ถอดรหัสความคิด “บุญเกียรติ โชควัฒนา” ในวันที่มาพัฒนาอสังหาฯ กลางสมรภูมิเดือด “เขาใหญ่”

หากพูดถึงเครือสหพัฒน์  การรับรู้ของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย คงต้องคิดถึงสินค้าอุปโภคบริโภค จำพวก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ผงซักฟอก “เปา” ชุดชั้นใน “วาโก้” และอีกสารพัดชนิดที่เป็นของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เอาเข้าจริงแล้ว เครือสหพัฒน์ มีอะไรมากกว่านั้นเยอะ และหลายคนอาจจะไม่คิดว่า เครือสหพัฒน์จะเข้าไปทำธุรกิจเหล่านั้นด้วย  อาทิ ธุรกิจการศึกษา มีตั้งแต่โรงเรียนสอนแฟชั่น ไปจนถึงโรงเรียนสอนการบิน  ธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำ ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ หรือแม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนิคมอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย เครือสหพัฒน์ก็มี  ปัจจุบันเครือสหพัฒน์มีธุรกิจต่างๆ ในมือจำนวนมาก นับบริษัทรวมได้กว่า 300 แห่ง มีพนักงานเป็นหลักแสนคน ส่วนยอดขายทั้งเครือเชื่อว่าทะลุ 300,000 ล้านบาทแล้ว

สำหรับแม่ทัพในการขับเคลื่อนธุรกิจเครือสหพัฒน์  คือ “เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” หนึ่งในลูกชายของนายห้างเทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์ นอกจากนั้นยังมีบรรดาน้องชายน้องสาวรวมถึงหลานๆ ในตระกูล ที่เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจเครือสหพัฒน์อีกจำนวนมาก โดยหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญอีกคน คือ คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ทำตลาดแบรนด์แฟชั่นนับ 100 แบรนด์ ในวันนี้เขาได้หันมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในนามส่วนและครอบครัว ตามความสนใจส่วนตัวในธุรกิจอสังหาฯ ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน และเป็นสิ่งที่ภรรยา “คุณทิพาภรณ์ โชควัฒนา” มีความชื่นชอบในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ​ พร้อมกับการปลูกดอกไม้ที่รัก

คุณบุญเกียรติและภรรยา จึงร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ทอฝัน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการเคนซิงตัน เขาใหญ่ (Kensington Khaoyai) ตั้งแต่ปี 2557 บนที่ดินขนาด 60 ไร่ จากการที่คนรู้จักนำเอาที่ดินมาขายให้ ซึ่งซื้อไว้ไร่ละประมาณ 100,000 บาทเท่านั้น ปัจจุบันราคาที่ดินพุ่งไปไร่ละ 4 ล้านบาท เดิมมีแนวคิดการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม แต่ไม่มีความรู้  จึงเปลี่ยนมาพัฒนา “โรงแรม” แต่ก็มีห้องปฏิบัติธรรมอยู่ข้างในด้วย โดยแนวทางการออกแบบใช้ที่อยู่อาศัยสไตล์อังกฤษเป็นแรงบันดาลใจ จากความชื่นชอบและผูกพันทั้งของตนเองและภรรยา เมื่อครั้งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ 50 ปีก่อน โดยได้อาจารย์อำนาจ คีตพรรณ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์อังกฤษ จากบริษัท โพลีแกรม ดีไซน์ จำกัด มาดำเนินการออกแบบโครงการให้

สำหรับโรงแรมดำเนินงานภายใต้ชื่อ “Kensington English Garden Resort” (โรงแรมเคนซิงตัน อิงลิช การ์เดน รีสอร์ท) ในสไตล์อังกฤษ จำนวน 40 ห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ คลับเฮ้าส์ ห้องอาหาร Four Season, King George Pub และสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ Kensington English Gardens Khaoyai (เคนซิงตัน อิงลิช การ์เดน เขาใหญ่) ที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนดอกไม้ของพระราชวังเคนซิงตัน แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ พื้นที่สวนถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน อาทิ สวนประดิษฐ์ สวนเขาวงกต และ ลานไม้มั่งมี รวมทั้งมีศาลาชมสวน สะพานสวนรอบสระน้ำ และเรือนพรรณไม้เมืองหนาว

โจทย์ใหม่ งานยากและท้าทายในธุรกิจอสังหาฯ

คุณบุญเกียรติ  ดูแลและบริหารธุรกิจเครือสหพัฒน์มานานถึง 47 ปี ปัจจุบันดูแลบริษัทในเครือกว่า 20 บริษัท ธุรกิจส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค  รวมถึงธุรกิจที่ประสบปัญหาต้องได้รับการแก้ไข อาทิ โรงงานผลิตรองเท้าแพน ซึ่งประสบปัญหาขาดทุนสะสมกว่า 2,900 ล้านบาท คุณบุญเกียรติได้เข้าไปแก้ไขปัญหาอยู่ 3-4 ปีจนปัจจุบันเริ่มมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจแล้ว  แต่สำหรับธุรกิจอสังหาฯ เขามีประสบการณ์ไม่มากนัก!!!

ย้อนกลับไปในปี 2555 ถือเป็นครั้งแรกที่คุณบุญเกียรติ นำบริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯ และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด รุกธุรกิจอสังหาฯ  ด้วยการร่วมทุนกับบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท  พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ที่ชายหาดชะอำ ซึ่งมีทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม และคอมมิวนิตี้มอลล์ ภายใต้โครงการบ้านทิวทะเล ชะอำ–หัวหิน

ต่อมาในปี 2557 เครือสหพัฒน์ลงทุนอสังหาฯ อีกครั้งในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ เป็นการร่วมทุนกับ บริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และให้บริการระบบรถไฟในเขตชานเมืองโตเกียว การพัฒนาเมือง อสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงกิจการโรงแรม รีสอร์ต  และบริษัท ช.การช่าง-โตกิว คอนสตรัคชั่น จำกัด ในการก่อตั้งบริษัท สหโตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 332 ล้านบาท  เพื่อพัฒนาโครงการ “HarmoniQ Residence Sriracha” ในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์นำร่องเป็นโครงการแรก โดยในครั้งนั้นใช้

โดยทั้ง 2 โปรเจ็กต์ดังกล่าวถือว่าเครือสหพัฒน์ได้มืออาชีพและผู้มีประสบการณ์เข้ามาช่วยพัฒนาโครงการ แต่เมื่อคุณบุญเกียรติ ต้องมาพัฒนาโครงการเองก็พบว่า ธุรกิจอสังหาฯ มีความท้าทายและมีโจทย์ยากในหลายเรื่อง อาทิ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ Sensitive ลูกค้ามีความหลากหลาย และมีความต้องการแตกต่างกัน  จึงจำเป็นต้องใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่ก่อสร้างไปจนถึงการบริหารงานขาย อย่างการให้บริการของโรงแรมแม้จะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก แต่มาตรฐานและการบริการต้องได้เทียบเท่าโรงแรมขนาดใหญ่ การหาจุดเด่นของโครงการและสร้างความพิเศษกับโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความประทับใจ

“ความรู้จากการร่วมทุนกับชาญอิสระ คือ รู้ในเรื่องการโปรโมท อะไรควรจ่ายไม่ควรจ่าย อะไรควรทำไม่ควรทำ เพื่อสร้างการรับรู้ ส่วนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากญี่ปุ่น คือ การมีวินัยและอดทน  คิดถึงอะไรในระยะยาว  มีวินัยในคำพูด ถ้าพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น  รักษาคำพูดและการกระทำ การทำธุรกิจไม่ได้มุ่งกอบโกยรายได้ ต้องคิดถึงคนที่มาพักอาศัย และสร้างความประทับใจ ไม่อยากให้เสียชื่อไปถึงเครือสหพัฒน์”

พัฒนาคอนโดฯ​-ทาวน์โฮม​-บ้านตากอากาศ 

หลังจากเร่ิมต้นจากการพัฒนาโรงแรมแล้ว  คุณบุญเกียรติ  เห็นว่า ภายในโครงการควรจะมีพื้นที่สำหรับพักอาศัย  เพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 ด้วย  จึงพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม  ทาวน์โฮม และบ้านเดียวพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น ทำให้โครงการเคนซิงตันฯ​ มีที่พักอาศัยครบทุปประเภท โดยมีมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 1,600 ล้านบาท และปัจจุบันได้ลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคไปแล้วกว่า 600 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮ้าส์ (Club House) โรงกรองน้ำ 3 แห่ง ระบบเดินสายไฟฟ้าใต้ดิน และสวนสไตล์อังกฤษ ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 20% ของพื้นที่โครงการ

ภายในยังมีโบสถ์คาทอลิก “เซนต์นิโคลาส” หรือชื่อเต็ม “วัดบุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง เขาใหญ่ (CHURCH OF BLESSED NICOLAS BUNKERD KITBAMRUNG KHAOYAI)” เป็นวัดคาทอลิกแห่งแรกและแห่งเดียวของเขาใหญ่ ที่เป็นสถาปัตยกรรมทรงยุโรปสมัยจอร์เจียน/วิคทอเรียนของอังกฤษ (Georgian/Victorian English) ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุดของโครงการฯ พื้นที่เกือบ 2 ไร่ ถือเป็นหนึ่งจุดไฮไลท์สำคัญของโครงการด้วย

โดยโครงการคอนโดฯ  ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมอยู่ และมียอดขายได้แล้วกว่า 80% จากจำนวนทั้งหมด 32 ยูนิต ส่วนบ้านรูปแบบทาวน์โฮมดำเนินการก่อสร้างและแล้วเสร็จพร้อมอยู่บางส่วน ในรูปแบบ “Terrace House” อาคารพักอาศัย 3 ชั้น ที่มียอดขายได้แล้วประมาณ 60% จากจำนวนทั้งหมด 16 ยูนิต บ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ปัจจุบันมียอดสั่งจองแล้วกว่า 20% จากจำนวนทั้งหมด 62 ยูนิต ซึ่งเริ่มต้นสร้างบ้านและส่งมอบให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยแล้ว 1 หลัง

“การแข่งขันธุรกิจอสังหาฯ ในเขาใหญ่ถือว่ารุนแรงมาก เพราะได้รับความนิยม ซัพพลายน่าจะมีเยอะ แต่เราไม่ผลีผลาม ที่สำคัญไม่ได้กู้เงินมาลงทุน ใช้เงินตัวเอง เราไม่ได้ทำแบบเน้นเป็นธุรกิจ ทำเพราะภรรยาชอบจึงไม่ได้วางแผนธุรกิจอะไรไว้ แค่แก้ปัญหาและพัฒนาบริษัทให้เติบโต  ตอนนี้โรงแรมมีรายได้ปีละ 40 ล้านบาท โครงการมีกำไรขั้นต้นประมาณ​ 30% แม้ไม่มีประสบการณ์ทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน แต่เรายังมีกำไรสะสมอยู่ ธุรกิจที่ทำยากที่สุด คือ ธุรกิจแฟชั่น เพราะคนเข้าใจแฟชั่นน้อยมาก”

คุณบุญเกียรติ ยังบอกอีกว่า การทำธุรกิจให้ยึดหลัก “เป็นผู้ให้ดีกว่าเป็นผู้รับ” รวมถึง “ใครทำไม่ดีกับเราให้ลืม แต่ใครทำดีกับเราให้จำ” เป็น 2 คำสอนจากหลายเรื่องที่คุณพ่อ (นายห้างเทียม โชควัฒนา) สอนลูกมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ส่วนวัคซีนสำคัญในการทำธุรกิจที่ตนเองยึดถือ คือ อย่าโลภ และ “Too good to be true” เห็นอะไรแล้วมันอาจจะไม่จริง รวมถึงยึดหลัก DNA ของเครือสหพัฒน์ไว้เสมอ คือ “ซื่อสัตย์และมีคุณธรรม”