใหม่ว่าภายในปี 2568 PT จะมียอดบัตรสมาชิก 30 ล้านสมาชิก และอยากเห็นคนไทย 80 – 85% อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ของ PT ไม่ว่าจะเป็นเติมน้ำมัน ใช้บริการร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้าน Coffee World ซื้อสินค้าจากร้าน Max Mart และซื้อสินค้า – บริการต่างๆ ของพันธมิตร”

บทบาทของบัตรสมาชิกเหล่านี้ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่บัตร CRM เพื่อให้สมาชิกได้สิทธิประโยชน์ต่างๆเท่านั้น แต่เป็น “แพลตฟอร์มเชื่อมต่อ” ระหว่างกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือ PT – พาร์ทเนอร์ธุรกิจสินค้าและบริการกลุ่มต่างๆ​ – ลูกค้าสมาชิกผู้ถือบัตร เพื่อในที่สุดคือ การสร้าง และเชื่อมโยง Business Ecosystem เข้ามาอยู่ด้วยกัน

ที่สำคัญ เมื่อฐานสมาชิกเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ Max Card จะกลายเป็นแพลตฟอร์ม Big Data ขนาดใหญ่ที่ทำให้กลุ่ม PTG พัฒนาเป็น Data-driven Company โดยกลุ่มธุรกิจในเครือ PT ได้ทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อจะได้นำเสนอสินค้า –บริการได้สอดคล้องกับลูกค้า ลงลึกทั้งในระดับ Segmentation ไปจนถึง Personalization

รวมทั้งข้อมูลที่ถูกนำมาวิเคราะห์อย่างแม่นยำ เปรียบเป็นเข็มทิศที่ทำให้ PT สามารถ diversify สู่กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับ Core Business และเป็นเทรนด์อยู่ในความต้องการต่อไป

PT Max Card Plus
(ซ้าย) คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัดด (มหาชน) และ (ขวา) คุณพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด

 

3 กลยุทธ์สร้างแพลตฟอร์ม “Max Card” แข็งแกร่ง – เล็งต่อยอดสร้าง “e-Wallet” ของตัวเอง

สำหรับกลยุทธ์ที่ PT ใช้สร้าง Max Card ให้แข็งแกร่ง และมีฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มาจาก 3 องค์ประกอบคือ

1. เครือข่ายสาขาทั่วประเทศ

ปัจจุบัน PT มีสาขาสถานีให้บริการน้ำมัน มากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนสาขา 2,094 แห่ง แบ่งเป็นรูปแบบบริษัทเป็นเจ้าของ และบริหารจัดการเอง หรือเรียกว่า COCO (Company Owned Company Operated) 1,602 สาขา และรูปแบบดีลเลอร์เป็นเจ้าของ หรือ DODO (Dealer Owned Dealer Operated) 286 แห่ง

จำนวนสาขาเหล่านี้เป็นเครือข่ายทรงพลังในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะโมเดลการขยายสาขาสถานีให้บริการน้ำมันของ PT เน้นรูปแบบ COCO เป็นหลัก เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการ และการรับสมัครสมาชิกบัตร เมื่อลูกค้าเข้ามาเติมน้ำมัน และสมัครบัตรสมาชิก จะเกิด First Active ได้แต้มทันที

2. สร้างระบบนิเวศธุรกิจ Non-oil

จิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้ Max Card เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันได้ นอกเหนือจากการเติมน้ำมันแล้ว คือ สินค้าและบริการในส่วนธุรกิจ Non-Oil ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่ PT ปลุกปั้นขึ้นเอง เช่น ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท (Max Mart) และแบรนด์ที่ซื้อกิจการมา เช่น Coffee World ศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs

กลุ่มธุรกิจ Non-oil เหล่านี้ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Max Card เป็นมากกว่าบัตรสมาชิกใช้สะสมแต้ม หรือใช้เป็นส่วนลดตอนเติมน้ำมันรถเท่านั้น หากแต่เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

3. รุกสร้างพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ต่อจิ๊กซอว์ Ecosystem

Business Ecosystem จะสมบูรณ์ และครบวงจรในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้ นอกจากกลุ่มธุรกิจในเครือแล้ว อีกส่วนที่สำคัญคือ “พันธมิตรธุรกิจ” ปัจจุบัน Max Card เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ Max Card มีสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย เช่น จับมือกับเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ร้านสะดวกซื้อ Otteri

นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของ Max Card ที่ต่อไปจะมีฐานข้อมูลที่มากขึ้น และไม่ได้อยู่แค่ใน Physical Card เท่านั้น “PTG” จึงได้ตั้งบริษัทลูก 2 แห่ง คือ

1. บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการเชื่อมโยงกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ และการดูแลข้อมูลลูกค้า ให้เป็นไปตามกฎหมาย PDPA

2. บริษัท แมกซ์การ์ด จำกัด ให้บริการด้านการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money ให้บริการโอนเงิน e-Money Transfer ให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร และให้บริการรับชำระเงินแทน หรือ Payment Facilitating

นอกจากนี้ โดยในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ มีแผนเปิดตัว Max Card ที่ปัจจุบันยังอยู่ในรูปแบบ Physical Card ขยายเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งในนั้นมีทั้ง Max Card รูปแบบ Digital Card, e-Wallet และเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน

PT Max Card Plus

“ในอนาคต PT ต้องการให้แบรนด์เป็นเหมือน One-stop Service นอกเหนือไปจากการเป็นสถานีบริการน้ำมันเพียงอย่างเดียว ซึงในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มีการลงทุนในธุรกิจ Non-oil ที่หลากหลาย อีกทั้งเพิ่มความแข็งแรงให้กับระบบบัตรสมาชิก PT Max Card ด้วยการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อนำเสนอบริการ ประสบการณ์ดีๆ และสิทธิประโยชน์ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากที่สุด

เราเชื่อมั่นว่า บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด และ บริษัท แมกซ์การ์ด จำกัด จะเป็นอีกหนึ่งกลไกทางธุรกิจเพื่อปูทางให้ PTG และบริษัทในเครือทั้งหมดเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และก้าวไปสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นบริษัทชั้นนำของคนไทย” คุณพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน จำกัด ในเครือ PTG สรุปทิ้งท้าย