10 เรื่องรู้จัก KERRY ธุรกิจส่งพัสดุ ยื่นไฟลิ่งเตรียมเข้า SET โชว์รายได้ 1.9 หมื่นล้าน กำไร 1,300 ล้าน

ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซมีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท เติบโตปีละ 8-10% ยังเป็นเทรนด์ขาขึ้นในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันธุรกิจส่งพัสดุ (Parcel Delivery) ขยายตัวตามเฉลี่ย 10% ต่อปี คาดการณ์ปี 2563 จะมีมูลค่าราว 36,000–37,000 ล้านบาท ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจึงเห็นผู้เล่นหน้าใหม่เปิดตัวบุกตลาดต่อเนื่อง แต่ที่โดดเด่นก็ต้องยกให้เจ้าเก่า Kerry Express ที่วันนี้พร้อมสร้างสตอรี่ใหม่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

- Advertisement -

มาทำความรู้จัก 10 เรื่องของ Kerry Express ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 17.2% ของหุ้นที่ชำระแล้ว โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

1. ธุรกิจส่งพัสดุรายแรกจดทะเบียนตลาดหุ้น

บริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ถือเป็นบริษัทส่งพัสดุด่วนรายแรกในประเทศไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ Kerry Express ในไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2549 มีบริษัทแม่อยู่ฮ่องกง ชื่อว่า Kerry Logistics Network Limited หรือ KLN เป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ KLN เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง

2. Kuok Group เจ้าของอาณาจักร Kerry

ธุรกิจ KLN (Kerry) เป็นหนึ่งในธุรกิจของ Kuok Group ก่อตั้งในปี 2492 โดย โรเบิร์ต ก๊วก มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งมีธุรกิจหลากหลาย ทั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ท ศูนย์ประชุม ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจเดินเรือและโลจิสติกส์ แบรนด์ธุรกิจในเครือ Kuok Group นอกจาก Kerry ยังมี โรงแรมแชงกรีล่า หนังสือพิมพ์ South China Morning Post

3. ยอดส่งพัสดุ 2 ล้านชิ้นต่อวัน

ปี 2556  Kerry Express มียอดส่งพัสดุเพียง 10,000 ชิ้นต่อวัน จากนั้นปี 2561 เพิ่มขึ้นมาเป็น 800,000 ชิ้นต่อวัน จากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ  ปี 2562 เฉลี่ยจัดส่ง  1.1-1.2 ล้านชิ้นต่อวัน ล่าสุดเดือนสิงหาคมปี 2563 ทำสถิติยอดส่งพัสดุ 2 ล้านชิ้นต่อวัน

ถือเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยที่เติบโตรวดเร็วที่สุด เมื่อดูจากปริมาณเฉลี่ยของพัสดุที่จัดส่งต่อวัน ปริมาณรวมของพัสดุที่จัดส่งเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2562 เท่ากับ 135% ในปี 2562

4. ให้บริการ C2C, B2C และ B2B

Kerry Express ให้บริการจัดส่งพัสดุครบวงจรและครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้งการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) ภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) และภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B) ให้บริการจัดส่งได้ภายในวันเดียวกันหรือภายในวันถัดไป พัสดุหลักที่จัดส่ง คือ สินค้าสั่งซื้อผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ และผู้ค้าปลีกออนไลน์ พัสดุที่ส่งระหว่างบุคคล และพัสดุและเอกสารของบริษัทต่าง ๆ

โดยเป็นผู้จัดส่งพัสดุที่ให้บริการเก็บเงินปลายทางรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่าการให้บริการเก็บเงินปลายทางกว่า 6,500 ล้านบาทต่อเดือน

5. ใช้โมเดล Asset-Light ขยายธุรกิจ

การขยายตัวที่รวดเร็วของเครือข่าย มาจากการใช้รูปแบบธุรกิจแบบ Asset-Light Business Model ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เช่าศูนย์คัดแยกพัสดุจำนวน 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุจำนวน 1,858 แห่ง และร้านรับส่งพัสดุและจุดให้บริการศูนย์กระจายพัสดุที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการเองจำนวน 1,241 แห่ง เช่าและเช่าช่วงยานพาหนะ (สำหรับกรณีทั่วไป และสำหรับกรณีเฉพาะกิจ) จำนวน 24,335 คัน ทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ 4 ล้อ และรถบรรทุก 6 ล้อ ในปี 2563 มีแผนลงทุน 450 ล้านบาท และปี 2564 ประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อการเพิ่มจำนวนร้านรับส่งพัสดุและศูนย์กระจายพัสดุ

ุ6. มีจุดบริการรับพัสดุ 15,695 แห่ง

ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2563 Kerry Express มีเครือข่ายจุดให้บริการ 15,695 แห่ง ทั้งร้านรับส่งพัสดุ จุดให้บริการที่ศูนย์กระจายพัสดุ และ จุดให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จุดให้บริการตามร้านค้าของพันธมิตรทางธุรกิจค้าปลีกที่เป็นองค์กร เช่น OfficeMate FamilyMart และ Tops Daily รวมทั้งพันธมิตรทางธุรกิจค้าปลีกอิสระ เช่น ร้านกาแฟ ร้านขายของชำ และร้านขายยา และจุดให้บริการตู้ล็อคเกอร์รับพัสดุ ซึ่งผู้ค้าออนไลน์และลูกค้าสามารถนำสินค้าที่มีการสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์มาส่งเพื่อจัดส่งไปยังลูกค้าปลายทางได้ โดยมีพนักงานส่ง 22,000 คน

7. ปี 62 รายได้ 1.9 หมื่นล้าน กำไร 1,300 ล้าน เจอโควิดก็ยังโต

รายได้จากการขายและให้บริการของ Kerry Express มาจากการให้บริการธุรกิจการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C) แบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C)  และแบบธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B)  ย้อนหลังไป 3 ปี รายได้และกำไรโตต่อเนื่อง  สถานการณ์โควิด-19 ปีนี้ ครึ่งปีแรกก็ยังกำไร ดังนี้

  • ปี 2560 รายได้    6,626  ล้านบาท  กำไรสุทธิ    730  ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้  13,565  ล้านบาท  กำไรสุทธิ  1,185 ล้านบาท
  • ปี 2562 รายได้   19,781  ล้านบาท กำไรสุทธิ  1,328  ล้านบาท
  • ปี 2563 (6 เดือน) รายได้  10,200 ล้านบาท  กำไรสุทธิ 737 ล้านบาท

การเติบโตของรายได้ตลอด 3 ปี มาจากกลุ่มธุรกิจ C2C และกลุ่มธุรกิจ B2C จากความนิยมของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น และการขยายจุดให้บริการ โดยยอดจัดส่งพัสดุ ปี 2560 อยู่ที่ 71 ล้านชิ้น ในปี 2562  เพิ่มเป็นกว่า 274 ล้านชิ้น

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด ครึ่งปีแรก Kerry Express ได้จัดส่งพัสดุกว่า 150 ล้านชิ้นเมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนมียอดจัดส่งพัสดุกว่า 130 ล้านชิ้น

8. เข้าตลาดฯ ระดมทุนขยายธุรกิจ

การนำบริษัทเข้าตลาดฯ Kerry Express บอกวัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อการขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน โดยบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ได้แก่ การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ รวมถึงการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ใช้ชำระคืนหนี้ธนาคาร และเป็นทุนหมุนเวียน

9. นโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 30%

สำหรับนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี โดยจำนวนเงินปันผลที่จ่ายจะต้องไม่เกินกว่ากำไรสะสมของงบการเงินเฉพาะกิจการ

10. VGI ในเครือ BTS ถือหุ้นเคอรี่ อันดับสอง 23%

โครงสร้างผู้ถือหุ้น Kerry Express (ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2563) 3 อันดับแรก ดังนี้

1.บริษัท เคแอลเอ็น โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 907 ล้านหุ้น สัดส่วน 63% หลังการขายหุ้น IPO จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 52.1% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 51%

2.บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ในเครือ BTS ถือหุ้น 331 ล้านหุ้น สัดส่วน 23% หลังการขายหุ้น IPO จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 19% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 18.6%

3.คุณหม่า วิง ไค วิลเลี่ยม ถือหุ้น 24.65 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.7% หลังการขายหุ้น IPO จะเหลือสัดส่วนถือหุ้น 1.4% และหลังการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิจะเหลือถือหุ้น 1.4%

จากแนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังโตได้อีก และนักช้อปออนไลน์ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกวัย ทำให้ธุรกิจส่งพัสดุของ Kerry Express สร้างกำไรหลักพันล้านบาทต่อเนื่องมา 3 ปี  หลังเข้าตลาดฯ จึงน่าจะเป็น “หุ้นเติบโต” (Growth Stock) ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน