โควิด-19 ฉุดยอด 7-Eleven ร่วง “ซีพีออลล์” ไตรมาสแรกกำไร 5,645 ล้านบาท ลดลง 2.2%

บริษัท ซีพีออลล์  จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลดำเนินการไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้รวม 145,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากรายได้การขายและบริการของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาใหม่ที่เปิดในปีที่ผ่านมา และรายได้จาก “สยามแม็คโคร”  ขณะที่กำไรสุทธิ 5,645 ล้านบาท ลดลง 2.2%

สถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19  ส่งผลกระทบ “ทางลบ”  กับซีพีออลล์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และรุนแรงเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม ต่อเนื่องถึงปัจจุบันจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ

ไตรมาสแรกปีนี้ ซีพีออล์ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร 27,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีก่อน ค่าใช้จ่ายต้นทุนในการจัดจำหน่าย 22,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5%  ค่าใช้จ่าย ในการบริหาร 4,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน การเพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักมาจากการขยายสาขาใหม่  การบริหารจัดการร้านจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการจัดตั้งธุรกิจแม็คโครในจีนและเมียนมา

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซีพีออลล์ มีกำไรสุทธิ 5,645 ล้านบาท ลดลง 2.2% ในไตรมาสแรกปีนี้ เนื่องจากรายได้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-eleven “โตต่ำ” กว่าเป้าหมาย  โดยรายได้หลักมาจากร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่นๆ มีสัดส่วน 64% จากธุรกิจค้าส่ง สยามแม็คโคร 36%

โควิด-19 ฉุดยอดเซเว่นฯ ร้านเดิมลดลง 4% 

หากดูผลการดำเนินงานของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ไตรมาสแรกปีนี้  มีการเปิดสาขาใหม่ 271 สาขา  สิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 มีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศ 11,983 สาขา  โดยสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ  85% ของสาขาทั้งหมด ที่เหลือเป็นสาขาในสถานีบริการน้ำมัน

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ไตรมาสแรกปีนี้ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 82,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยอดขายเฉลี่ยของร้านเดิมลดลง 4% จากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน 78,872  บาท ยอดซื้อต่อบิล 70 บาท ลูกค้าเฉลี่ยต่อสาขาต่อวัน 1,122 คน ลูกค้าลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19  เช่น จำกัดการเดินทาง การขอความร่วมมือให้อยู่บ้าน

ทั้งนี้ รายได้จากการขายสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภค (ไม่รวมบัตรโทรศัพท์) ยังเติบโตโดยเฉพาะอาหาร ทั้งกลุ่มอาหารพร้อมทาน อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และเครื่องดื่ม ทำให้สัดส่วนรายได้จากการขาย 70.8%  มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และ 29.2%  มาจากสินค้าอุปโภค  ซึ่งกลุ่มดูแลสุขภาพ ยารักษาโรค และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเติบโตสูง

โดยไตรมาสแรกปีนี้ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มีกำไรสุทธิ 3,845 ล้านบาท ลดลง 4.5%  จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากรายได้เติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย

ปัจจุบันสถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่ และส่งผลกระทบในเชิงลบต่อรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงมีความไม่แน่นอนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต