สงกรานต์หายไป! กับ “5 กิจกรรม” ที่ชาวโซเชียลจะทำในวันปีใหม่ไทย

วันที่ 13 เมษายน 2563 สวัสดีวันปีใหม่ไทยที่ไม่เหมือนเดิม เพราะปีนี้ “สงกรานต์หายไป” หลังจากประเทศไทยพบคนไทยคนแรกติดเชื้อไวรัส COVID-19 เมื่อวันที่ 25 มกราคม มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่เข้มข้นถูกงัดมาใช้ จาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและประกาศเคอร์ฟิว เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คนที่ต้องอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อ Work from home รวมถึงปีใหม่ไทยในประวัติศาสตร์ “วันสงกรานต์” ที่หายไป

- Advertisement -

เทศกาลปีใหม่ไทยวันสงกรานต์ ปีนี้เป็นวันทำงานปกติ ไม่ใช่วันหยุดยาวเหมือนทุกปี จากสถานการณ์วิกฤติ COVID-19 ทำให้ทุกคนต้องเว้นระยะห่าง งดกิจกรรมรวมกลุ่มที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โดย Wisesight ได้เก็บข้อมูล ZOCIAL EYE  ตามดูพฤติกรรมชาวโซเชียล ระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 10 เมษายน 2563 เพื่อฟังเสียงคนส่วนใหญ่ว่าคิดเห็นอย่างไรกับวันสงกรานต์ปีนี้

“ทวิตเตอร์” พูดเรื่องสงกรานต์สูงสุด 25 ล้านข้อความ

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ มีข้อความที่พูดถึงประเด็นสงกรานต์จำนวน 49 ล้านข้อความ ช่องทาง Twitter มีข้อความมากที่สุด 25 ล้านข้อความ หรือ 51% รองลงมาคือ Facebook 22 ล้านข้อความ หรือ 45% ช่องทางอื่น (Youtube, News, Forums) 1.2 ล้านข้อความ หรือ 2.3% และ Instagram 8 แสนข้อความ หรือ 1.7% มียอดเอนเกจเมนท์ทั้งหมด 176 ล้านเอนเกจเมนท์

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “รัฐบาลออกมาประกาศว่า สงกรานต์ 13-15 เมษายน ไม่ใช่วันหยุด” ซึ่งมีเอนเกจเมนท์ถึง 38.5 ล้านเอนเกจเมนท์ รองลงมาคือ “หลายจังหวัดงดจัดวันสงกรานต์” มีเอนเกจเมนท์ถึง 19.6 ล้านเอนเกจเมนท์

“3 สิ่ง” ที่ชาวโซเชียลคิดว่าหายไปในช่วงสงกรานต์

จากข้อมูลจะเห็นว่า ประเด็น “สงกรานต์ 13-15 เมษายน ไม่ใช่วันหยุด” ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลมากที่สุด และคนโซเชียลมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร พอไปฟังเสียงคนบนโซเชียลก็พบว่า

  • 18% เห็นด้วย โดยคนกลุ่มนี้คิดว่าเหมาะสมแล้ว เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ คนอาจออกเที่ยวต่างจังหวัด ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปอีก
  • 82% ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ควรให้หยุดตามเดิม แล้วห้ามจัดกิจกรรมทุกประเภทน่าจะดีกว่า

นั่นหมายความว่าคนโซเชียลส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับประเด็น “สงกรานต์ 13-15 เมษายน ไม่ใช่วันหยุด” นอกจากนี้ คนโซเชียลยังให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ทำให้บางสิ่งหายไปพร้อมกับสงกรานต์ในปีนี้

  • 41% มีความคิดเห็นว่า กิจกรรมครอบครัวหายไป

คนโซเชียลส่วนใหญ่ให้ความคิดเห็นว่า สงกรานต์ปีนี้คงจะคิดถึงบรรยากาศพี่น้องพบหน้ากัน อยากกลับไปเจอครอบครัว และอยากกลับไปรดน้ำดำหัว ขอพรครอบครัว

  • 34% มีความคิดเห็นว่า วันหยุดหายไป

คนโซเชียลให้ความคิดเห็นว่า วันสงกรานต์ปีนี้ควรเป็นสัปดาห์ที่ได้หยุดยาว ไม่ใช่วันจันทร์ที่ต้องไปทำงาน รู้สึกฝันสลายแทนที่จะได้หยุดพักผ่อน และหลายคนโหยหาคิดถึงวันหยุดยาวที่เกิดมีในทุกๆ ปีที่ผ่านมา

  • 25% มีความคิดเห็นว่า ความสนุกหายไป

พอสงกรานต์ต้องเลื่อนไปก่อน แน่นอนว่าความสนุกต่างๆ ก็คงจะหายไป คนโซเชียลให้ความคิดเห็นว่า อยากเล่นน้ำตามสถานที่จัดงานต่างๆ เช่น สีลม บางแสน เป็นต้น รู้สึกคิดถึงปาร์ตี้ งานสังสรรค์ และที่น่าสนใจคือเหล่าโซเชียลคิดถึงการปะแป้ง ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ต้องมีในวันสงกรานต์เลยนอกจากการสาดน้ำกัน

 “5 สิ่ง” ที่ชาวโซเชียล จะทำช่วงสงกรานต์

ในเมื่อในปีนี้สงกรานต์ได้หายไป ไม่ได้ออกไปเล่นน้ำข้างนอกได้เหมือนปีก่อนๆ แล้วชาวโซเชียลจะทำกิจกรรมอะไรแทนในวันสำคัญนี้ จากข้อมูลที่ได้สำรวจและวิเคราะห์มาพบว่า กิจกรรมยอดนิยม 5 อันดับแรกที่ชาวโซเชียลจะทำในช่วงสงกรานต์ก็คือ

  1. ขอพรออนไลน์ มีมากถึง 30%
  2. นอนพักผ่อน 21%
  3. สาดน้ำออนไลน์ 15%
  4. สรงน้ำพระที่บ้าน 6%
  5. สาดความสุขให้ครอบครัว 6%

ส่วนอันดับรองลงมาได้แก่ ดูหนัง ดูซีรีส์ 5% ทำอาหาร 4% ทำความสะอาดบ้าน 4% ทำบุญออนไลน์ 3% เกมออนไลน์ 3% ปลูกต้นไม้ทำสวน 2% อ่านหนังสือ 1% เปิดเพลงในบ้าน 1%

เห็นได้ว่ากิจกรรมอันดับต้นๆ ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่ยังเชื่อมโยงกับวันสงกรานต์อยู่ไม่ว่าจะเป็นการขอพร และการทรงน้ำพระที่บ้าน ก็ยังเป็นกิจกรรมทางศาสนาที่มาคู่กับประเพณีสงกรานต์เสมอมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการให้ความสำคัญกับครอบครัว ในวันครอบครัวของไทยอย่างวันสงกรานต์ และยังไม่ลืมกิจกรรม ประเพณีที่ทำกันมาตลอดอย่าง “การสาดน้ำ” แม้จะออกไปสาดน้ำเล่นข้างนอกไม่ได้ ก็ขอเปลี่ยนมาสาดกันทางออนไลน์น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่ยังรักษาประเพณี และป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ได้ด้วย

ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจ และมารองเป็นอันดับ 2 อย่างการนอน ก็ถือว่าเป็นสถิติที่น่าสนใจ สงกรานต์ในปีนี้ ก็ถือว่าเป็นเวลาอันดีที่จะนอนพักผ่อน ชาร์จพลังกัน หยุดเชื้อที่บ้านกันไป

แม้ปีนี้สงกรานต์จะหายไป แต่วันสงกรานต์ก็คงยังเป็นวันสงกรานต์ ประเพณีที่ดีงามยังอยู่ แค่เปลี่ยนรูปแบบไปตามสถานการณ์ ปีนี้อาจจะเงียบเหงา แต่จากการร่วมมือร่วมใจกันงดกิจกรรมในปีนี้ อาจจะทำให้สงกรานต์ที่หายไปกลับมาครื้นเครงยิ่งกว่าเดิมในปีหน้า และประเทศไทยจะกลับมามีรอยยิ้มโดยไร้หน้ากากกันอีกครั้ง!