LGBT เค้กก้อนใหญ่สำหรับแบรนด์ที่ขยับทัน พร้อม 4 เทรนด์สำคัญในยุค Genderless

ปัจจุบันค่านิยมเกี่ยวกับกลุ่ม LGBT​ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สังคมเริ่มยอมรับและเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของคนในกลุ่มนี้ และได้รับการขนานนามว่าเป็น Hub of LGBT หรือเป็นแดนสวรรค์ของคนกลุ่มนี้ก็ว่าได้ 

ขณะที่ความเชื่อ​หรือทัศนคติเดิมๆ ต่อกลุ่ม LGBT ในยุคก่อนหน้าเริ่มลดน้อยลง คนเริ่มเข้าใจและยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทางเพศ มองเรื่องเพศเป็นความชอบหรือรสนิยมที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน ไม่ต่างกับการที่คนทั่วไปชอบรสชาติหรือประเภทของอาหารที่ไม่เหมือนกัน    ​

LGBT = Consumers

คุณวิทยา แสงอรุณ Editor, Business Today Chair, LGBT SMEs and Professionals Thailand อีกหนึ่งนักคิด นักเขียน และผู้ขับเคลื่อนกระแสความหลากหลายทางเพศมาอย่างต่อเนื่อง แชร์ข้อมูลภายในงานเสวนา เจาะลึกโอกาสทางธุรกิจตลาด LGBT ถึงทัศนคติด้านลบต่างๆ ที่เคยมีต่อกลุ่ม LGBT ​ในสังคมไทย เช่น คนเป็นเกย์เพราะชอบผิดลูกผิดเมียคนอื่น, เป็นพวกโรคจิต,  มีอารมณ์รุนแรง หรือไม่อยากให้ลูกหลานไปคลุกคลีด้วยเพราะกลัวจะกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ หรือแม้แต่เป็นเกย์เพราะกินข้าวแกงจากถุงพลาสติก ​

แต่ปัจจุบัน ความเป็นจริงที่เหนือความเชื่อใดๆ​ LGBT คือ Consumers เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สำคัญและทรงพลัง ทั้งจากขนาดและกำลังในการจับจ่าย ​โดยข้อมูลจาก LGBT-Capital.com คาดการณ์จำนวนประชากร LGBT ทั่วโลกมีทั้งหมด 483 ล้านคน โดยอยู่ในเอเชียทั้งหมด 288 ล้านคน หรือ 60% จากทั่วโลก

ขณะที่ในประเทศไทย​ มีจำนวน LGBT มากเป็นอันดับ 4 โดยมีจำนวนมากกว่า 4 ล้านคน หรือราว 6% แต่ในความเป็นจริง​ ข้อมูลจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องในแวดวง LGBT โดยตรงอย่าง คุณนิกร อาทิตย์ Founder Bangkok Rainbow รวมทั้งยังเป็นผู้จัดงาน Mr. Gay World และ LGBT Expo ได้ประมาณประชากรกลุ่ม LGBT ในประเทศไทยไว้ว่าน่าจะมีกว่า 10% หรือราวๆ 10-12 ล้านคนเลยทีเดียว

นอกจาก LGBT ชาวไทยกว่าสิบล้านคนแล้ว ประเทศไทยยังถือเป็น Hub of LGBT เนื่องจากเป็นสถานที่ในการจัดบิ๊กอีเวนท์สำคัญๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น LGBT Expo,​ PRIDE CRUISE, G-Circuit ทำให้มีกลุ่ม LGBT จากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาในประเทศ ขนาดของตลาดนี้จึงใหญ่มากพอและมีความน่าสนใจ จากกำลังซื้อที่สูง รวมทั้งเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงตลาดกลุ่มนี้ได้ ทำให้ช่วงที่ผ่านมา เรามักจะเห็นหลายๆ แบรนด์เลือกสื่อสารออกมาในมุมที่แสดงถึงการเปิดกว้างและยอมรับในความแตกต่างทางเพศมากขึ้น​ ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ Exxonmobil, Coca-Cola, เมืองไทยประกันชีวิต, ซันซิล เป็นต้น

4 Major Trends of LGBT

1. Legal ข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBT และอยู่ระหว่างการผลักดัน ซึ่งถ้าหากผ่านและสามารถประกาศใช้ได้ จะส่งผลให้เกิดอิมแพ็คต่างๆ โดยเฉพาะในแง่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการแต่งงานของคู่รัก LGBT ที่จะมีเม็ดเงินไหลไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา ​เนื่องจาก LGBT เอง ก็ต้องมีคู่ชีวิต หรือสามารถจัดการทรัพย์สิน อุปการะเด็ก การจดทะเบียน หรือการแต่งงาน ไม่ต่างกับคนทั่วไปเช่นกัน

2. LGBT Tourism เมื่อประเทศไทยคือ Destination สำคัญของ LGBT และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเองก็เริ่มให้ความสำคัญในการผลักดันแคมเปญต่างๆ เพื่อดึงดูดให้คนกลุ่มนี้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น เช่นเดียวกับในยุโรป หรืออเมริกาที่โปรโมทการท่องเที่ยวสำหรับคนกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว แม้แต่ในเอเชียก็พยายามสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดอีเวนท์ใหญ่ที่ไม่ได้โฟกัสเฉพาะกลุ่ม LGBT แต่จะกระตุ้นให้คนทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น

3. Diversity & Inclusion (D&I) หรือการยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางเพศ และสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แบ่งแยก โดยเฉพาะในองค์กรชั้นนำของโลก รวมทั้งในประเทศไทยที่มีการนำนโยบายที่เปิดกว้างในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้พนักงานรับรู้ว่าให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมทั้งชาย หญิง และ LGBT ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางเพื่อรักษากลุ่ม Talent ให้อยู่กับองค์กร​ ​

4. Young Generation กลุ่มเด็กรุ่นใหม่ ที่จะมีวิธีคิดแตกต่างไปจากคนในยุคก่อนหน้า และไม่ยึดติดกับเรื่องเพศ เป็น Genderless Gen และการยอมรับในกลุ่ม LGBT ที่มากกว่าคนรุ่นก่อนๆ ​โดกลุ่ม GEN Z ที่มีอายุระหว่าง 10-24 ปี ที่มีแนวคิดสนับสนุนความรักของคนในเพศเดียวกันในระดับสูงกว่าคนในยุคก่อนหน้า โดยคนใน Gen Y หรือคนในช่วงอายุ 25-42 ปี ซึ่งเห็นด้วยสูงเกือบครึ่งหนึ่งหรือ48% ขณะที่คน Gen Z เห็นด้วยมากถึง 56%

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand