Facebook Pay ของมันต้องมี เพราะ ‘การจ่ายตังค์’ สำคัญที่สุด ผลหุ้น Facebook พุ่ง 2.5% หลังเปิดตัว

น่าสนใจทีเดียวกับการที่เจ้าพ่อโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook จะหันมาเปิดตัวบริการ Payment ในชื่อ Facebook Pay ให้กับผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาเพิ่มมาอีกหนึ่งบริการ แถมยังแยกออกมาจาก Calibra Wallet กระเป๋าสตางค์สำหรับสกุลเงินดิจิทัล Libra ที่ Facebook ริเริ่มด้วย

- Advertisement -

โดยรูปแบบการทำงานของ Facebook Pay คือการเปิดให้ผู้ใช้งานเพิ่มข้อมูลบัตรเดบิท หรือบัตรเครดิต (รองรับทั้ง Visa และ Mastercard) ลงไปในระบบ หรือจะเป็นบัญชี PayPal ก็ได้เช่นกัน จากนั้น เมื่อมีการใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มของ Facebook เอง หรือแพลตฟอร์มในเครือ เช่น Instagram, WhatsApp, Messenger ก็จะสามารถจ่ายเงินได้ผ่าน Facebook Pay เลยทันที

สินค้าที่สามารถใช้ Facebook Pay จ่ายได้แล้วในตอนนี้พบว่ามีตั้งแต่การซื้อไอเท็มในเกม, การซื้อบัตรเข้าชมงานต่าง ๆ, การซื้อของจาก Marketplace บน Facebook รวมถึงสามารถใช้โอนเงินระหว่างเพื่อนกันก็ได้ด้วย (ในระยะเริ่มต้นเปิดให้โอนเงินระหว่างกันได้บน Facebook กับ Messenger ก่อน ส่วน Instagram และ WhatsApp จะตามมาในภายหลัง)

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้บริการนี้น่าสนใจก็คือ ไม่มีค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน หรือใช้จ่าย ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ที่สถาบันการเงินนำมาใช้จูงใจผู้ใช้บริการเช่นกัน และ Facebook เองไม่มีการเก็บรักษาเงินของผู้ใช้งานไว้บนระบบแต่อย่างใด

ส่วนใครที่กังวลเรื่อง Privacy ว่าจะรั่วไหลหรือไม่นั้น คำตอบคือ มีความเป็นไปได้สูง เพราะทางทีมพัฒนา Facebook Pay เผยว่า การจับจ่ายใช้สอยบน Facebook นั้นอาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับการนำเสนอคอนเทนต์ หรือโฆษณาด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากระบบพบว่ามีการซื้อถุงมือเบสบอลบน Facebook Marketplace ก็อาจได้เห็นโฆษณาของไม้ตีเบสบอลในเวลาต่อมาได้

ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับตัวบัตร และเลขที่บัญชีธนาคารนั้น Facebook ระบุว่าจะมีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยเป็นการป้องกันเบื้องต้น

ก่อนหน้านี้ Facebook เคยมีความพยายามที่จะให้ Messenger สามารถโอนเงินกันได้ภายในแอปพลิเคชันมาแล้ว เพียงแต่ในช่วงนั้น ยังไม่สามารถรองรับบัตรเครดิตอย่าง Visa หรือ Mastercard ได้ จึงไม่ใช่บริการที่ได้รับความนิยมมากเท่าใดนัก

ทำไมต้องเปิดตัว Facebook Pay

ฟังดูมีข้อดีมากมาย แต่ทำไมต้องเปิดตัว Facebook Pay ในเวลานี้ แถมยังให้บริการคาบเกี่ยวไปในทุกแอปพลิเคชันที่อยู่ในเครือ หนึ่งในบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจมาจาก Bloomberg ที่ระบุว่า สถานการณ์ของ Facebook ในขณะนี้ไม่สู้ดีนัก เนื่องจากมีหลายหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่มองว่าการดำเนินกิจการของ Facebook มีความผูกขาด และทำให้เกิดความพยายามจะแยก Facebook ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น

หนึ่งในผู้ที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวก็คือ Elizabeth Warren วุฒิสมาชิกหญิงที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนล่าสุด ที่มองว่า การควบรวมกิจการของ Instagram และ WhatsApp ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะทั้งสองเว็บ เมื่อรวมกับ Facebook จะเทียบเท่ากับ 85% ของ Traffic บนอินเทอร์เน็ตที่ไหลเข้าสู่โซเชียลมีเดีย และทำให้โซเชียลมีเดียรายอื่น ๆ แข่งขันได้ยากมากขึ้น เช่นเดียวกับ Chris Hughes ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ที่มองว่า Facebook ทุกวันนี้มีอำนาจมากเกินไป

จากแรงกดดันดังกล่าว หากมี Facebook Pay เข้ามาเชื่อมการจ่ายเงินของทุกบริษัทในเครือเข้าไว้ด้วยกัน การแยก Facebook ก็น่าจะทำได้ยากมากขึ้นตามไปด้วย โดยหลังจากเปิดตัวบริการ Facebook Pay ไปนั้น หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 2.5% เลยทีเดียว

Source

Source

Source

Source