‘ศาลาไทย’ ไม่เแพ้ชาติใดในโลกขึ้นแท่น 1 ใน 5 คนเข้าชมมากที่สุด ใน Asatana Expo 2017

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ (Index Creative Village) หลังจากคว้างานใหญ่เป็นผู้จัดการสร้างและควบคุมดูแล ‘อัสตานา เอ็กซ์โป 2017’ (Astana Expo 2017) ณ กรุงอัสตานาสาธารณรัฐคาซัคสถาน งานนิทรรศการนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้หัวข้อหลัก ‘พลังงานแห่งอนาคต’ (Future Energy) ในฐานะผู้บริหารจัดการอาคารศาลาไทย ตั้งแต่การคิดออกแบบดีไซน์ ด้านการก่อสร้าง การวางแผนกลยุทธ์ ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ภายใต้หลักของความคิดสร้างสรรค์

ล่าสุดประกาศความพร้อมเป็นชาติแรก (เสร็จก่อนวันงานจริง 15 วัน) ส่งไทยแลนด์ พาวิลเลียน (Thailand Pavilion) หรือ อาคารศาลาไทย ท่ามกลางกว่า 115 พาวิลเลียนจากทั่วโลก ที่พร้อมให้การต้อนรับชาวคาซัค และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ติด 1 ใน 5 พาวิลเลียนยอดนิยมที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด และล่าสุดสร้างผลงานยอดเยี่ยมระดับโลกอีกครั้ง คว้าที่ 2 ไทยแลนด์ พาวิลเลียนยอดนิยมที่ดีที่สุดของเด็กๆ และครอบครัวชาวคาซัค (Best Pavilions to Visit with Children) จัดอันดับโดย ทีวี แชนแนล อัสตานา เอ็กซ์โป ทีวี (TV Channel Astana EXPO TV) สื่อกลางหลักของงานเอ็กซ์โป ด้วยกลยุทธ์เจาะลึกอินไซด์ชาวคาซัคแม่นยำ สร้างความสนุก ได้สาระความรู้ และความสุขเต็มที่ เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทยอีกต่อเนื่อง

 นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน  ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นข่าวดีเปิดศักราช 2017 ของ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ในปีนี้ กับการจุดพลุคว้างานใหญ่ อัสตานา เอ็กซ์โป 2017’ (Astana Expo 2017) งานนิทรรศการนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ กรุงอัสตานา ประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการเป็นเจ้าภาพเข้าร่วมงาน อัสตานา เอ็กซ์โป 2017’ ซึ่งมีประเทศเข้าร่วมงานกว่า 115 ประเทศ และองค์กรระดับโลกกว่า 20 หน่วยงาน บนพื้นที่การจัดงานทั้งหมด 1,740,000 ตร.ม. (1,087.5 ไร่) และในส่วนของพื้นที่จัดงานนิทรรศการ 250,000 ตร.ม. (156.25ไร่) ใจกลางเมือง โดยประเทศเจ้าภาพคาดว่าจะมีผู้ร่วมเข้าชมงานมากกว่า 5 ล้านคน

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน  ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)

ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดสรรพื้นที่จำนวน 934.05 ตารางเมตร ถือเป็นการร่วมงานใหญ่ระดับโลกอีกครั้งของประเทศไทย เนื่องจากงานเวิลด์เอ็กซ์โปถือเป็น 1 ใน 3 งานใหญ่ของโลก เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และฟุตบอลโลก งานในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก คือ ‘พลังงานแห่งอนาคต’ (Future Energy) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 10 กันยายน 2560 เรียกว่าเป็นการประเดิมข่าวดีตั้งแต่ต้นปี 2017 ของ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ โดยทางบริษัทได้รับมอบหมายในฐานะผู้บริหารจัดการอาคารศาลาไทย รับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนของการวางแผนกลยุทธ์ ดำเนินการจัดนิทรรศการ บริหารจัดการ ควบคุมงานก่อสร้าง และรวมถึงวางแผนด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยได้จับมือร่วมกับ บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อดูแลในเรื่องการออกแบบโครงสร้างอาคาร ซึ่งครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ อินเด็กซ์ฯ เอาชนะการประกวดงาน จนได้รับมอบหมายให้

 

ดำเนินงานจัดการ อาคารศาลาไทย ซึ่งเราได้เข้าไปศึกษาถึงข้อมูลประเทศคาซัคสถาน เพื่อตีโจทย์ วางกลยุทธ์ ในการพัฒนา ออกแบบหน้าตาภายนอก รวมถึงงานด้านนิทรรศการ ด้วยการนำเอา “Insight” ของชาวคาซัคสถานมาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง เพื่อนำเสนอในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายหลักต้องการเห็น และสนใจ โดยในส่วนของอาคารนิทรรศการไทย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” ที่ต้องการสื่อถึงพลังงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยในด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน และความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานชีวภาพ (Bioenergy)” โดยนำเสนอในรูปแบบ “EDUTAINMENT” ด้วย 3 ห้องนิทรรศการหลัก ซึ่งจะมีการใช้เทคโนโลยีมาผสมผสาน นำเสนอในรูปแบบ ห้องภาพยนตร์ 4 มิติ หรือ 4D theater และหุ่นยนต์มาสคอตในรูปแบบที่สนุกสนาน รวมถึงสื่ออินเตอร์แรคทีฟต่างๆ ด้วยการพัฒนาแนวความคิด การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย จากการศึกษาหาข้อมูล และทำโฟกัสกรุ๊ปกับประชากรในประเทศคาซัคสถาน เพื่อพัฒนางานอย่างมีกลยุทธ์ จนทำให้สามารถคว้าโอกาสในการจัดงานอาคารศาลาไทยมาได้อีกครั้ง โดยมีมูลค่าการจัดงาน ทั้งสิ้น 249 ล้านบาท”

 

หลังจากที่ได้เปิดตัวไทยแลนด์ พาวิลเลียน หรือ อาคารศาลาไทย สู่สายตานานาชาติในงานนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก งานอัสตานา เอ็กซ์โป 2017 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่การบริหารจัดการพาวิลเลียนที่พร้อมเปิดให้เข้าชมเป็นชาติแรก ท่ามกลางกว่า 115 พาวิลเลียนทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน โดยเน้นการเจาะลึกกลยุทธ์ชูอินไซด์ชาวคาซัค โดยพบว่าชาวคาซัคมีความชื่นชอบในเรื่องของเสียงดนตรี ความสนุก และความบันเทิง ทำให้เราสามารถออกแบบดีไซน์ ในเชิงโครงสร้าง และด้านคอนเท้นต์ ที่สามารถให้ทั้งความรู้ และความบันเทิงได้ในขณะเดียวกัน รวมถึงรูปแบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ที่ถ่ายทอดถึงความเป็นไทยส่งผ่านถึงชาวคาซัคสถาน ด้วยการโรดโชว์ ตามแหล่งสถานที่สำคัญ และห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่อเนื่อง ภายใต้หลักของ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ทำให้ความเป็นไทยได้ถูกถ่ายทอดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งนี้ไฮไลท์ของไทยแลนด์ พาวิลเลียนต้องไม่ธรรมดา โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประสบการณ์ ความสนุก ความสุข และความประทับใจกลับบ้านอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีน้องๆ อาสาสมัคร (Volunteer) จากประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่น และตั้งใจ ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากชาวคาซัค และผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสกับความเป็นไทยได้สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

 

ด้วยความฮอตฮิตต่อเนื่องทำให้ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ติดอันดับ 1 ใน 5 พาวิลเลียนยอดนิยม ที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก รวมถึงแทคติก (Tactic) ที่เชิญชวนให้คนเข้าชมอาคารศาลาไทยอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ไทยแลนด์ พาวิลเลียนเป็นที่รู้จัก และเป็นที่กล่าวขานของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งชาวคาซัคสถาน และชาวต่างชาติ ทำให้ล่าสุดรับข่าวดีอีกครั้งกับการสร้างชื่อเสียง และสร้างผลงานยอดเยี่ยมระดับโลกให้กับประเทศไทย ด้วยการคว้าที่ 2 ของไทยแลนด์ พาวิลเลียน ยอดนิยมที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ และครอบครัว ‘Best Pavilions to Visit with Children’ ที่ต้องมาเยี่ยมชมให้ได้ จาก 5 อันดับ พาวิลเลียนอื่นๆ อาทิ ออสเตรีย พาวิลเลียน คาซัคสถาน พาวิลเลียน สวิตเซอร์แลนด์ พาวิลเลียน และโปแลนด์ พาวิลเลียน จัดอันดับโดยอินเตอร์เน็ต ทีวี แชนแนล อัสตานา เอ็กซ์โป ทีวี (Internet-TV Channel Astana EXPO TV) สื่อกลางหลักของงานเอ็กซ์โป ในงานอัสตานา เอ็กซ์โป 2017 (Astana Expo 2017) ด้วยการใช้กลยุทธ์การวิจัย เพื่อวิเคราะห์ความต้องการ (Insight) ของกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ โดยตระหนัก และให้ความสำคัญกลุ่มเป้าหมายเด็ก และครอบครัวเป็นหลัก ซึ่งเป็นรากฐานของบุคลากรที่สำคัญในอนาคตของประเทศ เพราะโครงสร้างทางประชากรในกรุงอัสตานาส่วนใหญ่เป็นลักษณะครอบครัวใหม่ ที่มีสมาชิกประกอบไปด้วยเด็กๆ และเยาวชน ดังนั้นการออกแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นฐานเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสานเรื่องของการสื่อสารคอนเทนต์ และนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ที่บันเทิง และเข้าใจง่าย พร้อมแทคติกการเชิญชวนร่วมทำกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การชวนเต้นรำ และการต้อนรับด้วยความอบอุ่นแบบไทย สร้างทั้งความสนุกสนาน และได้สาระความรู้อย่างลงตัว

นอกจากการสร้างสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงานในรูปแบบของกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังมีวันสำคัญวันเสมือนวันชาติไทย (National Day) การแสดงความเป็นไทยอย่างมีเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “BEATS FROM THE FARM หรือความสนุกสนานที่มาจากฟาร์ม สอดคล้องกับแนวคิดของอาคารศาลาไทย Bioenergy for All สื่อถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันระหว่างประเทศไทย และประเทศคาซัคสถาน ในการร่วมพัฒนาพลังงานไปด้วยกัน พร้อมขบวนพาเหรด นำโดยน้องขวัญ-ปิ่นทิพย์ อรชร รองนางสาวไทย 2559 ตัวแทนประเทศไทย พร้อมน้องๆ อาสาสมัครประจำอาคารศาลาไทย (Volunteer) ทีมงาน กองทัพนักแสดง และขวัญใจของทุกๆ คน ‘น้องพลัง’ มาสคอตประจำอาคารศาลาไทยสุดฮิต กับบรรยากาศการต้อนรับที่สนุก คึกคัก และอบอุ่นของเพื่อนๆ ชาวคาซัค และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่มาร่วมแสดงความยินดีกัน และอีกหนึ่งวันพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง วันความสัมพันธ์  ไทย-คาซัคสถาน (Relations Day) ซึ่งตรงกับวันครบรอบสถาปนากรุงอัสตานา ในวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทางไทยแลนด์ พาวิลเลียน ได้จัดกิจกรรมพิเศษ และได้รับกระแสตอบรับจากนานาประเทศอย่างดีเยี่ยม อินเด็กซ์ฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ความเป็นไทยอย่างมีเอกลักษณ์ สู่สายตานานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างประเทศไทย และประเทศคาซัคสถานในการร่วมมือกันในด้านต่างๆ ต่อไป

ด้วยความพร้อมของอินเด็กซ์ฯ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบวงจร รวมถึงความเชี่ยวชาญในการเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทำงานเอ็กซ์โปมากที่สุดในประเทศไทย ผนวกกับความแข็งแกร่งในเรื่องของโนฮาวน์  (Know-how) ของอินเด็กซ์ฯ มั่นใจจะสามารถสร้างสรรค์งาน อัสตานา เอ็กซ์โป 2017’ ครั้งนี้ ให้ประชาชนชาวไทย  และชาวต่างชาติได้ประทับใจอย่างแน่นอน และเพื่อตอกย้ำว่าครีเอทีฟคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ได้เคยฝากผลงานสร้างสรรค์ไว้ในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (World Expo 2010, Shanghai China) และงานอินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์โปซิชั่น 2012 ณ เมืองยอซู ประเทศเกาหลี (International Exposition 2012, Yeosu Korea)  ในฐานะผู้บริหารจัดการอาคารศาลาไทย หรือ ไทยแลนด์ พาวิลเลียน (Thailand Pavilion) นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศไทยครั้งยิ่งใหญ่สู่สายตานานาชาติ สร้างแบรนดิ้งให้กับประเทศไทยบนเวทีระดับโลก ส่งผลให้อาคารศาลาไทยเป็นพาวิลเลียนยอดนิยมจากทั่วโลก ได้รับรางวัลมากมายจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นเครื่องการันตี และตอกย้ำถึงความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

 

ไทยแลนด์ พาเวียน และ Asatana Expo เปิดให้เข้าชมตลอด 3 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ถึง วันที่ 10 กันยายนนี้  ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000005951

https://en.wikipedia.org/wiki/Expo_2017

http://www.thailandpavilion2017.com/th/about-world-expo#history

http://www.bie-paris.org/site/en/2017-astana