“ทาโร” ตอกย้ำเจ้าแห่งปลาเส้น 3 ทศวรรษ เปิดตัว “เส้นชุบน้ำจิ้ม” เผ็ดแซ่บ 2 ระดับ #อย่าแซ่บผิดซอง

หากพูดถึงตลาดปลาเส้นมูลค่ากว่า “3 พันล้าน” บาท แบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึงเห็นจะเป็น “ทาโร” (TARO) เพราะเป็น “เจ้าตลาด” ด้วยการครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 80% แถมยังครองตำแหน่งผู้นำอย่างยาวนานมากกว่า 34 ปี นับตั้งแต่กระโดดเข้ามาทำตลาดเลยก็ว่าได้

ท่ามกลางตลาดปลาเส้นที่มีการแข่งขันกันหลายแบรนด์ เพื่อแบ่งเค้กตลาดที่มีอยู่ก้อนเดียว แบรนด์เจ้าตลาดเช่น “ทาโร” ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำกิจกรรมตลาด เพื่อรักษาบัลลังก์แชมป์อย่างเหนียวแน่น  หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สินค้ามักงัดมาใช้ คือ การออกสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย (Variety) ให้กับผู้บริโภค ขยายฐานลูกค้า ที่สำคัญสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดและผู้บริโภคได้ด้วย เพราะสำหรับสินค้าที่ตัดสินใจซื้อง่าย (Impulse) หน้าเชลฟ์ “สินค้าสดใหม่” ช่วยดึงดูดผู้บริโภคให้เกิดการทดลองอย่างดี

การออกสินค้าใหม่ของ “ทาโร” ให้ความสำคัญมากในการดึงเทรนด์ความต้องการเชิงลึก (Insight) ของผู้บริโภคในการกินอาหารรสจัดจ้าน ซึ่งต้องทานควบคู่กับน้ำจิ้ม ซึ่งทาโร ทำตลาดมานานแล้วตั้งแต่ปี 2553 เป็นแบรนด์สินค้าเจ้าแรกๆก่อนใครเลยก็ว่าได้ มาเสิร์ฟผู้บริโภค กับ “ทาโร น้ำจิ้มไก่” และ “ทาโร น้ำจิ้มเผ็ดเกาหลี” และมาพร้อมแพคเกจจิ้งใหม่ในเวลานั้นด้วย

แต่การกลับมาเผ็ด! ครั้งนี้ของทาโร ไม่ใช่เผ็ดแบบเด็กๆ แต่เผ็ดดุ! เพื่อตอบโจทย์ตลาดให้แซ่บซี้ดสุดๆทั้งบางกับ ทาโร เส้นชุบน้ำจิ้มรสปลาหมึก

ถ้ามาแบบธรรมดาโลกไม่จำ! ทาโร เลยจัดเต็ม Level ความเผ็ด 2 ระดับ “เผ็ดมาก” กับ “เผ็ดน้อย” เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกอร่อยได้ เพราะแต่ละกลุ่มเป้าหมาย (Target group) กินเผ็ดแซ่บ! ไม่เท่ากันอยู่แล้ว

 ทาโร อร่อย เผ็ดเลือกได้  ไม่พอ แบรนด์ยังดึงนักแสดงสุดฮอต! อย่าง “ไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา” และ “เก้า สุภัสสรา ธนชาต” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์การันตีความเผ็ดผ่านหนังโฆษณาทางโทรทัศน์ ออนไลน์ด้วย ซึ่ง “ไอซ์” มาในลุคเผ็ดดุ! แบบรุ่นใหญ่ และ”เก้า” แทนความเผ็ดน้อยแบบรุ่นเล็ก การใช้ 2 สาวสุดแซ่บ! เป็นตัวแทนของแบรนด์ยังช่วยให้เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันด้วย “ไอซ์” มุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายวัยผู้ใหญ่ ส่วน “เก้า” แน่นอนว่าในหมู่วัยรุ่น เธอเป็นคนที่มี “ฐานแฟนคลับ” จำนวนมาก

การทำตลาดครั้งนี้ ไม่เพียงย้ำภาพผู้นำที่ไม่ยอมตกเทรนด์ตลาดแล้ว ยังเป็นเกมกลยุทธ์ที่ช่วยการันตีชื่อชั้นตัวจริงของทาโรใน “เรื่องเส้นชุบน้ำจิ้ม” อีกด้วย

นอกจากนักแสดงตัวท็อปที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แบรนด์ทาโร ยังให้ความสำคัญกับ Influencer Marketing ดึงผู้นำทางความคิด (KOL) ผู้ทรงอิทธิพลตัวเล็กแต่ “ทรงพลัง” หรือ  Micro-Influencer บนโลกออนไลน์ มายืนยันความเผ็ดอีกเสียงผ่านการรีวิวทาโร เส้นชุบน้ำจิ้ม เพื่อให้เห็นภาพชัดๆกันไปเลย ที่สำคัญช่วยกระตุ้นให้เกิดการลองว่าของจริงเป็นอย่างที่เสียงลือเสียงเล่าอ้างของการรีวิวหรือไม่

ขณะเดียวกันช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกที่ผ่านมา แบรนด์ยัง “ต่อยอด” กิจกรรม “เชียร์มันอีกระดับ แซ่บกับทีมทาโร”  ปล่อยคลิปนักพากย์บอลขยายเรื่องทาโร ชุบน้ำจิ้มเผ็ด 2 ระดับ ถือเป็นการนำแบรนด์ไปอยู่ใน Moment กีฬาใหญ่และกีฬาสุดฮอตฟุตบอลได้อย่างลงตัว

เพื่อย้ำ Key Message อีกครั้ง แบรนด์เดินหน้า ด้วยหนังออนไลน์ตัวใหม่ “REVIEW เส้นชุบน้ำจิ้มของจริงต้องยกให้ทาโร อย่าแซ่บผิดซอง” เพื่อมาต่อยอดวิธีการพรีเซนต์สินค้าจาก คลิปรีวิวแซ่บ รีแอคเผ็ด กับเก้าและไอซ์  ในรูปแบบของการล้อเลียนนักรีวิวออนไลน์ ที่นำเอาทาโร มาเป็นของฮอตฮิตที่ต้องรีวิว เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ โดยนำเสนอให้เป็นการรีวิวสินค้าในมุมใหม่ๆ รวมทั้งสอนวิธีสังเกตทาโร เส้นชุบน้ำจิ้ม ของจริงให้รู้ เพราะเวลาไปซื้อจะได้ซื้อถูกซอง นอกจากนี้ “ทาโร” ยังใช้ Influencer ตัวท็อปของวงการอย่าง “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” ที่มีผู้ติดตาม (Followers) กว่า 2.7 ล้านคน มาทำกิจกรรมในเพจเพื่อดึงคนให้มาสังเกตซองทาโรกันแบบชัดๆ ว่าเส้นชุบน้ำจิ้มของจริงมีจุดสังเกตไหนบ้าง เพื่อตอกย้ำ Key message ของแคมเปญ “อย่าแซ่บผิดซอง”

การใช้กลยุทธ์การทำตลาดที่ครบเครื่อง ตั้งแต่สินค้าใหม่ รุกต่อด้วยโฆษณาทีวี กระจายคอนเทนต์สู่โลกออนไลน์ จึงไม่แปลกที่ “ยอดขาย” ของทาโร เส้นชุบน้ำจิ้ม จะขายดิบขายดีถล่มทลาย