ไขเบื้องหลังความสำเร็จ adapter digital group เพราะดูแลพนักงานมากกว่าการเป็น “พนักงาน”

พบกับกรณีศึกษาเรื่องเล่าเบื้องหลังความสำเร็จของ adapter digital group หนึ่งในดิจิทัล เอเยนซี่ ชั้นนำของเมืองไทย จากบทสัมภาษณ์พิเศษของ คุณจงจิตร คงนาคา ประธานกรรมการฝ่ายปฏิบัติการที่จะมาบอกเล่าถึงกระบวนการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันฟันฝ่าธุรกิจและกำชัยในสมรภูมิการแข่งขันดิจิทัล เอเยนซี่ที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

วัฒนธรรมองค์กรของ adapter เป็นแบบไหน ?

เราเชื่อในความเป็น “New tribe Creativity”  โดยคาดหวังให้ทุกคนเป็นคนรุ่นใหม่ เผ่าพันธุ์ใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีเป้าหมายเดียวกันในการทำงานเพื่อความเป็นเลิศและบรรลุ KPIs ต่าง ๆ ของลูกค้าที่วางไว้ ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมเวิร์ค  และการทำงานประสานกันทุกแผนก  ไม่เว้นแม้แต่ HR ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมขององค์กร เมื่อเห็นว่ากองหน้าทำงานอย่างฉับไว กองหลังอย่างฝ่าย HR ก็ต้องก้าวให้ทันกองหน้า ดังนั้น การทำงานของพวกเราจึงเดินไปพร้อมกันทุกฝ่ายจริง ๆ

คนแบบไหนที่ใช่สำหรับ adapter ?

นอกเหนือจากการเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังต้องมีทัศนคติที่ดี มีความเชี่ยวชาญและทุ่มเทในการทำงาน โดยเฉพาะมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองตลอดเวลา ซึ่งคนที่เราคัดเข้ามามักจะมีคุณสมบัตินี้ในตัวอยู่แล้ว นอกจากนี้ adapter digital group คาดหวังที่จะได้พนักงานที่เก่ง มีความรู้อย่างลึกซึ้งในตำแหน่งงานของตัวเองมาร่วมงาน อยากได้คนกล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าเสนอความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงมุมมองต่าง ๆ  ที่เป็นประโยชน์ให้กับทีม เพราะหลาย ๆ  ครั้ง อะไรดี ๆ มักจะได้มาจากคนรุ่นใหม่ เราเชื่อว่าถ้าไม่เปิดโอกาสให้กับพวกเขา เราก็จะไม่ได้ไอเดียใหม่ๆ 

การแข่งขันของดิจิทัล เอเยนซี่ รุนแรงมาก adapter มีจุดแข็งอะไรบ้าง ที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มาร่วมงาน?

ที่นี่เราดูแลกันมากกว่าแค่ชีวิตการทำงาน เพราะมีความห่วงใยในเรื่องต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้น เพราะต้องการให้พนักงานทุกคนมีความสุขในทุก ๆ  ด้าน ทีม HR จึงมีความใกล้ชิดกับพนักงานมาก คุยเล่นกันได้เหมือนพี่น้อง เหมือนคนในครอบครัว ทำให้บรรยากาศของการทำงานอบอวลไปด้วยความสุข นอกเหนือจากสวัสดิการต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐาน เช่น การให้วันลาพิเศษเมื่อมาทำงานในวันหยุด การลาหยุดในวันเกิดพนักงาน (Birthday Leave) ให้สิทธิ์ลาพักร้อนหลังพ้นโปรโดยที่ไม่ต้องทำงานครบ1 ปีก่อน เปิดโอกาสให้พนักงานได้ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปพบแพทย์ ยังสามารถใช้บริการ Grab Corporate ได้เมื่อเดินทางไปทำงานหรือพบปะลูกค้านอกสถานที่ และที่แตกต่างจากบริษัทฯ ส่วนใหญ่ก็คือ Indy Leave เมื่อพนักงานรู้สึกเหงา เศร้า อกหัก ก็หยุดทำงานที่บ้านได้

มากไปกว่านั้นคือรายละเอียดปลีกย่อยที่ให้คุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าทางตัวเงิน ผ่านเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งสร้างความรู้สึกที่ดีและปลาบปลื้มใจให้กับพนักงาน อาทิ กิจกรรมพิเศษสร้างเซอร์ไพรส์ ซึ่งเราจัดขึ้นเป็นประจำทั้ง Monday Morning และ Friday Evening เช่น การเสาะหาขนมอร่อยจากร้านดังที่กำลังอยู่ในกระแสมาให้พนักงานทุกคนได้ลิ้มลองถึงที่ในตอนเช้าวันจันทร์หรือช่วงเย็นวันศุกร์โดยไม่ต้องไปต่อแถว หรือยกพิธีชงชาแบบดั้งเดิมมาสาธิตและให้พนักงานได้ดื่มกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กระทั่งกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลายด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจเพื่อการผ่อนคลาย เช่น การเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการความเครียด หรือการยกสปามาไว้ที่ออฟฟิศ พร้อม Therapist มาบริการนวดคอ บ่า ไหล่ ให้กับพนักงานแบบจัดเต็ม แม้แต่กิจกรรมคลาสโยคะก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทีม HR ของ adapter digital group ยกมาให้ถึงในออฟฟิศ ด้วยความห่วงใยสุขภาพและความเข้าใจเกี่ยวกับข้อจำกัดของเวลา ที่บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่พนักงานจะไปเข้าร่วมคลาสตามฟิตเนสที่กำหนดเวลาเองไม่ได้ คลาสโยคะพร้อม instructor มืออาชีพจึงถูกนำมาเสิร์ฟให้ทุกคนถึงออฟฟิศตามช่วงเวลาที่คนในออฟฟิศสะดวก ยิ่งไปกว่านั้น ยังรวมไปถึงการเพิ่มความพิเศษในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น Session การพูดคุยเกี่ยวกับผลการประกวดงานโฆษณาจากเทศกาล Cannes Lions ภายในออฟฟิศ ที่ไม่เป็นเพียงแค่การแชร์ความรู้เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงาน ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการนำเนื้อย่างชั้นเยี่ยมจากร้านชื่อดังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยในวันนั้น ทำให้เป็นการเพิ่มพลังการทำงานที่ได้เติมเต็มทั้งสมองและท้องไปพร้อมๆ กัน บางครั้งสวัสดิการหลายอย่างก็เกิดขึ้นจากการริเริ่มของพนักงานแล้วทีม HR เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุน เช่น การจองและเช่าคอร์ทแบดมินตันใกล้ออฟฟิศให้ ซึ่งเกิดมาจากการรวมตัวกันเล่นกีฬาของคนในออฟฟิศเองด้วย

นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะด้าน Conversation & Presentation เพื่อช่วยให้ทำงานและบริการลูกค้าต่างประเทศได้ดีขึ้น และยังสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทที่กำลังบุกตลาด AEC อย่างจริงจังอีกด้วย

ให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหนกับความสัมพันธ์ที่ดีของพนักงานภายในองค์กร?

เรามีพนักงานมากกว่าร้อยชีวิต แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักหรือสนิทสนมกัน ดังนั้นในแต่ละกิจกรรมที่เราจัดขึ้น จึงมุ่งเน้นเพื่อสร้างความกลมเกลียว และความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในบริษัทฯ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมงานปีใหม่ที่จัดทุกปี มีการแสดง มีโชว์ ซึ่งทีม HR จะขอให้มีตัวแทนจากแต่ละแผนกมาช่วยกันวางแผนและประสานงาน งานปีใหม่ 2018 ที่ผ่านมา โจทย์ของเราคือจะทำยังไงให้พนักงานทุกคนอยู่ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยความสนุกสนาน และมีความสุข นอกจากนี้ยังต้องการแนะนำพนักงานที่พึ่งเข้ามาใหม่ ให้ทุกคนจำหน้าและชื่อให้ได้ ความท้าทายคือเรามีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก ดังนั้น จึงขอความเห็นจากพนักงานใหม่ให้ช่วยกันออกแบบวิธีการแนะนำตัวให้เป็นที่จดจำ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามให้คนอื่นรู้ จึงได้ไอเดียออกมาเป็น VTR ที่ถ่ายทำและตัดต่อกันเอง ที่ก็สามารถทำออกมาได้และสนุกมากด้วย ซึ่ง VTR ตัวนี้ถูกนำไปใช้ในการเล่นเกมต่อ โดยเกมในงานปีใหม่ที่ผ่านมาคือ BINGO แต่คนสร้างสรรค์งานโฆษณาอย่างเรา จะเล่นแค่ BINGO ตัวเลขก็ไม่สนุก เราจึงเอารูปหน้าพนักงานมาทำเป็น BINGO เพื่อทดสอบว่าพนักงานแต่ละคนจำกันได้มากน้อยแค่ไหน

และทุกๆครั้งเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละกิจกรรมแล้ว HR ก็จะสอบถามฟีดแบ็คจากพนักงานว่ามีเสียงตอบรับอย่างไร อะไรที่ชื่นชอบและอะไรที่อยากให้เพิ่มเติมในครั้งต่อ ๆ ไป เพื่อนำเสนอกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของพนักงานได้ดีที่สุด

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการเชิงลึกที่จะทำให้พนักงานรักองค์กร และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้เค้าก้าวหน้าได้ไกลต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น โปรเจคท์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็เพื่อผลักดันให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข·

อย่างไรก็ตาม เราจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะเรากำลังเร่งพัฒนาโปรเจกท์ดี ๆ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงานและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการันตีว่าจะต้องเซอร์ไพรส์ และเป็นเรื่องแปลกใหม่ในแวดวงดิจิทัล เอเยนซี่อย่างแน่นอน

 

มีการ Training หรือแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างไร ?

โดยปกติแล้วเรามี Media Partner ระดับโลก เช่น Facebook , Line , Google  เข้ามาช่วยเพิ่มพูนทักษะให้พนักงานอยู่ตลอดเวลาอย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราพยายามเน้นย้ำเช่นกันก็คือการให้พนักงานทุกแผนกมาแบ่งปันมุมมอง ความรู้ และความคิดเห็นในด้านที่ตัวเองเชี่ยวชาญให้กับพนักงานแผนกอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลทำให้การทำงานร่วมกันเป็นทีมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลสัมฤทธิ์ที่ยอดเยี่ยม เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ adapter innovation ซึ่งเป็นแผนกน้องใหม่ของเราได้นำเสนอเทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจะเอามาช่วยสร้างสรรค์งานของแผนกอื่น ๆ  ได้ และในการฝึกอบรมแต่ละครั้งจะต้องเป็นเรื่องที่สดใหม่ แตกต่าง  และน่าสนใจ เช่น วิทยากรที่จะเชิญมาพูดต้องเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ รวมถึงหาประเด็นอะไรใหม่ ๆ ที่โดดเด่น และสามารถนำไปใช้งานได้จริง

adapter มีกระบวนการสร้างและรักษา Talent ให้อยู่กับบริษัทฯ นาน ๆ อย่างไรบ้าง?

แม้จะเป็นดิจิทัล เอเยนซี่ ที่แจ้งเกิดในตลาดช่วงยุคแรกของสื่อดิจิทัล แต่ adapter digital group ก็กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีพนักงานเลือดใหม่ มาเสริมความแข็งแกร่งและให้บริการลูกค้าตลอดเวลา ขณะเดียวกันพนักงานที่ลาออกไปส่วนใหญ่แล้วจะไปศึกษาต่อ และมีไม่น้อยเหมือนกันที่หลังจากจบการศึกษาแล้วก็กลับเข้ามาทำงานที่บริษัทฯ อีกครั้ง

พนักงานของเราทุกคนถือเป็น Talent ของเรา ไม่อยากจะเสียใครไป ดังนั้น เราจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ด้วยความที่เคยเป็นลูกจ้างมาก่อน รู้ดีว่าพนักงานต้องการอะไร เมื่อวันหนึ่งมาเป็นผู้บริหาร จึงอยากให้ในสิ่งที่พนักงานต้องการ อย่างตอนที่ย้ายออฟฟิศมาที่ตึก Pearl Bangkok เพราะเราพิจารณามาอย่างดีแล้ว ว่าเป็นอาคารสำนักงานที่ทันสมัย มีระบบสาธารณูปโภครองรับธุรกิจของเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะเดียวกัน ก็ตั้งอยู่ในย่านอารีย์ ซึ่งเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส และมีอาหารการกินที่หลากหลายเหมาะกับพนักงานทุกระดับ ส่วนการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยก็จะเน้นบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน โดยมีพื้นที่ส่วนกลางในสไตล์ Co-Working Space ตามมุมต่าง ๆ เพื่อใช้ทั้งในการประชุมและนั่งทำงานตามใจชอบ นอกเหนือจากที่นั่งแบบเฉพาะเจาะจงของพนักงานแต่ละคน

การบริหารคนต่าง Generation  มีอะไรที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษหรือเปล่า?

ในบริษัทฯ มีทั้ง Gen X  และ Gen Y ซึ่งคนสองกลุ่มนี้มีความต้องการที่แตกต่างกัน เราพยายามทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา ซึ่งนับเป็นความท้าทายในการบริหารคน โดยเบื้องต้นเราต้องเข้าใจความต้องการของคนแต่กลุ่มอย่างลึกซึ้งก่อน  เช่น Gen X พึงพอใจกับความมั่นคงในชีวิต ต้องการทำงานกับบริษัทที่มีชื่อเสียง ส่วน Gen Y อยากมีอิสระในการทำงาน ต้องการที่จะเรียนรู้ ชอบการมีส่วนร่วม แต่ที่นี่ถือว่าพนักงานทั้งสอง Generation มีจุดร่วมที่เหมือนกันนั่นคือมีทัศนคติและมุมมองในการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่  พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน

ช่วงท้ายของการพูดคุย คุณจงจิตรได้กล่าวถึงความรู้สึกที่อยากขอบคุณสำหรับความทุ่มเทของทุกคนใน adapter digital group ที่ช่วยกันสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะก้าวเดินไปข้างหน้าและเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้าน้องทุ่มเทขนาดนี้ เราจะต้องดูแลน้องให้ดีที่สุด”