HomeDigitalไมโครซอฟท์พบวัยทำงานไทยใช้ AI เพิ่ม 36.4% โตอันดับสองของโลกรองเกาหลีใต้

ไมโครซอฟท์พบวัยทำงานไทยใช้ AI เพิ่ม 36.4% โตอันดับสองของโลกรองเกาหลีใต้

เชื่อไทยพร้อมก้าวสู่ “Frontier Transformation” 

แชร์ :

ราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน

ไมโครซอฟท์เผย “ไทย” มีอัตราการเติบโตของสัดส่วนผู้ใช้ AI สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (รองจากเกาหลีใต้) หลังข้อมูลจากรายงาน Global AI Diffusion ฉบับล่าสุด พบสัดส่วนการใช้งาน AI อย่างจริงจังในกลุ่มประชากรวัยทำงานทั่วไทย เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มาเป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 36.4% ดันสู่การจัดงาน Microsoft AI Tour Bangkok รวมผู้นำภาครัฐ เอกชน เครือข่ายพันธมิตร และนักพัฒนาทั่วไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ “Frontier Transformation”

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน เผยว่า “องค์กรทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนต่างกำลังเดินหน้าจากการทดลองใช้งาน AI ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สัมผัสได้จริง และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีในด้านนี้ เราได้เห็นทั้งการนำ AI มาปรับปรุงการดำเนินงาน สนับสนุนการตัดสินใจ และสร้างผลงานที่มีคุณค่า โดยสำหรับไมโครซอฟท์แล้ว เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ทุกองค์กรเปลี่ยนศักยภาพของ AI เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริง”

การเพิ่มขึ้นของ AI users จากรายงาน Global AI Diffusion ขอบคุณข้อมูลจาก Microsoft

องค์กรไทยพร้อมเปิดรับ AI?

ขณะที่ ผลสำรวจ Work Trend Index 2026 จากไมโครซอฟท์ พบว่า ราว 32% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่ม “Frontier Professional” หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึงสองเท่า และในมิติของภาวะผู้นำและทิศทางเชิงกลยุทธ์ 51% ของคนทำงานไทยมองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราวสองเท่าเช่นกัน

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังพบสัญญาณที่บ่งบอกว่าองค์กรในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเปิดโอกาสให้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากกว่าองค์กรในประเทศอื่น แม้จะต้องเจอกับอุปสรรคที่ชะลอความเปลี่ยนแปลงก็ตาม เห็นได้จากตัวเลขด้านล่างนี้

  • จากการวิเคราะห์บทสนทนากับ AI กว่า 100,000 รายการใน Microsoft 365 Copilot โดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้สนทนา พบว่า 49% ของการพูดคุยกับ AI เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนงานที่ต้องใช้ความคิด ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล แก้ไขปัญหา ประเมินสถานการณ์ หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
  • 75% ของผู้ใช้ AI ในประเทศไทยระบุว่าพวกเขาสามารถสร้างผลงานที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองเมื่อหนึ่งปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 58% แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนทำงานระดับ “Frontier Professional” ในไทยตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 86% เลยทีเดียว
  • ผู้ใช้ AI ในไทยระบุว่า ทักษะที่มีความสำคัญที่สุด เมื่อ AI เข้ามาแบ่งงานไปทำมากขึ้น ได้แก่ การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของชิ้นงานจาก AI (53%) และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผลจากข้อมูล (45%)
  • 85% ของผู้ใช้ AI ในไทยกลัวว่าพวกเขาจะตกขบวน หากไม่นำ AI มาใช้งานและปรับตัวตาม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกถึง 20%
  • ผู้ใช้ AI ในไทยราว 60% (เฉลี่ยทั่วโลก 45%) รู้สึกมั่นใจกว่าที่จะนำ AI มาใช้ทำงานตามเป้าหมายที่มีอยู่เดิม มากกว่าจะนำไปใช้ออกแบบกระบวนการทำงานขึ้นมาใหม่
  • คนทำงานในไทย 32% บอกว่าพวกเขาได้รับการยกย่องหรือการสนับสนุนจากองค์กรเมื่อนำ AI มาเปลี่ยนวิธีการทำงาน แม้ว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายทั้งหมดก็ตาม ซึ่งนับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก (13%) เกินกว่าเท่าตัว

(หมายเหตุ – ข้อมูลจากรายงาน Work Trend Index ฉบับปี 2026 เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลด้านประสิทธิภาพการทำงานนับล้านล้านรายการจากผู้ใช้ Microsoft 365 โดยไม่ระบุตัวตนของผู้ใช้ ร่วมกับการสำรวจความคิดเห็นของคนทำงานจริงที่ใช้ AI จำนวน 20,000 คนใน 10 ประเทศในเฟสแรก ก่อนจะขยายการสำรวจไปยังอีก 11 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย)

เปิดโฉมหน้าองค์กรไทยยกระดับสู่ “Frontier Transformation”

เพื่อให้ภาพของ Frontier Transformation ชัดขึ้น ภายในงาน AI Tour Bangkok จึงมีการนำความสำเร็จขององค์กรชั้นนำของไทยมาร่วมเผยตัวอย่างด้วยมากมาย เช่น

  • LH Bank เปิดตัว GENIE AI บนแอปพลิเคชัน LHB You ผู้ช่วยอัจฉริยะของธนาคารที่สั่งงานด้วยเสียงรายแรกของประเทศไทย โดยพัฒนาบน Azure OpenAI Service และ Microsoft Speech Studio ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมและเข้าถึงคำแนะนำทางการเงินผ่านการโต้ตอบด้วยเสียงและข้อความอย่างเป็นธรรมชาติ รองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกลาง
  • AutoX ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ภายใต้กลุ่ม SCBX นำ Azure OpenAI มาใช้เพื่อยกระดับตรวจสอบและกำกับดูแลการสื่อสารกับลูกค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด โดยระบบสามารถตรวจสอบการสนทนาได้ทุกสายแบบเต็ม 100% จากเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจได้เพียง 5-10% เท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พิจารณาสินเชื่อภาคสนามยังมี AI agent ทำหน้าที่โค้ชช่วยสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับจัดประเภทเอกสาร ตรวจสอบลายเซ็น และประเมินมูลค่ายานพาหนะที่ใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งพัฒนาขึ้นจาก Azure AI Vision ร่วมกับศูนย์วิจัย Microsoft Shanghai AI Innovation Lab ด้วย
  • SCGC เป็นบริษัทที่มีแผนงานการยกระดับองค์กรด้วย AI ที่มีสเกลใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยมีการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับพนักงานกว่า 5,000 คนในไทยและเวียดนาม ซึ่งความสำเร็จมีทั้งการใช้ AI จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญจากแหล่งต่าง ๆ ภายนอกองค์กรได้มากกว่า 70% และลดเวลาการวิเคราะห์ข้อมูลของพนักงานลงได้มากกว่า 80% เป็นต้น
  • GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ได้นำ Copilot Studio, Azure AI Foundry และ Microsoft Fabric มาใช้บริหารจัดการโรงไฟฟ้าเพื่อให้สามารถวางแผนการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ได้ก่อนเกิดเหตุ ทั้งนี้ระบบที่บริหารจัดการด้วย AI จะติดตามข้อมูลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์โดยอัตโนมัติ และมีการเชื่อมโยงรูปแบบความผิดปกติกับมาตรฐาน ISO 14224 พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการซ่อมบำรุง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงรักษาลง 10% ในระยะแรกของโครงการ

นอกจากนี้ ทางไมโครซอฟท์และ SCBX กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย ก็มีความร่วมมือเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ด้วยเช่นกัน กับการทำการฝึกอบรมพนักงานของ SCBX ไปแล้วกว่า 15,171 คน

ภายในงานยังมีการประกาศความสำเร็จของโครงการเรือธงอย่าง Microsoft Elevate กับการพัฒนาทักษะให้ผู้เรียนในประเทศไทยแล้วกว่า 780,000 คน ครอบคลุมทั้งบุคลากรในภาคการศึกษา องค์กรเพื่อสังคม และแรงงานไทยทั่วไป ทั้งยังมอบประกาศนียบัตรรับรองทักษะแล้วกว่า 350,000 ใบ ส่วนในปีงบประมาณ 2027 จะมีโครงการ Microsoft Elevate for Educators สำหรับภาคการศึกษา และ Microsoft Elevate for Changemakers ด้วย

ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกาศการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างปี 2569-2571 โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และคลาวด์ในประเทศไทย การเสริมสร้างรากฐานเชิงดิจิทัล และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในทุกภาคส่วน

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้ ตอกย้ำว่า AI คือพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้กับทั้งประเทศและสังคม และเปิดทางให้เรารับมือกับความท้าทายที่ก่อนหน้านี้อาจดูไกลเกินเอื้อม ประเทศไทยกำลังเปิดรับโอกาสนี้อย่างเต็มที่ และไมโครซอฟท์รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญนี้”


แชร์ :

You may also like