“Starbucks เข้าคอนโดฯ” แผนอัพเกรดภาพแบรนด์สู่พรีเมี่ยมของ “พฤกษา”

หลังพฤกษาวางยุทธศาสตร์อัพเกรดภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความพรีเมียมมากขึ้น ผ่านการพัฒนาโปรดักต์ในกลุ่ม Luxury เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมเพิ่ม 2 แบรนด์ใหม่ในกลุ่มพรีเมียมแนวสูง (Hi-rise) ซึ่งจะมีโลโก้แบรนด์เป็นสีทอง ต่างจากกลุ่มเดิมที่จะเป็นโลโก้สีเขียว ประกอบด้วย เดอะรีเซิร์ฟ ที่เปิดตัวโครงการแรกไปแล้วที่ทำเลระดับไพรม์อย่างทองหล่อ และแบรนด์ แชปเตอร์วัน ใน 6 ทำเลสำคัญเช่นกัน โดยพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาโปรดักท์ในกลุ่ม Value ตาม Core Business เดิมที่มีอยู่

ซึ่งตามเป้าหมาย 5 ปี  พฤกษามีแผนผลักดันรายโดยรวมให้แตะ 1 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นสัดส่วนจากโปรดักต์ในกลุ่มพรีเมี่ยมถึง 20-30% โดยเฉพาะในปีหน้าจะมีโครงการในกลุ่มพรีเมียมแนวสูง ลงทุนเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 4-5 โครงการ ทำให้จากนี้ไป พอร์ตโฟลิโอของพฤกษาที่เป็นไฮไรซ์พรีเมี่ยม จะประกอบด้วย 2 แบรนด์ สำหรับ 2 ทาร์เก็ต ประกอบด้วย

The Reserve  โครงการระดับ Super Luxury  หรือกลุ่ม Smart Luxury Condominium ที่เน้น Prime Location ราคาที่ดินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางวา อยู่ใกล้รถไฟฟ้า โซน CBD เดินทางสะดวก ขณะที่ราคาขายจะอยู่ที่มากกว่า 1.7 แสนบาทต่อตารางเมตรขึ้นไป  โดยปัจจุบันมีโครงการที่ทองหล่อ ประดิพัทธ์  และจะเปิดเพิ่มอีก 1 โครงการในปีหน้า

Chapter One  โครงการระดับมิดเอนด์ถึงไฮเอนด์  หรือกลุ่ม Character Condominium อยู่โซน CBD ใกล้รถไฟฟ้า และเป็นทำเลสำคัญเช่นกัน  แต่จะมีความเด่นชัดด้วยคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ และแตกต่างจากคู่แข่งในทำเลเดียวกัน เพื่อเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ราคาขายประมาณ 1 -1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันมี 6 โครงการ อาทิ ลาดพร้าว เกษตร บางโพ ราษฎร์บูรณะ รัชดา และจะเปิดอีก 3 ทำเล ที่สุขุมวิท 61 พญาไท และริมถนนสาทร

นอกจากการอัพเกรดแบรนด์ผ่านแนวทางในการพัฒนาโปรดักต์แล้ว การเพิ่ม Strategic Partner เพื่อสร้าง Community ร่วมกัน ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่พฤกษาให้ความสำคัญ โดยล่าสุด ได้เปิดตัวพันธมิตรรายแรก ในรูปแบบการ Collaboration ของทั้งสองแบรนด์ที่ต่างผู้นำในกลุ่มธุรกิจของตัวเอง ในโครงการ Chapter One ECO รัชดา-ห้วยขวาง โดยการตกแต่งรูปแบบและคาแร็คเตอร์ของสตาร์บัคส์ในสาขาดังกล่าวให้สอดคล้องกลมกลืนไปกับคอนเซ็ปต์โครงการที่เป็นสไตล์สแกนดิเนเวียน และมีความเป็นอีโค ซึ่งตรงกับ Positioning และคอนเซ็ปต์ที่ทางสตาร์บัคส์ต้องการขยายเพิ่มเติม

คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริการ กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม และ คุณอรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยร่วมกันว่า การได้แบรนด์กาแฟชั้นนำระดับโลกอย่างร้าน Starbucks มาขยายสาขาภายในโครงการ แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา – ห้วยขวาง จะอยู่ในรูปแบบของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแรงและช่วยต่อยอดภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมี่ยมของโครงการให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย โดยสตาร์บัคส์ถือเป็นแบรนด์แรกตามนโยบายในการหาพันธมิตรเพื่อสร้างให้เกิด Community ในละแวกและทำเลโดยรอบโครงการร่วมกัน  เพราะไม่ใช่เพียงการรองรับผู้อาศัยภายในโครงการเท่านั้น แต่ยังรองรับกำลังซื้อจากผู้คนโดยรอบในบริเวณดังกล่าวด้วย

“ขณะที่แนวทางการดำเนินงานจะอยู่ในรูปแบบ Profit Sharing  สัญญาเช่าพื้นที่ 13 ปี ซึ่งในโครงการยังมีพื้นที่ในส่วนที่เป็น Commercial อีกราว 3 ห้อง โดยจะพยายามดีงแบรนด์ที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย รวมทั้งผู้คนในทำเลดังกล่าวเพิ่มเติม เช่น เชนร้านอาหารที่เป็น Local Hi-end  หรือบริการที่ทางลูกบ้านต้องการ เป็นต้น ส่วนความร่วมมือระหว่างพฤกษาและทางสตาร์บัคส์นั้น เชื่อว่าจะมีในโครงการต่อๆ ไปอย่างแน่นอน โดยจะเลือกโครงการที่มีความสอดคล้องกันในแง่ของคอนเซ็ปต์โครงการ ทำเล และกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงแบรนด์อื่นๆ ที่จะมีเข้ามาอีกในอนาคต”

สำหรับโครงการแชปเตอร์วัน อีโค รัชดา – ห้วยขวาง นี้ นอกจากมีสไตล์การออกแบบตกแต่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ยังถือเป็นโครงการระดับแฟล็กชิพของพฤกษา เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุด ทั้งในแง่จำนวนยูนิตและมูลค่าโครงการ โดยมีจำนวนยูนิตรวมกว่า 1,800 ยูนิต มูลค่าโครงการราว 5,300 ล้านบาท รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนและมากกว่าโครงการในระดับเดียวกันในระดับราคา 2-3 ล้านบาทต่อตารางเมตร  ทำให้โคงการได้รับการตอบรับอย่างดี หลังเปิดให้จองเฟสแรกกว่า 800 ยูนิต ใน 4 ตึก มียอดจองถึง  95%  และเตรียมเปิดเฟสใหม่ในเดือน พ.ย. นี้ โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จราวปลายปี 2561- ต้นปี 2562

“ความโดดเด่นที่ทำให้โครงการได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่กว่า 4 ไร่ อาทิ Swimming Pool ที่ยาวกว่า 50 ม.พร้อมจากุซซี่, Fitness, Hydroponic Farm, BBQ Area, Home Theatre, Reading Room, Co-Working Space, Bike Club, Street Basketball, และยังมี Shuttle Bus รถรับส่งถึง MRT และ New CBD จึงทำให้โครงการนี้กลายเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ที่มีความโดดเด่นที่สุด ฮอตที่สุด ในย่านรัชดา-ห้วยขวาง อีกด้วย”