ThinkLite เจาะตลาดหลอดไฟ LED “หมื่นล้าน” ชนะ(ใจ)ด้วยกลยุทธ์ World Class Standard

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งแต่วันแรกของการเริ่มต้นทำธุรกิจเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะต้องการให้ธุรกิจตัวเองสามารถสร้างประโยชน์ต่อสังคมรอบข้างได้  โดยเฉพาะการสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นแบบวงกว้าง ไม่ใช่แค่ประโยชน์ที่ตกสู่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือธุรกิจใด ธุรกิจหนึ่งเท่านั้น

เป็นเหตุผลให้  “สันติ  ศรีชวาลา”  ตัดสินใจเลือกเข้ามาในธุรกิจประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานทางเลือกต่างๆ  เนื่องจากเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนต่างให้ความสนใจ รวมทั้งระดับความรุนแรงของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลใจ  ซึ่งในกลุ่มธุรกิจประเภทนี้ สิ่งที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด สามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที พร้อมทั้งช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบเห็นได้ชัดและเป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ หลอดไฟแอลอีดี  จึงตัดสินใจนำแบรนด์หลอดแอลอีดีเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ ThinkLite Thailand

ThinkLite เป็นแบรนด์หลอดไฟแอลอีดีคุณภาพสูงจากอเมริกา ที่มีการทำตลาดอยู่ใน 19 ประเทศทั่วโลก (คลิกอ่านที่นี่)   และจากการทำ R&D ผลิตภัณฑ์ร่วมกับทาง Samsung  เป็นเวลาถึง 10 ปี ทำให้สามารถพัฒนานวัตกรรม Driver ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของหลอดแอลอีดี ให้สามารถรักษาความสว่างของหลอดไฟได้อย่างสม่ำเสมอ  รวมทั้งมีส่วนประกอบหลักใน Driver เพียง 4 อย่าง  ซึ่งน้อยกว่าหลอดแอลอีดีทั่วๆ ไปถึง 5 เท่า ทำให้หลอดแอลอีดีของ ThinkLite สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า และช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานของหลอดได้ดียิ่งขึ้นด้วย

สันติ ศรีชวาลา ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่กำลังถูกจับตามอง

ปัจจุบัน  ThinkLite สร้างฐานลูกค้าในประเทศได้แล้วกว่า 120 ราย  เป็นการเติบโตแบบหลายเท่าตัวในแต่ละปี โดยกลุ่มลูกค้าจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Hospitality และกลุ่ม Industry  ทั้งโรงแรม คอนโดฯ  โรงงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และอาคารต่างๆ  จำแนกเป็นลูกค้าที่มีโครงการก่อสร้างใหม่ 40%  และลูกค้า Replacement  60%  มีทั้งการเปลี่ยนจากหลอดประเภทอื่นๆ มาใช้แอลอีดี รวมทั้งการเปลี่ยนจากหลอดแอลอีดีแบรนด์อื่นๆ มาเป็น ThinkLite

สิ่งที่ทำให้ ThinkLite สามารถชนะใจลูกค้าในประเทศไทยได้ เนื่องจาก สามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานแบบ World Class Standard  กล้ารับประกันสินค้านานถึง 5 ปี  ทำให้มีความคุ้มค่า คุ้มราคามากกว่า  รวมทั้งในเรื่องของการให้บริการที่เน้นการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนการขาย  ในระหว่างการขาย และหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสูงสุดแก่ลูกค้า รวมทั้งข้อเสนอทางด้านการชำระเงินเพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยโปรแกรม Pay As You Save ให้ลูกค้าชำระเป็นงวดๆ เมื่อสามารถประหยัดต้นทุนได้ตามข้อตกลง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ในวันแรกที่ติดตั้ง

“เราให้บริการมากกว่าการเป็น  Lighting Supplier แต่ทำในฐานะ Lighting Partner ทั้งการเข้าไปในพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำในการเลือกหลอดไฟหรือดีไซน์ต่างๆ อย่างเหมาะสม  การบริการติดตั้งด้วยผู้ชำนาญ ให้คำปรึกษาเรื่อง Energy Saving แก่ธุรกิจของลูกค้า รวมทั้งนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านแสงสว่างให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขายหลอดไฟแล้วจบ แต่ขายเป็นแบบ One Stop Service เพื่อดูแลเกี่ยวกับระบบแสงสว่างให้กับธุรกิจของลูกค้า พร้อมทั้งการเข้าไปตรวจวัดแสง และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าแสงสว่างทุก 6 เดือน จึงเป็นโอกาสต่อยอดไปสู่โปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในอนาคตของลูกค้า ที่มักจะเลือกให้ ThinkLite เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับระบบแสงสว่างให้อย่างต่อเนื่อง”

ช่วง 3 ปีนับจากนี้  ThinkLite ยังคงโฟกัสตลาดในประเทศไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะยังมีโอกาสขยายธุรกิจให้ครอบคลุมไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศได้อีกมาก โดยยังเน้นที่ 2 กลุ่มเป้าหมายหลักเช่นเดิม  แต่จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้นรวมทั้งแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ตลาดทุกๆ  2 ปี อย่างสม่ำเสอ เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานเพื่อลดต้นทุนให้ได้สูงสุด และในกลุ่มที่ต้องการปรับปรุงแสงสว่างภายในโรงงานให้ดีขึ้น รวมทั้งการศึกษาโอกาสในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจาก ThinkLite Thailand ได้รับสิทธิ์ในการทำตลาดใน 11 ประเทศที่อยู่โดยรอบได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์บางส่วนของ ThinkLite

“แผนการขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้านเป็น Next Step ที่เราให้ความสนใจ โดยเฉพาะในลาวและเวียดนามเนื่องจากมีอัตราการขยายตัวในระดับสูงของภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือโรงงานต่างๆ  แต่ต้องรอความพร้อมในเรื่องระบบการจ่ายไฟฟ้าในแต่ละประเทศให้มีความเสถียรมากขึ้นกว่านี้  เนื่องจากต้องการรักษามาตรฐานการให้บริการ โดยเฉพาะการรับประกันแสงสว่างที่จะไม่ลดลงมากกว่า 5% ภายใน 5 ปี เพราะเป็น Core Benefit ที่ต้องการให้ลูกค้าทุกรายของ ThinkLite ได้รับ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโลก แต่หากระบบไฟฟ้ายังมีความผันผวนสูง อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของหลอดไฟทำให้ศักยภาพโดยรวมลดลง  จึงเลือกที่จะชะลอการขยายไปในตลาดเหล่านี้ไว้ก่อน”

เมื่อมองเข้ามาที่ภาพรวมตลาดแอลอีดีในประเทศไทยมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท จะเห็นได้ว่ามีพัฒนาการไปในทิศทางที่ค่อนข้างดี ผู้บริโภคเริ่มมีความตระหนักและให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนมาใช้หลอดแอลอีดีเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ได้มองปัจจัยเรื่องราคาเป็นประเด็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพมาเป็นอันดับแรก ขณะที่การสนับสนุนจากภาครัฐก็มีส่วนเข้ามาช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้หลอดแอลอีดีอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

นับเป็นโอกาสที่ดีของ ThinkLite  ในการผลักดันให้ธุรกิจเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ แก่ตลาดประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานได้มากขึ้น อาทิ  ระบบ Smart LED เพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม  ทั้งการปรับแสงสว่างในพื้นที่อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม หรือมีระบบปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ในพื้นที่  ประกอบกับความสนใจในการมองหาพลังงานทดแทนรูปแบบอื่นๆ มาใช้เพิ่มเติมเพื่อช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Energy  อีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่ ThinkLite มีความสนใจ และเหมาะสมกับประเทศไทย โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อมองหาแนวทางในการนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในอนาคตได้อย่างสูงสุด