“Love at first sight” เพราะผู้บริโภคมีเวลาแค่ “3 วินาที” จะโพสต์ต้องมี “รูป-วิดีโอ” เรียกความสนใจ

ปัจจุบันผู้คนใช้เวลาส่วนมากอยู่บนโลกออนไลน์ และพร้อมที่จะประเมินความน่าสนใจของสิ่งที่เห็นภายในเวลา 3 วินาที เกิดเป็น สงครามช่วงชิงเวลา ที่นักสร้างสรรค์และนักสื่อสารการตลาดต้องทำให้เนื้อหานั้นกลายป็น “Love at first sight” ของผู้ใช้งานให้ได้ภายใต้เวลาที่จำกัด และงบประมาณที่คุ้มค่ามากที่สุด

- Advertisement -

ข้อมูลจาก “22 Facebook Statistics You Need to Know in 2017″, “10 Social Media Best Practices for Small Businesses” และ “45 Visual Content Marketing Statistics You Should Know in 2018″ ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้คนในปัจจุบัน พบว่า

  1. ผู้ใช้งานจะ “มีส่วนร่วม” กับโพสต์ที่มีรูปภาพประกอบมากขึ้น 179% เมื่อเทียบกับโพสต์ธรรมดาทั่วไป
  2. “วิดีโอ” คือรูปแบบของโพสต์ที่คนแชร์มากที่สุด เฉลี่ย 89.5 แชร์
  3. ควรดึงดูดกลุ่มเป้าหมายด้วย “ภาพประกอบ” เพราะคนเราชอบที่จะมองเห็นภาพ นั่นเป็นสาเหตุที่ภาพและอินโฟกราฟิก (Infographics) ต่างๆ ถูกนำมาใช้ประกอบการโพสต์
  4. เมื่อคนเราได้รับข้อมูลจะจำได้เพียง 10% เท่านั้น แต่ถ้าข้อมูลชุดเดียวกันนั้นมีภาพประกอบที่เกี่ยวข้องจะทำให้คนจำได้ถึง 65% เลยทีเดียว
  5. จากการสำรวจของ HubSpot ในปี 2018 พบว่า 54% ของลูกค้าต้องการรับชมคลิปวิดีโอต่างๆ จากแบรนด์หรือธุรกิจที่พวกเขาใช้บริการอยู่
  6. การศึกษา Eye Tracking แสดงให้เห็นว่าบนโลกออนไลน์ ผู้อ่านจะให้ความสนใจกับข้อมูลที่มีรูปภาพประกอบ และในความเป็นจริงผู้อ่านจะใช้เวลากับรูปภาพ มากกว่าเนื้อหาที่เป็นตัวอักษรเสียด้วยซ้ำ
  7. อินโฟกราฟิกสามารถเพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ได้มากถึง 12%

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า “ภาพ” และ “วิดีโอ” สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเลือกใช้รูปภาพและวิดีโอที่มีประสิทธิภาพก็จะยิ่งทำให้ผลงานของเราได้รับความสนใจ นักสื่อสารการตลาดจึงสามารถนำกลยุทธ์การใช้คอนเทนท์ไปพัฒนาเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ได้ดังนี้

  • เลือกรูปภาพและวิดีโอให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
  • รูปภาพและวิดีโอที่ใช้ต้องแสดงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
  • รูปภาพที่มีโทนสีเหมาะสมกับบริบทที่นำเสนอและ สอดคล้องกับบทความ
  • เลือกรูปภาพหรือวิดีโอที่กระตุ้นความรู้สึกร่วม หรือบางครั้งอาจต้องอาศัยเสียงประกอบ

ดังนั้นคำตอบของ “การช่วงชิงเวลา” ที่กล่าวมาข้างต้น คือ การก้าวข้ามไปยังโลกใบใหม่ โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อให้ได้รูปภาพและวิดีโอ ที่สร้างความประทับใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้

โดย Shutterstock” ผู้ให้บริการภาพ วิดีโอ และเพลงที่มีสิทธิอนุญาตใช้งานคุณภาพสูง ที่มีให้เลือกหลากหลายมากกว่า 300 ล้านภาพ เป็นหนึ่งช่องทางที่ช่วยนักการตลาดประหยัดเวลาและงบประมาณในการทำงาน ซึ่งภายในเว็บไซต์มีเครื่องมือที่น่าสนใจ อาทิ 

Reverse Image Search การนำรูปภาพที่มีอยู่แล้วไปค้นหาสิ่งที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่มีอยู่บนเว็บไซต์ ด้วยการลากภาพที่มีมาวางลงในช่องค้นหา จากนั้นระบบ AI ของ Shutterstock จะแสดงผลรูปภาพที่ใกล้เคียงทั้งหมดที่อยู่ในคลัง

Shutterstock Editor ผู้ใช้งานสามารถดึงรูปที่ค้นหามาตกแต่ง หรือแก้ไขได้ทันที โดยมี Preset Cover ของทุกแอปพลิเคชั่น นอกจากนี้ยังมี Template หลากหลายให้เลือกใช้ รวมไปถึง Text และ Element ต่างๆ

Mobile Application ผู้ใช้ไม่ต้องเข้าหน้าเว็บไซต์เพื่อกดซื้อรูปภาพอีกต่อไป เพราะสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชันในมือถือได้แล้ว

Plug in นอกจากนี้ยังมี Plug in สำหรับทุกโปรแกรม ทั้ง Final Cut, Chrome, Adobe, Sketch, Slides และ Power Point

Free Image Resize เครื่องมือช่วยปรับแต่งขนาดรูปภาพได้ตามความต้องการ

Free Image File Converter บริการเปลี่ยนนามสกุลไฟล์แบบไม่มีค่าใช้จ่าย

Color Scheme การค้นหารูปภาพโดยอ้างอิงจากสี

ทั้งนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปีของ Number 24 X Shutterstock ผู้ใช้งานสามารถนำ Promo Code “N24ANV5” ไปใช้รับส่วนลดจากการซื้อภาพได้กับตัวแทนชัตเตอร์สต็อกประเทศไทย นอกจากนี้สามารถรับสิทธิ์แบบองค์กรและโหลดรูปไม่มีลายน้ำได้ฟรี โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 099-459-5244 หรือไลน์ @number24

source

source

source