บมจ. ซีพีออลล์ (CPALL) สรุปผลประกอบการ ไตรมาสแรก ปี 2569 มีรายได้ 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% มีกำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สรุปดังนี้
– รายได้จากการขายสินค้าและบริการ 259,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ จากการที่ทุกกลุ่มธุรกิจได้ปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าตลอดเวลา รวมถึงกลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจเป็นปัจจัยเสริมในการเติบโตของรายได้
– มีกำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง และธุรกิจอื่นๆ ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
– กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกัน แบ่งสัดส่วนตามธุรกิจหลัก ได้ดังนี้ 1. กำไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่นๆ มีสัดส่วน 73% 2. กำไรจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า มีสัดส่วน 27% ทั้งนี้ สัดส่วนกำไรของกลุ่ม 1 เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน สาเหตุหลักจากอัตราการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจอื่น ๆ ที่สูงกว่า
ร้านเซเว่นฯโกยกำไร 7,570 ล้าน
สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” (7-Eleven) ไตรมาสแรกปี 2569 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 121,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% มีกำไรสุทธิเท่ากับ 7,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
– ร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวม 139 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศทั้งสิ้น 16,084 สาขา ร้านสาขาส่วนใหญ่เป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ (สแตนด์อะโลน) ประมาณ 86% ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.
– ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเท่ากับ 85,998 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
– ยอดซื้อต่อบิลประมาณ 90 บาท
– จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 958 คน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ปัจจัยในเรื่องของฤดูกาลที่อากาศร้อนตั้งแต่ต้นปี รวมถึงการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาสนับสนุนการเดินทางภายในประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
– ในไตรมาส 1 ปี 2569 สัดส่วนรายได้จากการขาย 76.3% มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และ 23.7% มาจากสินค้าอุปโภค ซึ่งสัดส่วนรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค รวมทั้งมีการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชั่นของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งไทยและต่างชาติ
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ พร้อมกับโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา การเพิ่มรายได้จากการขายสินค้า ผ่านกลยุทธ์ O2O อาทิ 7Delivery และ All Online โดยมีสัดส่วน 11% ของรายได้จากการขายสินค้ารวม
สำหรับการดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในต่างประเทศ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีร้านสาขาใน สปป.ลาว รวมทั้งสิ้น 30 สาขา ในขณะที่มีร้านสาขาในกัมพูชา จำนวน 63 สาขา
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE




