Gap ปาดเหงื่อ ยอดขายไตรมาส 1 ลดฮวบ 43% เล็งปิดสาขาเพิ่ม

Gap เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกของปีพบทำเงินหายเป็นพันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อยอดขายลดฮวบถึง 43% เหลือ 2,110 ล้านเหรียญสหรัฐ เหตุต้องปิดสาขาจำนวนมากตามมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล สวนทางยอดขายจากอีคอมเมิร์ซที่โตเพิ่ม 13%

โดยปัจจุบัน ร้านสาขาของ Gap ในอเมริกาเหนือได้กลับมาเปิดให้บริการแล้วกว่า 1,500 แห่ง ซึ่งทางบริษัทคาดว่า จะสามารถกลับมาเปิดสาขาได้ทั้งหมดภายในเดือนนี้ ส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นจากสาขาเหล่านั้นคิดเป็น 70% ของยอดขายปกติที่บริษัทเคยได้รับเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี มีสาขาราว 20 แห่งที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากเหตุจลาจลใจกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา และมีทรัพย์สินต่าง ๆ ถูกขโมยไปเป็นจำนวนมากด้วย

ผลจากสถานการณ์ปัจจุบัน Sonia Syngal ซีอีโอของ Gap คาดการณ์ว่า เดือนพฤษภาคมนี้ยอดขายก็จะยังลดลงต่อไป แต่บริษัทจะพยายามทำให้สาขาที่ได้รับผลกระทบกลับมาเปิดได้โดยไวที่สุด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยในภาพรวม ไตรมาสที่ 1 ของปี 2020 นี้ Gap บอกว่า บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 932 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปี 2019 ที่เคยทำกำไรได้ถึง 227 ล้านเหรียญสหรัฐไปมากพอดู ซึ่งยอดขายสุทธิที่ลดลงเหลือ 2.11 พันล้านเหรียญสหรัฐนี้แบ่งเป็นยอดขายของแบรนด์ Gap เองที่ลดลงถึง 50% แบรนด์ Old Navy ลดลง 42% แบรนด์ Banana Republic ลดลง 47% และ Athleta ลดลง 8%

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางแบรนด์ที่ไปได้ดีบนตลาดออนไลน์ นั่นคือ Athleta ที่พบว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 49% จากช่องทางดังกล่าว หรือ Old Navy ที่ยอดขายออนไลน์โตขึ้น 20% (ส่วน Banana Republic ยอดขายลดลง 2% และของ Gap เองลดลง 5%)

จากสถานการณ์นี้ ทาง Banana Republic บอกว่า บริษัทจะแก้เกมด้วยการหันมาพัฒนาเสื้อผ้าที่เข้ากับการ Work From Home มากขึ้นด้วย

ส่วนในเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่นั้น ทางบริษัทบอกว่าอยู่ระหว่างการเจรจากับบรรดาแลนด์ลอร์ดต่าง ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และอาจมีผลให้ Gap ต้องปิดบางสาขาเป็นการถาวรด้วย (แต่บริษัทยังไม่ได้บอกว่าจะมีทั้งสิ้นกี่สาขา) ซึ่งจากภาพรวมที่บริษัทแจ้งออกมาดังกล่าว ทันทีที่ปิดตลาด มูลค่าหุ้นของ Gap ก็ลดลงกว่า 31% เลยทีเดียว โดยมูลค่าของบริษัทในตอนนี้อยู่ที่ 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

Source