ผ่ากลยุทธ์ “โอสถสภา” ผู้ก่อตั้งแบรนด์สินค้าที่อยู่คู่คนไทยในหลายยุคสมัย

แม้การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นตราสินค้าของไทยและตราสินค้าจากต่างประเทศ แต่ชื่อของ “โอสถสภา” ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทที่คุ้นหูของผู้บริโภคชาวไทย จากการเป็นองค์กรธุรกิจที่อยู่กับสังคมไทยมานานกว่าร้อยปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโอสถสภามีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด

รู้จักกับโอสถสภา

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “โอสถสภา”) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2434 จากกิจการร้านขายยาขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ขยายธุรกิจสู่บริษัทชั้นนำในตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลในประเทศไทยและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว) ภายใต้วิสัยทัศน์ “พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต” (The Power to Enhance Life) ที่มุ่งพัฒนาบริษัทฯ ให้เป็นองค์กรที่มุ่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้บริโภคและสังคมด้วยผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ทันสมัย  โดยมีวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลสำเร็จในการดำเนินงานที่เป็นเลิศและยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำตลาดที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคคนไทยและในภูมิภาคอาเซียน ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีตราสินค้าที่เป็นผู้นำตลาดและครองใจผู้บริโภคในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ เอ็ม-150, ลิโพวิตัน-ดี, ฉลาม, เอ็ม-เพรสโซ, เอ็มเกลือแร่ (M-Electrolyte), ซี-วิต, โสมอิน-ซัม, เปปทีน, ทเวลฟ์พลัส, เบบี้มายด์ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักและอยู่คู่คนไทยมานาน

คุณวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ของโอสถสภา กล่าวว่า จุดเด่นของโอสถสภาคือ เข้าใจรสนิยมของผู้บริโภคและตลาดในแต่ละท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง โดยมีตำแหน่งทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงตราสินค้าเป็นที่รู้จัก ประกอบกับมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงสามารถเข้าถึงจุดจำหน่ายสินค้าปลายทางให้ผู้บริโภค (Point of Sale) ในทุกจังหวัดได้ นอกจากนี้ โอสถสภายังมีทีมงานวิจัยและพัฒนาที่มีประสบการณ์ที่มีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อเป็นพลังเสริมสร้างชีวิตและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละรุ่น ทั้งตลาดในไทยและต่างประเทศ

กลยุทธ์ขับเคลื่อนแบรนด์ก้าวข้ามศตวรรษ

จากความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในรสนิยมและความต้องการผู้บริโภคและแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้โอสถสภาสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภค โดยมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคลใหม่ๆ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ รวมถึงการปรับตำแหน่งทางการตลาด เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้โอสถาสภามีความโดดเด่นในตลาด

คุณวรรณิภาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขับเคลื่อนธุรกิจว่า บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพื่อให้สามารถจัดสรรและใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรสำหรับกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ รวมถึงมีบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์สูงเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และรองรับแผนงานที่ต้องการรุกขยายตลาดกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดในประเทศไทยและในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“วันนี้โอสถสภากำลังเดินหน้าไปอีกก้าวและเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ ทั้งด้านการทำตลาดและการผลิต เช่น มีโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแห่งใหม่ในเมียนมาร์เพื่อสร้างการเติบโต เนื่องจากเมียนมาร์เป็นอีกหนึ่งในตลาดหลักของเราที่มองว่ามีศักยภาพและโอกาสการเติบโตที่ดีในอนาคต” คุณวรรณิภากล่าว

เจาะลึกโครงสร้างรายได้และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์

ปัจจุบันโอสถสภามีธุรกิจหลัก 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ เป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทย จากตราสินค้า เอ็ม-150 ที่เป็นอันดับหนึ่งมีมูลค่าตลาดค้าปลีกคิดเป็นสัดส่วน 39% ของมูลค่าตลาดค้าปลีกเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ (ข้อมูลปี 2560 จากรายงานของ Nielsen) และได้รับรางวัลตราสินค้าแห่งปี (Brand of the Year) จากเวที World Branding Awards ในปี 2560 อีกด้วย นอกจากนี้ ในส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน โอสถสภาจึงใช้ความแข็งแกร่งนี้ในการต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และส่งออกและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปสู่เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเกิดสูงและกำลังเติบโต

“ในปีที่ผ่านมา โอสถสภามีรายได้ส่วนใหญ่จากการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในตลาดผู้บริโภคส่วนใหญ่ (Mass Market) ส่วนที่เหลือมาจากเครื่องดื่มบำรุงกำลังในตลาดพรีเมี่ยม เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟพร้อมดื่ม เครื่องดื่มที่มีการเติมส่วนผสมเพื่อให้ได้คุณสมบัติเฉพาะ (Functional Drinks) และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล โดยเรามีการบริหารจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาอัตราการทำกำไรของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาแผนทำตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่องค์กร” คุณวรรณิภากล่าว

ความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านกระบวนการผลิตและจัดจำหน่าย ตลอดจนความแข็งแกร่งของตราสินค้า ทำให้ทุกวันนี้ “โอสถสภา” มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในหลายกลุ่มและช่วงอายุ และอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน …

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.osotspa.com