เมื่อย่านทรงวาดได้ “วาดเขียน” เรื่องราวฉบับใหม่ผ่านทุกตรอกซอกซอยและร้านรวงในย่านประวัติศาสตร์ พร้อมเนรมิตทั้งย่านให้กลายเป็นรันเวย์ ที่ซึ่งฟุตบอล แฟชั่น และสตรีทคัลเจอร์มาบรรจบกันอย่างน่าอัศจรรย์
ทันทีที่มหกรรมฟุตบอลระดับโลกได้เปิดฉากขึ้น โมเดลทั้ง 40 คนได้ปรากฏตัวอย่างแนบเนียนไปตามถนนสายสำคัญของย่านทรงวาด โดยแต่ละคนมาในลุคที่รังสรรค์ขึ้นจากเสื้อฟุตบอลของ Nike ในรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งหลอมรวมกีฬา แฟชั่น และวิถีชีวิตคนเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางสีสันและความคึกคักของเมืองหลวง
แขกผู้มีเกียรติจากแวดวงฟุตบอลและวงการแฟชั่นของกรุงเทพฯ ได้ร่วมออกเดินทางบนขบวนตุ๊กตุ๊กที่เคลื่อนผ่านย่านทรงวาด เพื่อสัมผัสประสบการณ์รันเวย์ที่ถักทอไปทั่วทั้งย่าน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์ เมื่อโมเดลทั้งหมดมารวมตัวกันบนท้องถนนในรันเวย์ที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด เปลี่ยนย่านทรงวาดให้กลายเป็นไนกี้รันเวย์กลางแจ้งแห่งวัฒนธรรมฟุตบอล
เบื้องหลังการเนรมิตย่านทรงวาดให้กลายเป็นรันเวย์ครั้งนี้คือ Nike Goal-Dang (ไนกี้ โกลดัง) ป๊อปอัพสโตร์ที่หลอมรวมวัฒนธรรมฟุตบอลเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแคมเปญ “Rip the Script” ของ Nike Football ที่เฉลิมฉลองคนรุ่นใหม่ผู้กล้าฉีกกรอบแบบเดิม ๆ และนิยามการเล่นฟุตบอลในแบบของตนเองขึ้นใหม่ สำหรับกรุงเทพฯ แนวคิดดังกล่าวถูกตีความผ่านมุมมองเฉพาะตัวที่หล่อหลอมจากงานคราฟต์ พลังของสตรีทคัลเจอร์ และความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของย่านทรงวาด
ไนกี้ โกลดัง ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านการผสมผสานเสน่ห์ดั้งเดิมและพลังความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยของย่านทรงวาด โดยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการช้อปปิ้ง แต่เป็นประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมฟุตบอลท่ามกลางงานคราฟต์ สตรีทคัลเจอร์ และสีสันของชุมชนในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านแห่งนี้
อีกจุดเด่นของ ไนกี้ โกลดัง คือความร่วมมือระหว่าง Nike กับศิลปินและนักออกแบบท้องถิ่น ที่มาร่วมกันตีโจทย์กีฬาฟุตบอลผ่านมุมมองด้านศิลปะในแบบของตัวเอง โดยศิลปินที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้รวมถึง IWANNABANGKOK©, Smile Club Thailand, O Thongchai, Teerapon Sisung และ Ladderice ที่แต่ละคนได้นำเอามุมมองที่แตกต่างในแบบของตัวเองมาเล่าเรื่องราวของฟุตบอล ผสานความเป็นไทย และงานฝีมืออันประณีตไว้อย่างลงตัว
หนึ่งในผลงานไฮไลต์ที่แสดงอยู่ภายใน ไนกี้ โกลดัง คือชุดคัสตอมที่ IWANNABANGKOK© เป็นผู้สรรค์สร้างโดยนำเอารองเท้าสตั๊ดฟุตบอลรุ่นยอดนิยมอย่าง Nike Mercurial Vapor มาทำเป็นชุดคัสตอมดีไซน์พิเศษ โดยได้ศิลปินไทยที่โด่งดังระดับโลกอย่าง LISA มาสวมใส่ในภาพยนตร์สั้น “Rip the Script” ซึ่งเป็นการโชว์ความสามารถของศิลปินไทยบนเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง
ไนกี้ โกลดังไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่บนถนนทรงวาด แต่เป็นที่ที่คำว่าฟุตบอลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนาม แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนและชุมชน ที่มาร่วมกันเพื่อสร้างวัฒนธรรมของกีฬาฟุตบอลในทุก ๆ วัน
ตลอดช่วงเวลาของกิจกรรม ไนกี้ โกลดัง ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปเพื่อสนุกไปกับโลกของวัฒนธรรมฟุตบอลที่เผยแพร่ผ่านมุมมองด้านศิลปะของศิลปิน และนักออกแบบคนไทย นำโดยศิลปินนักออกแบบตัวอักษรชื่อดังอย่าง คุณ แม่น จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย มาเป็นผู้จัดกิจกรรม THAIPOGRAPHY เพื่อสร้างสรรค์งานร่วมสมัยในการตีความศิลปะตัวอักษรไทย นำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านงานออกแบบกราฟิกและการเล่าเรื่องด้วยภาพ เวิร์คช็อปจาก Ladderice ครีเอทีฟ สตูดิโอชื่อดัง ที่นำเอาวัฒนธรรมฟุตบอลมาผสานกับแฟชั่น และเทคนิคการพิมพ์ด้วยสไตล์การพิมพ์ที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างเทคนิค Blueprint Cyanotype นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อป Copper Weaving โดยคุณธีรพล สีสังข์ ที่นำเอาศิลปะการถักทอทองแดง และแรงบันดาลใจของกีฬาฟุตบอลมาถ่ายทอดเป็นผลงานที่สวยงามและร่วมสมัย โดยกิจกรรมเวิร์คช็อปเหล่านี้พร้อมให้ผู้สนใจได้เข้าร่วมเพื่อสัมผัสโลกของเกมการแข่งขันฟุตบอลที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากสนามแข่งขัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และความสร้างสรรค์จากเกมในแบบของตัวเอง
ไนกี้ โกลดัง เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 12 – 21 มิถุนายนนี้ ที่ ถนนทรงวาด กรุงเทพมหานครฯ
เกี่ยวกับ Nike Goal-Dang (ไนกี้ โกลดัง)
Nike Goal-Dang เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 12-21 มิถุนายน 2026
สถานที่: Play Art House, ถนนทรงวาด กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิดทำการ: 11.00 – 19.00 ทุกวัน
กิจกรรมภายใน Nike Goal-Dang :
- บริการปรับแต่งชุดกีฬาฟุตบอล Nike
- เวิร์กช็อปนำโดยครีเอเตอร์ชาวไทย
- พื้นที่จัดแสดงเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ฟุตบอล Nike
โปรแกรมเวิร์คช็อปภายใน Nike Goal-Dang :
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่านแอป Nike
เวิร์คช็อป “Thaipography” (จัดโดย Maan)
- เกี่ยวกับกิจกรรม: เวิร์คช็อปตัวอักษรไทยผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพ และการออกแบบกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล สร้างสรรค์งานศิลปะแบบตัวอักษรที่กำหนดเอง
- ผู้จัด : Jirawat “Maan” Sriluansoi (จิรวัฒน์ “แม่น” ศรีเลื่อนสร้อย)
- วันที่: วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน (17:30 – 19:00 น.) และวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน (19:00 – 21:00 น.)
เวิร์คช็อป “Blueprint Cyanotype” (จัดโดย Ladderice)
- เกี่ยวกับกิจกรรม: คลาสฝึกทำภาพพิมพ์ cyanotype printing โดยใช้กราฟิกและวัตถุที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล เพื่อสร้างภาพพิมพ์แบบ blueprint-style photographic
- ผู้จัด: Ladderice (แลดเดอร์ริส)
- วันที่: วันอังคารที่ 16 มิถุนายน (19:00 – 21:00 น.) และวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน (19:00 – 21:00 น.)
เวิร์คช็อป “Copper Weaving” (จัดโดย Teerapon)
- เกี่ยวกับกิจกรรม: งานฝีมือที่แนะนำเทคนิคการถักทอทองแดงผ่านการสร้างเครื่องรางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล และของตกแต่งแบบทำมือ
- ผู้จัด: Teerapon Sisung (ธีรพล สีสังข์)
- วันที่: วันพุธ 18 มิถุนายน (19:00 – 21:00 น.) และวันเสาร์ 20 มิถุนายน (09:30 – 11:30 น.)
เกี่ยวกับนักออกแบบและผลงานที่เข้าร่วม
โอ๋ ทองไทย
นำสัญลักษณ์ของนักรบมาผสานเข้ากับวัฒนธรรมฟุตบอล เปลี่ยนเสื้อเจอร์ซีย์ให้กลายเป็นเกราะร่วมสมัยที่สะท้อนพลังของการเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความสามัคคี ความมุ่งมั่น และความผูกพัน ผ่านสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับตัวตนและรากเหง้าทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นแผนที่กรุงเทพมหานคร เลข ๙ ที่สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้า เงาพระอารามไทย และช้างเอราวัณ สัญลักษณ์แห่งพลังและความศรัทธา ซึ่งหลอมรวมกันเป็นเรื่องราวของอัตลักษณ์ สถานที่ และพลังของการก้าวเดินไปด้วยกัน
ไอวอนนาแบงคอค
จากรองเท้าฟุตบอลสู่แฟชั่นบนเวทีระดับโลก IWANNABANGKOK นำเอกลักษณ์ของ Nike Mercurial Vapor มาตีความใหม่ในรูปแบบชุดเสื้อและกระโปรงร่วมสมัยที่สร้างขึ้นสำหรับ LISA โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเร็ว ความเบา และพลังของการเป็นตัวเอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Mercurial
ผลงานชิ้นนี้ขยายขอบเขตของวัฒนธรรมฟุตบอลออกไปไกลกว่าสนามแข่งขัน สะท้อนการบรรจบกันของกีฬา แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัย ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่กล้าท้าทายกรอบเดิมและนิยามตัวตนในแบบของตนเอง
ตรีสิกข์ สงวนบรรพ์
นำเสื้อ Nike Federation Away Kits 2026 และสิ่งทอไทยจากหลากหลายภูมิภาคมารื้อสร้างและประกอบขึ้นใหม่เป็นซิลูเอตของนักพเนจร สะท้อนการเดินทางทางอารมณ์ของแฟนฟุตบอลชาวไทยที่เฝ้าติดตาม เชื่อมั่น และฝากความหวังไว้กับเกมกีฬามาหลายยุคสมัย
ผลงานชิ้นนี้ตีความเสื้อทีมเยือนให้เป็นสัญลักษณ์ของความใฝ่ฝันมากกว่าจุดหมายปลายทาง และมองฟุตบอลในฐานะประสบการณ์ร่วมทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านความทรงจำ อัตลักษณ์ และความฝันที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น
สมาล์ย คลับ
ผลงานได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศของงานวัด งานบุญ และงานรื่นเริงที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนไทย ทางสไมล์คลับ นำวัตถุสามัญในชีวิตประจำวันมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของวัฒนธรรมฟุตบอล เก้าอี้พลาสติกที่สวมเสื้อทีมฟุตบอลและโต๊ะกลางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกฟุตบอล เชื่อมโยงเรื่องราวของกีฬา การออกแบบ และความทรงจำร่วมเข้าไว้ด้วยกัน
ผลงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลในบริบทไทยไม่ได้มีอยู่เพียงในสนามแข่งขัน แต่ยังอยู่ในวงสนทนา การสังสรรค์ และช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองที่ผู้คนได้มาพบปะและแบ่งปันความสุขร่วมกัน
ธีรพล สีสังข์
ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรม Nike of Samothrace อันเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ธีรพล สีสังข์ นำเศษทองแดงเหลือใช้มาตีความใหม่เป็นชุดเกราะร่วมสมัยที่สะท้อนการเคลื่อนไหว ความมุ่งมั่น และพลังแห่งการก้าวไปข้างหน้า ผลงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการฟื้นคืนชีวิตให้กับวัสดุที่ถูกมองข้าม และความเป็นไปได้ของการเริ่มต้นใหม่
ในบริบทของวัฒนธรรมฟุตบอล ผลงานสะท้อนแนวคิดที่ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีทรัพยากรมากที่สุดเสมอไป แต่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ความพยายาม และการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าสูงสุด ชุดเกราะชิ้นนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของทั้งการปกป้องและการเติบโต




