มาเงียบๆ แต่แซงเรียบนะจ๊ะ! Microsoft ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ทิ้ง Apple เป็นเบอร์ 2

หากคุณไม่ได้ตามติดบริษัทเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิดหรืออาศัยอยู่ในถ้ำมา 5 ปี คุณอาจจะแปลกใจหากรู้ว่าตอนนี้ มูลค่าบริษัทของ Microsoft ได้แซงหน้า Apple Inc เป็นบริษัทที่มูลค่ามากที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้าคุณเป็นผู้ติดตามข่าวของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด คุณอาจจะไม่แปลกใจนักที่ได้ยินข่าวนี้ว่ามาจากสาเหตุอะไร ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็คือ Microsoft มียอดขายมากกว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่นในตลาดทั้งหมด แต่ถ้าพิจารณาลงไปในรายละเอียดแล้ว จะพบว่า เหตุหลักก็คือ ความจริงจังของ Microsoft เริ่มที่ทำการตลาดกับลูกค้าองค์กรซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จนสามารถทำมูลค่าหุ้นแซงหน้าได้ทั้ง Alphabet Inc (บริษัทแม่ของ Google), Amazon.com, และ Apple

หากว่ากันตามตรง ราคาหุ้นของบริษัทเทคฯ เหล่านี้ต่างลดลงกันอย่างน่าตกใจในช่วงที่ผ่านมา โดย Amazon ลดลง 22% Apple 25% แต่ Microsoft ลดลงเพียง 8.5% เท่านั้น

Satya Nadella ผู้บริหารของ Microsoft ที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้เกือบ 5 ปีแล้ว เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการปรับเปลี่ยนหลายสิ่งอย่างในบริษัท และวางให้ Microsoft กลับไปทำสิ่งที่ตัวเองถนัดและทำได้ดี และยังเสริมด้วยความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะนำทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งการเปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่หมดจดและขายของที่มีการป้องกันความล้าสมัยสำหรับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Azure บริการ Cloud Service ตัวเก่งที่ออกมาห้ำหั่นกับ Amazon ในการช่วยให้ลูกค้าย้ายข้อมูลดิจิทัลไปยังที่ปลอดภัยหรือตัวช่วยในการทำงานดูแลของเว็บไซต์ การเปิดตัวซอฟ์ทแวร์ช่วยอัพเดทคอมพิวเตอร์องค์กรที่ในอดีตนั้นทำได้ยากเย็นให้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีฐานข้อมูล และยังทำให้ตลาดของ Personal Computer กลับมามีสีสันขึ้นมาอีกครั้งด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Surface ต่างๆ

สิ่งที่ Nadella ทำนั้นไม่ใช่ revolution เหมือนที่ Ford พยายามที่จะเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการคมนาคมมากกว่าแค่จะขายรถยนต์เท่านั้น แต่ Microsoft ได้เพิ่มรายได้ กำไร และความเป็น Microsoft มากขึ้น ด้วยการลดจำนวนผลิตภัณฑ์บางอย่างซับซ้อนเกินไป หรือทำกำไรน้อยลง เพื่อความง่ายต่อการบริหารงาน เช่น การเลิกทำ smartphones สำหรับผู้บริโภคทั่วไป

นับว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Nadella เป็น CEO ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถ ทำงานได้มีประสิทธิภาพได้ดีเยี่ยม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและการเงิน

ถือว่าเป็นช่วงเวลาขาลงของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยี แต่หากวิเคราะห์เพิ่มเติมในส่วนของบริษัทเทคฯ ที่เน้นลูกค้าองค์กรมากกว่าลูกค้าทั่วไปจะพบว่ากลายเป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว โดยที่ผ่านมาบริษัทอย่าง Cisco และ Oracle นั้นได้จ่ายเงินปันผลก้อนใหญ่เนื่องจากสามารถทำรายได้มากขึ้น จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่า Google และ Amazon ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนการเติบโตอย่างหวือหวาของ Amazon จะเริ่มลดลงแล้ว รวมทั้ง บริษัทอย่าง Facebook และ Google กลับได้รับแรงกดดันจากหลายฝ่ายในเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลจากการทำธุรกิจโฆษณาและการทำรายได้จากการขายข้อมูลผู้ใช้งาน ส่วน Apple เองที่ยังต้องพึ่งพาการผลิต iPhone จากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปิดฉากสงครามการค้ากับจีน ก็ทำให้ราคาหุ้นของ Apple ถึงกับสะดุดเล็กน้อย ขณะที่ Microsoft เองก็เติบโตขึ้นดังที่กล่าวมาแล้ว

Source