อเมริกาเอาจริง ขอวีซ่าต้องกรอกข้อมูลแอคเคาน์โซเชียลมีเดียย้อนหลัง 5 ปีทุกแพลตฟอร์ม

ใครก็ตามที่ต้องเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาคงพอทราบดีว่า ขั้นตอนการขอวีซ่าเข้าประเทศนั้นยุ่งยากขนาดไหน แต่ล่าสุด สหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศออกมาแล้วว่า ได้ปรับแบบฟอร์มขอวีซ่าเข้าประเทศให้ต้องกรอกข้อมูลแอคเคาน์โซเชียลมีเดียลงไปด้วย รวมถึงผู้ขอวีซ่าต้องกรอกด้วยว่า มีบุคคลในครอบครัวเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือไม่

สหรัฐอเมริกาให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ปรับเปลี่ยนแบบฟอร์มการขอวีซ่าเนื่องจากต้องการยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น สำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ต้องกรอกข้อมูลนั้นไม่จำกัดเฉพาะบริษัทที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาเช่น Facebook, Flickr, Google+, Instagram, LinkedIn, Reddit, Tumblr, Twitter และ YouTube แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่เติบโตอยู่นอกสหรัฐอเมริกาด้วย เช่น Douban, QQ และ Sina Weibo และไม่ใช่ข้อมูลแค่ปีนี้ปีเดียว แต่เป็นการขอข้อมูลย้อนหลังนานถึง 5 ปีกันเลย โดยทางการจะนำไปประกอบกับข้อมูลอื่น ๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลแอดเดรส การเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงว่าเคยถูกเนรเทศออกนอกประเทศใดหรือไม่ด้วย

สำหรับคนที่ไม่มีแอคเคาน์โซเชียลมีเดียก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะทางการสหรัฐฯ ระบุว่า สามารถทำเครื่องหมายในช่อง ” “ไม่มีแอคเคาน์โซเชียลมีเดีย” ก็ได้

อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่จะใช้วิธีนี้เพื่อหลบเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็ขู่ไว้ด้วยว่า การโกหกนั้นจะยิ่งส่งผลในแง่ลบต่อผู้เดินทางมากกว่า ดีไม่ดีอาจเผชิญสถานการณ์ที่ยุ่งยากมากขึ้นตอนตรวจคนเข้าเมืองด้วย

แนะเทคนิคอย่าโพสต์ข้อความล่อแหลม

ทั้งนี้ มีรายงานว่า มีบริษัทสัญชาติจีนหลายรายที่ทำธุรกิจส่งนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มเตือนลูกค้าของพวกเขาแล้วว่า ไม่ควรโพสต์ข้อความหลาย ๆ อย่างบนโลกโซเชียล ยกตัวอย่างเช่น

  • maternity hotel
  • give birth to babies in the U.S.
  • guns
  • green card
  • buy property in the U.S.

โดยก่อนหน้านี้ การขอแอคเคาน์โซเชียลมีเดียจะขอเฉพาะบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ที่ตกอยู่ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงนี้ประมาณ 65,000 คน แต่ทันทีที่ข้อบังคับใหม่นี้ประกาศออกมา ตัวเลขที่ทางการจะเก็บข้อมูลนั้นได้เพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งคาดว่าจะกระทบทั้งในกลุ่มที่ขอเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาทั้งเพื่อการศึกษาต่อ ทำงาน หรือแค่มาท่องเที่ยว ส่วนผู้ที่จะได้สิทธิยกเว้นมีเพียงผู้ที่ได้วีซ่ามาติดต่อราชการ หรือวีซ่าทางการทูตเท่านั้น

Source