เบื้องหลังความแซ่บ ของ KFC จาก “ไก่ใจเด็ด” ถึง “Zabb On Ice” ไขคำตอบคิดได้ไง ทำไมต้องเผ็ชชช

    หลังจากประสบความสำเร็จ จากเมนู “ไก่ใจเด็ด” จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงในโซเชี่ยลมีเดีย และสร้างทราฟฟิค เข้าร้าน KFC (เคเอฟซี) ได้อย่างท่วมท้น วันนี้ KFC ฉีกกฎไปอีกขั้น ด้วยเมนูสุดสร้างสรรค์ ไอศกรีมเผ็ดแซ่บ “Zabb On Ice” ที่พร้อมเสิร์ฟความแซ่บนี้เพียง 20 วัน 4-24 ตุลาคมเท่านั้น  และนี่คือแนวคิดเบื้องหลังความแซ่บ… และน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบันนี้

    ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ชอบลองของใหม่

    เพราะว่าผู้บริโภคปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย ขณะที่แบรนด์ KFC เป็นแบรนด์ที่เรียกได้ว่าคนไทยแทบทุกคนต้องเคยทานกันมาหมดแล้ว ความท้าทายก็คือ สร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อชักจูงให้ผู้บริโภคกลับมาบริโภค KFC ซ้ำอยู่เรื่อยๆ จนเป็นที่มาของการสร้างความแปลกใหม่ ในระดับที่เป็นกระแสให้ได้

    โดยการสร้างกระแสนั่น ก็ต้องอิงกับแบรนด์ของตัวเองด้วย ซึ่ง KFC  เลือกปลุก “กระแสความแซ่บ” ขึ้นมา เพราะเพราะสำหรับคนไทย ความเผ็ดแซ่บเป็นรสชาติที่ถูกจริตและชื่นชอบมากที่สุดอยู่แล้ว เคเอฟซีจึงเอาใจลูกค้าชาวไทยทุกคนด้วยการนำเสนอเมนูหลากหลายที่นำเสนอความเผ็ดอย่างแท้จริง ที่ผ่านมา KFC พยายามอย่างยิ่งในเรื่องความเผ็ด ไม่ว่าจะเป็นเมนูวิงซ์แซ่บ ที่กลายเป็นเมนูประจำร้านไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นความเผ็ด จนกระทั่ง ปังสุด! กับ แคมเปญ “ไก่ใจเด็ด” ที่กลายเป็น Talk of the Town ไปเลย ซึ่งช่วยสร้างกระแสการพูดถึงให้แบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

    เทสต์จนใช่! ก่อนปล่อยสู่ตลาด

    เมื่อผู้บริโภคเบื่อง่าย เบื้องหลังการทำงานของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ KFC ต้องทำงานกันอย่างต่อเนื่อง

    นอกเหนือจากเมนูไก่ทอด ซึ่งเป็นเมนูหลัก ไฮไลต์สำคัญของแบรนด์แล้ว เบื้องหลังมีการพัฒนาเมนูของหวานมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะไอศกรีม ที่ผ่านมา KFC เคยประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเสนอเมนูไอศกรีมรูปแบบใหม่ “ไอศกรีมโคนสตรอเบอรี่เจลลี่” ซึ่งฉีกรูปแบบการนำเสนอไอศกรีมโคนของแบรนด์ QSR ทั้งหมด ต่อมาจะเป็นแมงโก้เจลลี่ ไอศกรีมครีมบอลหลากหลายรส พร้อมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ

    ในปีนี้ทางทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้นำเสนอการผสมผสานความหวานเย็นของไอศกรีมวนิลาและรสชาติเผ็ดแซ่บ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ “เมนูวิงซ์แซ่บ” นวัตกรรมความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงจนลงตัวมาเป็นไอศกรีม “แซ่บออนไอซ์” ซึ่งไม่ใช่แค่ความแปลกเท่านั้น ยังมีการคัดสรรช็อกโกแลตเบลเยี่ยมคุณภาพดี และเกล็ดมันฝรั่งกรอบเค็มเพื่อทำให้รสชาติโดยรวมกลมกล่อมครบรสเข้ากันมากยิ่งขึ้น

    ลิมิเต็ด เอดิชั่น ลองก่อนได้โม้ก่อน

    จุดร่วมอีกอย่างนอกเหนือจากเรื่องรสชาติแล้ว ก็คือช่วงเวลาการขายที่ KFC เล่นมุข ขายแบบจำกัดเวลา กระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องออกไปลองด่วน! และเป็นกระแสภายในระยะเวลาที่จำกัด เพราะถ้าหากว่าปล่อยไว้เนิ่นนานก็อาจจะทำให้คนลืมไปก่อน ในทางตรงกันข้ามเมื่อผู้บริโภคแห่ชิมแล้วโพสต์ในโซเชี่ยลมีเดีย ก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดกระแส Word of Mouth จนผู้บริโภคคนอื่นๆ ที่เห็นอยากลองลิ้มชิมรสตาม

    อีกทั้งยังเป็นความท้าทาย ที่หลายคนเคยคิดว่า ตัวเองก็กินเผ็ดได้ไม่แพ้คนอื่น แต่เห็นใครๆ ก็บ่น จนอยากทดสอบ ว่าตัวเองแน่จริง พอที่จะลองเมนูเผ็ดๆ ได้หรือไม่ (และยิ่งลูกค้ากินไม่ไหว ก็ต้องสั่งน้ำเพิ่มใช่ไหมละ…เพิ่มยอดขาย Cross Selling สินค้าอื่นไปอีก)

    การกำหนดเวลาที่แน่นอนยังช่วยในเรื่องการบริหารจัดการภายในร้านที่มีเมนูใหม่สอดแทรกเข้ามา ธุรกิจ QSR Quick Service Restaurant ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้อง “เร็ว” ดังนั้นการทำให้พนักงานสามารถเสิร์ฟความอร่อยได้ตามความคาดหวัง จึงเป็นเรื่องใหญ่ เมนู พิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นมาจึงอยู่เพียงเพื่อทำหน้าที่สร้างสีสันเท่านั้น ส่วนจะอยู่เป็นเมนูถาวรได้หรือไม่เป็นเรื่องที่วัดกระแส แล้วไปประเมืนขั้นตอนกันอีกครั้งหนึ่ง

    ซึ่งผลตอบรับในเคสของ “ไก่ใจเด็ด” ก็แค่หมดภายใน 2 อาทิตย์ ทั้งๆ ที่กำหนดระยะเวลาแคมเปญเอาไว้ 5  สัปดาห์

    มาถึง ไอศกรีมเผ็ดแซ่บ “Zabb On Ice” ก็กำหนดระยะเวลาเอาไว้แค่ 20 วัน นับจากวันที่ 4 – 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น และสำหรับเมนูไก่คุณอาจจะสั่งให้เพื่อนซื้อมาฝากได้ หรือในอนาคตข้างหน้า เมนูพิเศษอาจจะสั่งออนไลน์ได้ แต่สำหรับไอศกรีม คุณต้องไปลองด้วยตัวเองที่ร้านเท่านั้น ดังนั้น BrandBuffet ซึ่งยอมสารภาพตามตรงว่า เรากินไก่ใจเด็ดไม่ทัน เลยไม่รับรู้ถึงความเผ็ดดุดัน เผ็ดจนต้องร้องขอชีวิต เผ็ดระพือปาก แบบที่ฮิตๆ กัน แต่งานนี้ไม่พลาดแน่ๆ เพราะครั้งนี้เขาจำหน่ายในทุกสาขาทั่วประเทศด้วยนะ เดี๋ยวต้องรีบไปลองก่อนจะหมด ก่อนที่จะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง