ศึกใหญ่ Apple vs Facebook เมื่อ iOS 14 อาจจะทำให้ Facebook ไม่สามารถ Track การใช้งานได้เหมือนเคย

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ความยิ่งใหญ่ทรงพลังของ Facebook นั้นจะถูกอะไรมา Disrupt ได้ เพราะกระทั่ง TikTok คู่แข่งจากจีนที่เคยมีแนวโน้มจะก้าวเข้ามาแทนที่ ปัจจุบันก็ถูกรัฐบาลสหรัฐอเมริกาตีจนแตกพ่ายไปแล้วเรียบร้อย

- Advertisement -

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า Facebook จะเจอคู่ต่อกรที่ถูกฝาถูกตัวแล้ว นั่นก็คือบริษัทที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐอย่าง Apple นั่นเอง เหตุที่กล่าวเช่นนั้นเพราะในแผนการอัปเดตระบบปฏิบัติ iOS 14 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ของบริษัท ได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเรื่อง Privacy บางส่วน ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลให้ระบบ Audience Network ของ Facebook ไม่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดอีกต่อไป และอาจมีผลให้รายได้ของบริษัทลดลงมากถึง 50% เลยทีเดียว

โดยจุดที่ Apple มีการเปลี่ยนแปลงบน iOS นั้นคือเรื่องของการปิดกั้นไม่ให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ สามารถ Track ผู้ใช้งานได้จาก IDFA (ย่อมาจาก identifier for advertisers) อีกต่อไป แอปจะเข้าถึง IDFA ได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานอนุญาต หรือก็คือต้องขอ Consent ก่อนนั่นเอง (Apple ให้เหตุผลว่าต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน)

ขณะที่ Facebook ชี้ว่าการทำเช่นนี้ ส่งผลอย่างมากต่อระบบ Audience Network เพราะไม่สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางบริษัทได้มีการโพสต์ในบล็อกว่า อาจยุติการพัฒนาระบบ Audience Network สำหรับ iOS ในอนาคตไปเลย เนื่องจากทำต่อไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วนั่นเอง

โดยปัจจุบัน รายได้จาก Audience Network ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของ Facebook โดยมากกว่า 50% ของรายได้บริษัทมาจากแพลตฟอร์มดังกล่าว

ส่วนในฟากของ Apple นั้น ไม่มีข้อมูลจาก Apple ว่าจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 14 เมื่อไหร่ แต่มีแนวโน้มว่าจะเปิดตัวภายในปีนี้

Facebook ชี้ตัดเส้นทางโฆษณากระทบ “ธุรกิจขนาดเล็ก”

นอกจากนี้ ยังมีคำโต้แย้งในอีกมุมจาก Facebook ที่น่าสนใจ นั่นคือการบอกว่า Facebook เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่สามารถช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ โดยเฉพาะในช่วงโรค Covid-19 ระบาดและทำให้ร้านค้าปลีกล่มสลายทั่วโลก ดังนั้น การที่ Apple จะมาสะกัดความสามารถในการยิงโฆษณาของธุรกิจขนาดเล็กที่มีอยู่มากมายบนแพลตฟอร์มของ Facebook อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจใหญ่ในภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ที่ผ่านมา Facebook มีการทำงานร่วมกับนักพัฒนาและ Publisher รายย่อยมากกว่า 19,000 รายทั่วโลก รวมถึงมีการจ่ายเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐให้กับธุรกิจเหล่านั้นด้วย การตัดเส้นทางในการโฆษณาย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้แน่นอน”

Source

Source