ม.กรุงเทพ ปั้นเด็ก “นิเทศพันธุ์ใหม่” ตอบโจทย์สื่อยุคใหม่ไร้ขีดจำกัด

0

เมื่อพูดถึงนิเทศศาสตร์ เป็นสาขาวิขาสำคัญที่ต้องผลิตบุคลากรออกไปสู่วงการโฆษณาและสื่อสารการตลาด แต่ในยุคของสื่อดิจิตอลบูมและการสื่อสารการตลาดที่แปลี่ยงแปลง ทำให้องค์ความรู้ด้านนิเทศศาสตร์ที่ถูกสอนกันมาเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน  นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในนิเทศศาสตร์แถวหน้าของเมืองไทย จึงเตรียมปรับกลยุทธ์ปั้นเด็ก “นิเทศสายพันธุ์ใหม่” เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน

สำหรับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ “นับเป็น Creative University ของประเทศไทย” โดยล่าสุดคณะนิเทศศาสตร์ยังล้ำหน้าไปอีกขั้นเมื่อเปิดสาขาวิชาใหม่ Innovative Media Production หรือ การผลิตสื่อนวัตกรรม หลักสูตรอินเตอร์ เรียนและสอนเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนทำงานในวงการบันเทิงและการผลิตสื่อใหม่รับกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

การขยับตัวครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพกำลังปั้นคนเข้าสู่สายงานนิเทศศาสตร์(พันธุ์ใหม่) ที่ต้องรู้และเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องของ “สื่อใหม่”  ซึ่งเป็นช่องทาง  หรือ Channel ในการส่งสาร  (message) ออกไป   เมื่อสื่อเปลี่ยนโฉมกันฉับไว  งานภาพยนตร์   โฆษณา ประชาสัมพันธ์ก็จำต้องเปลี่ยนรูปแบบไปตามการเปลี่ยนไปของสื่อ   แพลตฟอร์มมากมายของสื่อยุคใหม่มีโซเชียลมีเดียรวมอยู่ด้วย   อย่างฮิตที่สุดก็ ยูทูป  เฟสบุ๊ค  ไลน์  และอินสตราแกรม  ยังมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก ที่คนในหลายสายงานโดยเฉพาะสายนิเทศศาสตร์ต้องเรียนรู้และเข้าใจอย่างรวดเร็วเพราะถือเป็นสายงานที่ต้องทำงานร่วมกับสื่อเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

อีกประเด็นสำคัญคือ  “เนื้อหาสาระ”  (Content) แม้ดูเหมือนว่าผู้คนอ่านหนังสือน้อยลง แต่ใช่ว่าจะไม่อยากอ่านหรือชม สาระ ดีๆ    ทุกคนดูจะเร่งรีบและใช้เวลาน้อยในการรับ สาร  ดังนั้น การผลิต   Content  รูปแบบใหม่ต้องเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมนั้นด้วย  สาระ และ สื่อ ต้องจับคู่เดินไปด้วยกันเสมอ  แต่การจับคู่ที่ถูกต้องเท่านั้นจึงจะเกิดประสิทธิผลในการสื่อสารออกไป และนั่นคือหน้าที่ของนิเทศศาสตร์พันธุ์ใหม่

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ใช้การเรียนการสอนที่มุ่งเน้น Content Based  นิเทศศาสตร์พันธุ์ใหม่จึงต้องสามารถสร้าง Content ที่เข้าถึงและโดนใจกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายในสื่อทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสื่อดั้งเดิม  อย่างวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์  รวมทั้งแพลตฟอร์มของสื่อใหม่และโซเชียลมีเดีย   การสอนจึงเน้นการปฏิบัติ เรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์จากคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ทั้งเรื่องจำนวนคนที่เห็นและเข้าถึงสื่อ  ช่วงเวลา เพศ อายุ พฤติกรรมการรับชม  รสนิยม และเทรนด์ต่างๆ  เพื่อใช้ในการออกแบบเนื้อหาและเลือกแพลตฟอร์มได้ตรงเป้าหมายและวัดผลได้

ดร.พีรชัย เกิดสินธุ์ คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า การเปิดสาขาใหม่นี้ต้องการปั้นคนเข้าสู่การทำงานในวงการบันเทิง และรวมถึงงานสื่อสารการตลาดยุคใหม่ เราต้องยอมรับเทรนด์ว่าในอนาคตสื่อบางแพลตฟอร์มอาจไม่ได้รับความนิยมเหมือนเดิม  เราจึงพลิกโฉมนิเทศศาสตร์ด้วยการให้เรียนรู้โฟกัสที่คอนเทนต์ที่นักศึกษาอยากนำเสนอ โดยเขาจะต้องผลิตคอนเทนต์ได้อย่างสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ดึงดูดใจ และมีประสิทธิภาพ จากนั้นจึงมาดูว่าแพลตฟอร์มไหนจะเหมาะสมกับคอนเทนต์นั้น

ยกตัวอย่างเช่น  การเรียนการสอนจะกระตุ้นความคิดนักศึกษาให้รู้ว่า  จะเล่าเรื่องอะไร  ด้วยรูปแบบไหน แล้วจึงมาดูว่าควรใช้เครื่องมืออะไรในการผลิตงานที่เหมาะสม อาจเป็นกล้องโทรทัศน์ กล้องภาพยนตร์ หรือแค่กล้องในมือถือก็ได้ การเรียนรูปแบบนี้จะทำให้นักศึกษาเป็นเสมือนน้ำที่สามารถไหลไปได้ทุกทิศทาง ไม่มีวันตกยุค ไม่ว่าจะมีสื่อแพลตฟอร์มอะไรเกิดขึ้นมาก็ตาม

สาขาการผลิตสื่อนวัตกรรม   เป็นการหลอมรวมความรู้ของศาสตร์และศิลปะทุกแขนง  มีบรอดแคสติ้ง  วารสารศาสตร์  โฆษณา  ประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารแบรนด์  แล้วเพิ่มความรู้การสร้าง Business Model เข้าไปด้วย เพื่อให้นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์งานได้ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง  รู้วิธีการหาแหล่งทุน  วิธีการผลิต ไปจนถึงการทำการตลาด  และมองเห็นภาพในอนาคตว่าจะสามารถต่อยอดงานไปสู่ธุรกิจใดได้บ้าง

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงมุ่งสร้างบุคลากรเพื่อโลก (Global Player) การเปิดสาขาวิชาใหม่ถูกออกแบบการเรียนการสอนให้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด  โดยได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อและวิทยากรพิเศษที่เป็นศิษย์เก่าจากภาคเอกชนชั้นนำทั้งระดับประเทศและนานาชาติ  เช่น  Ogilvy, Dentsu, Y&R, เวิร์คพอยท์, ไทยรัฐทีวี, GMM, BBC-UK รวมถึง Google, YouTube, Facebook ที่พร้อมให้ทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ เป็นกลุ่มแรกๆ และมีโอกาสรับนักศึกษาทุกคน ไปฝึกงาน  รวมทั้งร่วมกิจกรรมเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

ทั้งหมดนี้เป็นความพิเศษเฉพาะที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  ปั้นนิเทศพันธุ์ใหม่ด้วย Skill Set ชุดทักษะ  7 ด้าน ที่มหาวิทยาลัยจะเติมเต็มให้นักศึกษาทุกคน  คือ 1. ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี   2. การเล่าเรื่องและการสร้างสรรค์เนื้อหา  3. การวิเคราะห์ข้อมูล Big Data  4. การผลิตและถ่ายทำ  5. การสื่อสารและนำเสนองาน  6. ความรู้ความเข้าใจบริบทโลก และ 7. การคิดแบบเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพเท่านั้น   www.bu.ac.th