15 เรื่องต้องรู้ Astana Expo 2017 สุดยอดอีเว้นท์ระดับโลกที่ทุกคนรอคอย

อีเว้นท์สำคัญระดับชาติที่นานาประเทศและผู้คนต่างให้ความสนใจมีจำนวนไม่มากนัก  สำหรับอีเว้นท์ล่าสุด Astana Expo 2017 งานนิทรรศการนานาชาติระดับโลก (International Expo) ส่วนหนึ่งของงานมหกรรมโลกเวิลด์ เอ็กซ์โป World Expo ที่จัดขึ้น ณ กรุงอัสตานา ประเทศประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน  ครั้งนี้ BrandBuffet.in.th ได้รับเกียรติบินลัดฟ้าไปเยี่ยมชมเก็บภาพและข้อมูลมาให้ผู้อ่านกันดังต่อไปนี้

1. International Expo หรือ งานนิทรรศการนานาชาติระดับโลก จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี จะเวียนวนไปจัดทั่วโลก ตามประเทศผู้เป็นสมาชิกขององค์การนิทรรศการนานาชาติ (Bureau of International Expositions : BIE) จำนวน 170 ประเทศ  การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อโชว์ศักยภาพของประเทศในแง่มุมต่างๆตามตีมแต่ละปีที่จัด อีกนัยนึงเป็นอีกหนึ่งอีเว้นท์สำคัญในการสร้างแบรนด์ “ประเทศ” สู่สายตาประชาคมโลกได้ผ่าน “นิทรรศการ”

2. ปี 2012 ประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถานได้ถูกรับเลือกจาก BIE  ให้เป็นเจ้าภาพจัดงานงานนิทรรศการนานาชาติระดับโลก International Recognized Exhibition Expo 2017 Astana หรือ Astana Expo 2017 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน  ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย. – 10 ก.ย. 2560 (3 เดือน)

จากคำถามที่ว่า  มนุษย์จะเข้าถึงพลังงานอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้อย่างไร?  Asatana Expo จึงมาภายใต้หัวข้อ “พลังงานแห่งอนาคต” (Future Energy) พร้อมกับสโลแกน “Solutions for Tackling Humankind’s Greatest Challenge.” (โซลูชั่นเพื่อรับมือความท้าทายอันใหญ่หลวงของมวลมนุษย์) ดังนั้นนิทรรศการจะโชว์ โซลูชั่นหรือวิธีการรับมือความท้าทายในแง่ สังคม  เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้แต่ละประเทศได้โชว์ศักยภาพและวิสัยทัศน์ด้านพลังงานแห่งอนาคต ตลาดจนไปถึงศิลปวัฒนธรรม

3. ก่อนประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน จะได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน  มีประเทศคู่แข่งได้แก่  เมือง Liege ประเทศเบลเยี่ยม ที่นำเสนอคอนเซ็ปต์การจัดงานว่า  Connecting the World, Linking People, Better Living Together   เชื่อมโลก เชื่อมผู้คน ใช้ชีวิตที่ดีกว่า

4. Astana Expo 2017 เนรมิตขึ้นใจกลางเมืองอัสตานา เนื้อที่จัดงานทั้งหมด 1,740,000 ตร.ม. (1,087.5 ไร่) ส่วนพื้นที่จัดนิทรรศการ 250,000 ตร.ม. (156.25 ไร่) โดยนานาประเทศจำนวนกว่า 115 ประเทศและองค์กรระดับโลกกว่า 20 หน่วยงานเข้าร่วมจัดงาน  อีกทั้งยังมีโรงละคร Cirque du soleil และ ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดชื่อว่า Mega Silkway ตั้งอยู่ด้านข้างรองรับนักท่องเที่ยว

5.โลโก้งาน Astana 2017 เป็นรูปกังหันลม 3 สี ที่มีความหมายคือ สีฟ้า-น้ำ  สีเขียว-โลก  สีส้ม-พระอาทิตย์ เพื่อสะท้อนถึงคอนเซ้ปต์หลักของงานเรื่อง “พลังงานแห่งอนาคต” (Future Energy)  นอกจากนี้ยังมีตัวมาสคอต  3 สีภายในงาน  Suale สีส้ม พระอาทิตย์ , Kuat สีเขียว โลก , Moldir สีฟ้า น้ำ

มาสคอตประจำงาน

 

ภาพบรรยากาศภายใน Expo และโดยรอบ

มุมพักผ่อน จาก โค้ก ผู้สนับสนุนงานปีนี้
มุม Kid Zone
Sphere ยามค่ำคืน

 

นิทรรศการไฮไลท์ : 

6. Thailand

สำหรับประเทศไทยอาคารนิทรรศการ ทุ่มงบประมาณจัดงาน 249 ล้านบาท จัดขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for ALL)”  ต้องการสื่อถึงพลังงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน  ขณะเดียวกันเพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยในด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน  และความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานชีวภาพ (Bioenergy) รวมไปถึงประกาศให้นานาชาติได้รับรู้ถึงพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บิดาแห่งพลังงานทดแทน  อาคารนิทรรศการไทยแบ่งเป็น 3 ห้อง โดยนำเสนอผ่านรูปแบบ Edutainment  โดยไฮไลท์เป็นห้องภาพยนตร์ 4 มิติ (4D Theater) และหุ่นยนต์มาสคอตในรูปแบบที่สนุกสนาน รวมถึงสื่ออินเตอร์แรคทีฟต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีการสร้างคาแรกเตอร์มาสคอต “น้องพลัง” ที่เป็นลักษณะข้าวโพดมาสร้างจดจำและดึงดูดความน่าสนใจให้มาแวะชมศาลาไทยครั้งนี้ ทั้งนี้กระทรวงพลังงาน ได้แต่งตั้งให้ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด เอเจนซี่แถวหน้าด้านอีเว้นท์เชิงสร้างสรรค์ของประเทศไทย เป็นผู้เนรมิตและดูแล การสร้างและประชาสัมพันธ์ “ศาลาไทย” ทั้งหมด

 

 

7. Monaco 

ราชรัฐโมนาโก หรือ โมนาโก  ประเทศเล็กๆในยุโรปตะวันตก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  จึงตกแแต่งพาวิลเลียน หรือ อาคารนิทรรศการด้วยคอนเซ็ปต์ “Mirroring the future” มีโลโก้ แสดงถึง แผ่นดิน-พื้นน้ำ และนำเอาจุดเด่นของประเทศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งสามารถต่อยอดหรือพัฒนาประเทศได้อย่างไรบ้าง มานำเสนอให้กับผู้เข้าชมทั่วโลก เช่น กระจกที่เคลื่อนไหวได้อย่างพริ้วไหวดังคลื่นทะเลพร้อมกับฉายเรื่องราวของประเทศ  เทคโนโลยี VR รับชมเมืองใต้น้ำได้ 360 องศา  และเปิดตัวโครงการยักษ์ริมทะเลที่ใช้น้ำจากทะเลเข้าไปรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2025 อีกทั้งเป็นโครงการที่ริเริ่มจากพระมหากษัตริย์ของโมนาโก  เป็นต้น

 

8. Austria

พาวิลเลียนประเทศออสเตรีย ที่ใครๆก็ต้องชื่นชอบและตื่นเต้นด้วยสีสันสดใสมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Future Energy is You” พลังงานอนาคตมาจากพวกคุณ ภายในออกแบบให้เหมือนสนามเด็กเล่นที่ผู้เข้าชมจะเป็นพระเอก โดยเอาแรงของตนเองเป็นผู้สร้างพลังงานขึ้นมาตามคอนเซ็ปต์หลัก  เช่น  ปั่นจักรยานเปิดจอทีวี  ไม้กระดกสร้างไฟ  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีกำแพงผลงานของชาวออสเตรียที่สร้างสรรค์อุปกรณ์หรือนวัตกรรมด้านพลังงานอีกมากมาย เช่น  Smartflower ระบบโซล่าเซลล์ที่ดีไซน์เป็นรูปดอกไม้และมีวิธีการใช้งานง่าย  และ Johammer มอเตอร์ไซค์ที่เงียบและไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

 

9. Great Britain & Northern Ireland

นิทรรศการจากสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ มาด้วยคอนเซ็ปต์ We are Energy  โดยมีไฮไลท์ คือ ภาพพาโนราม่าจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิก 60 เมตร ที่ฉายภาพธรรมชาติในระยะเวลา 250 ปี  พร้อมกับกระโจมเรืองแสงที่ทำจากแท่งไฟ 200 แท่ง เมื่อใดที่เราสัมผัสแท่งไฟ ภาพพาโนรม่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น  ซึ่งต้องการสื่อสารว่า ทุกการกระทำของมนุษย์ จะส่งผลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสมอ  


10. France

ประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในพาวิลเลียนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด นำเสนอแบบไม่เน้นความบันเทิงมากนักแต่อัดแน่นด้วยสาระที่พร้อมสอดแทรกวัฒนธรรมของฝรั่งเศสเอาไว้  เช่น ห้องสเปซนอกโลกเล่าเรื่องเล่าของ Bio Solar  หรือจะเป็นห้องนวัตกรรมของซีเมนต์ที่สามารถฉายวีดีทัศน์ทะลุได้  และรวมไปถึงแสดงรถไฮบริดต้นแบบ ที่ประหยัดพลังงาน สามารถใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมกับปั่นพลังงงานสำรองเองได้ด้วย

 

11. Kazakhstan

สำหรับประเทศคาซัคสถาน  เจ้าภาพครั้งนี้มาด้วยความอภิมหาอลังการ นอกจากเตรียมพื้นที่จัดงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อาคารสนามบินใหม่ ห้างสรรพสินค้าใหม่ ในเมืองอัสตานาแล้วยังทุ่มทุนสร้าง Sphere อาคารนิทรรศการลูกโลกยักษ์ไร้แกนกลางยึด ที่ตั้งอยู่ใจกลาง Expo ครั้งนี้ ใช้งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท  โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็น  8 ชั้น อธิบายเรื่องราวทั้งประวัติศาตร์ของคาซัคสถาน ประเภทของพลังงาน เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานชีวมวล  พลังงานแสงอาทิตย์  และ พลังงานจากอวกาศ เป็นต้น

 

 

12. Turkey

นิทรรศการจากประเทศตุรกี หนึ่งในประเทศที่นำเสนอได้อลังการตระการตาและใช้งบประมาณสร้างมากที่สุดอันดับต้นๆ ตั้งแต่ทางเข้าก้นหอยเล่าประวัติศาสตร์ …….  มาด้วยคอนเซ็ปต์ Center of Energy

13. Singapore

สิงค์โปร์ มีพร้อมกับแนวคิด Small city Boldly Innovative แม้ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆบนโลกนี้ แต่ก็มีไอเดียเรื่องพลังงงานมากมาย  เช่น 10 ไอเดีย   การใช้ solar บนหลังคาและกลางน้ำ  รวมทั้งโปรเจ็กต์ใหญ่ Capitagreen ตึกสีเขียวรักษ์โลกและพลังงาน Vertical Greenery ที่ทั้งมีต้นไม้ และมี wind scoop ที่ไล่ลม ทำให้ตึกเย็นลง เพื่อลดการใช้พลังงาน

14.  Shell (ผู้สนับสนุนงาน Astana Expo 2017)

หนึ่งในบริษัทที่เข้ามาลงทุนด้านพลังงานและเชื้อเพลิงในประเทศคาซัคสถาน พร้อมกับสนับสนุนอีเว้นท์ครั้งนี้ด้วยการสร้าง Shell  ภายใต้แนวคิด Shape The Future  ภายในเน้นไปที่กิจกรรม ที่อธิบายการเกิดพลังงานในรูปแบบต่างๆโดยง่าย เหมาะสำหรับเด็กๆจะได้ทดลองทำสร้างพลังเหล่านั้นขึ้นมาจริงๆจากอุปกรณ์ที่ทีมงานได้เตรียมไว้ ตัวอย่างเช่น พลังงานโซล่าร์  พลังงานนิวเคลียร์  พลังงานจากคลื่น เป็นต้น ทั้งได้ความรู้และความสนุกไปพร้อมกัน

15. Expo ครั้งต่อไปคือ ปี 2020 โดยมีเจ้าภาพเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดที่เมืองดูไบ  ชื่อว่า  Dubai Expo 2020 มาด้วยตีม “Connecting Minds, Creating the Future”