เจอดราม่าตั้งมากมาย แต่ทำไมหุ้นโตไม่หยุด รวมให้เห็นภาพ เกิดอะไรกับ Amazon ในยุค Covid-19

ต้องบอกว่า ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ทำให้นักลงทุนต่างกังวลกับผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ทว่า มีบริษัทหนึ่งที่นักลงทุนรู้สึกไม่กังวลมากนัก นั่นคือ Amazon เห็นได้จากการเติบโตของมูลค่าบริษัทที่มีการทำลายสถิติอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กับตัวเลขมูลค่ารวม 1.14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เราอาจต้องย้อนภาพคร่าว ๆ ของ Amazon ในช่วงที่ผ่านมากันนิดหนึ่งนั่นคือ ในช่วง Covid-19 ระบาด Amazon ต้องรับมือกับยอดสั่งซื้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากผู้คนไม่สามารถออกมาซื้อหาสินค้าได้ตามปกติ โดยรายงานจาก Financial Times ระบุว่า เฉพาะคนที่สั่งซื้อสินค้าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งแบบ Delivery และแบบมา Pick-up เอง จนถึงตอนนี้บริษัทยังไม่สามารถจัดส่งได้เลย หรือก็คือเป็น Waiting List กันไปยาว ๆ

แถมผลจากปรากฏการณ์นี้ ทำให้บริษัทต้องประกาศรับพนักงานเพิ่มเป็นการชั่วคราวถึง 175,000 คน (รอบแรกเมื่อกลางเดือนมีนาคม 100,000 คน และรอบหลังคือเมื่อวานนี้อีก 75,000 คน) และทำให้ยอดรวมพนักงานของบริษัทในตอนนี้ใกล้จะแตะ 1 ล้านคนทั่วโลกกันแล้ว

สิ่งที่ตามมาก็คือ ค่าแรงที่บริษัทต้องจ่ายให้กับพนักงานจึงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ โดยมีการประมาณการณ์ว่า Amazon ต้องจ่ายค่าแรงพนักงานมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (คิดในอัตรา 2 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง) จากเดิมที่เคยประมาณการณ์เอาไว้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 350 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

ค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ทำไมหุ้นยังวิ่งฉิว

ไม่เฉพาะ Amazon ที่คนเข้ามาสั่งซื้อของชำออนไลน์เพิ่มสูง แต่บริษัทคู่แข่งอย่าง Walmart หรือ Kroger ก็เจอปรากฏการณ์นี้เช่นเดียวกัน (และหุ้นก็วิ่งฉิวเหมือนกัน แม้จะน้อยกว่า Amazon ก็ตามที) แต่ข้อได้เปรียบประการแรกของ Amazon ก็คือเรื่อง ชัยภูมิ

โดยต้องบอกว่าชัยภูมิของ Amazon นั้นเหนือกว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ ราย เนื่องจาก Core Business ของบริษัทคือธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความต้องการสูงมากในช่วง Covid-19 ระบาด เพราะผู้คนถูกบังคับให้อยู่แต่กับบ้านและ Work From Home กันอย่างดุเดือด

ประการที่สอง นักลงทุนมองย้อนหลังไปและพบว่า ที่ผ่านมา Amazon ได้มีการลงทุนเรื่องการสร้างเครือข่าย Fulfillment และดาต้าเซนเตอร์เอาไว้รองรับพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อ Covid-19 ระบาด กลายเป็นว่า การลงทุนล่วงหน้าเหล่านั้นช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับพายุ Covid-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ

ประการที่ 3 คือการสำรวจของบริษัท RBC Capital ที่พบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปครั้งใหญ่หลังจาก Covid-19 จบลง โดยมากกว่าครึ่งของผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วง Covid-19 ยอมรับว่า ตั้งใจจะซื้อสินค้าออนไลน์ต่อไปในอนาคต เพราะรู้สึกดีกับประสบการณ์ที่ได้รับ

นั่นทำให้ Mark Mahaney นักวิเคราะห์ของ RBC Capital มองว่า ถ้า Amazon สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้ สินค้ากลุ่ม Grocery จะกลายเป็น 10% ของรายได้ Amazon ภายในปี 2023 อย่างแน่นอน

โตแบบมีอนาคตอย่างนี้ มาแรงแซงโค้งทุกวงการไปเลยจ้า

Source

Source