
รายได้จากการขายและบริการ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 506 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จของแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ซึ่งเป็นร้านสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์แบรนด์ใหม่ที่เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 และขยายสาขาต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากแบรนด์ “เอ็มเค สุกี้” ที่มียอดขายสาขาเดิมเติบโต 6.1% จากการตอบรับที่ดีของโปรโมชั่นบุฟเฟต์ “คุ้มเกินคุ้ม”
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงจาก 66.5% ในไตรมาส 1 ของปี 2568 เป็น 62% ในไตรมาสแรกปีนี้ โดยมีสาเหตุหลักจากการรุกตลาดด้วยโมเดลบุฟเฟต์ผ่านโปรโมชั่น “คุ้มเกินคุ้ม” ของแบรนด์ “เอ็มเค สุกี้” และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ซึ่งเป็นธุรกิจบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นตามโครงสร้างธุรกิจแบบบุฟเฟต์
นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งกดดันให้ราคาพลังงานและต้นทุนด้านการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองหลายรายการที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากปัจจัยต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ทำให้กำไรสุทธิปรับลดลงจาก 234 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ของปี 2568 เป็น 163 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง 70 ล้านบาท หรือลดลง 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับระดับกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอเมนูและโปรโมชั่นที่เน้นความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายกลุ่ม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลายตามกระแสนิยม ทำให้เอ็มเค ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาเมนูใหม่ การสื่อสารทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โดยให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้
อ่านเพิ่มเติม



