ถอดสูตรความสำเร็จ “ลอฟท์” Specialty Store จากญี่ปุ่น ทำอย่างไรถึงอยู่ในไทยมาได้ 19 ปี ?

resize-07-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%89

เป็นเวลา 19 ปีที่แล้วที่ Lifestyle Specialty Store จากญี่ปุ่น “ลอฟท์” (Loft) เปิดให้บริการในไทย โดย “สยามพิวรรธน์” Retail Developer รายใหญ่ของไทยเป็นผู้นำเข้ามา ถึงปัจจุบันมี 4 สาขา คือ สยามดิสคัฟเวอรี่, พาราไดซ์พาร์ค, สเปลล์ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และเมกา บางนา มีจำนวนสมาชิกกว่า 65,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอยู่ที่ 50,000 คน และตั้งเป้าภายในปีนี้ 70,000 คน ส่วนด้านยอดขาย ปีนี้เติบโตขึ้น 20% และการใช้จ่ายของลูกค้า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 700 – 1,000 บาทต่อบิล ขยับขึ้นจากปีที่แล้ว อยู่ที่ 500 – 600 บาทต่อบิล

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ “ลอฟท์” ในประเทศไทยเติบโต มาจาก…

1. ทำเลทั้ง 4 สาขาอยู่ในจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น “ร้านลอฟท์ สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่” ในย่านสยามสแควร์ ศูนย์กลางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของไทย ซึ่งล่าสุดสาขานี้ได้ปรับโฉมใหม่ไปพร้อมกับการรีโนเวทครั้งใหญ่ที่สุดของสยามดิสคัฟเวอรี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Loft Life Fun Life” ที่ได้นักออกแบบชื่อดัง “โอกิ ซาโตะ” จากเนนโดะ ร่วมกับทีมนักออกแบบของลอฟท์ญี่ปุ่น

“สาขาพาราไดซ์พาร์ค” และ “เมกา บางนา” เป็นการขยายฐานไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยย่านศรีนครินทร์ ย่านบางนา และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นโซนที่อยู่อาศัย ขณะที่ “สาขาสเปลล์ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” รองรับลูกค้าย่านรังสิต และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นโซนที่มีประชากรหนาแน่น และมีความครบวงจรทั้งที่อยู่อาศัย สถาบันการศึกษา ศูนย์การค้าที่มีฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตเป็นศูนย์ฯ หลัก และใกล้กับโรงงานนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง

ขณะที่ในปี 2560 เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ “ICON SIAM” มีพื้นที่ประมาณ 1,300 ตารางเมตร ใกล้เคียงกับสาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ได้วางแผนระยะกลาง ใน 3 – 5 ปีข้างหน้า ยังคงขยายสาขาในกรุงเทพฯ ก่อน โดยตั้งเป้ามี 8 สาขา

2. ปรับสัดส่วนสินค้า เป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น 80% และอีก 20% เป็น Local Sourcing ทำให้สินค้าในร้านลอฟท์ทุกสาขาในไทย มีความคล้ายแบบฉบับร้านลอฟท์ที่ญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Best in Japan, Made in Japan, Hot in Japan เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างลอฟท์ ญี่ปุ่น กับลอฟท์ที่ไทยในการแชร์ข้อมูลตลาด และพฤติกรรมลูกค้า เพื่อคัดสรรสินค้าขายดีในญี่ปุ่นมาจำหน่ายในไทย ตรงกันข้ามกับในอดีตที่สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น มีสัดส่วนเพียง 20% และสินค้าจากในประเทศ 80%

การเพิ่มสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้ภาพความเป็น Lifestyle Specialty Store ของลอฟท์ที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นมีความโดดเด่น และแตกต่างยิ่งขึ้น

resize-dsc_6720

3. มีกลุ่มสินค้าครอบคลุมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค แบ่งเป็น 5 หมวดสินค้า ได้แก่ Stationary, IT & Accessories, Health & Beauty, Home & Décor และ Variety โดยคัดเลือกสินค้าที่มีความแปลกใหม่ ไม่เคยมีมาก่อนในไทย และจัดดิสเพลย์สินค้าให้เข้าถึงง่าย มีตัวอย่างสินค้าให้ทดลองใช้ รวมทั้งจัดกิจกรรมสาธิตการใช้สินค้า และกิจกรรมเวิร์คช็อป ทำให้ทุกวันนี้ “ลอฟท์” ในไทยเป็น Gift Destination ที่คนหาซื้อของขวัญ มักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ

4. เปิดช่องทาง “E-Commerce” และ “M-Commerce” ในปีนี้ “ลอฟท์” เริ่มทดลองขยายช่องทางขายสู่ออนไลน์ โดยคัดเลือกสินค้ากว่า 1,000 SKU นำเสนอบนแพลตฟอร์มนี้ จากนั้นในปี 2560 จะรุกเต็มตัว พร้อมทั้งทยอยเพิ่มสินค้าเรื่อยๆ

โดยปัจจุบันยอดการจับจ่ายของลูกค้าบนช่องทางออนไลน์ สูงกว่าในสโตร์ 5 เท่า หรือเฉลี่ย 3,000 – 5,000 บาทต่อบิล เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายบนลอฟท์ ออนไลน์ เป็นสินค้าขายดี และมีมูลค่าสูง ทำให้ยอด Spending สูงขึ้นตาม

การเปิดช่องทางออนไลน์ เป็นการปิดจุดอ่อนด้านสาขาของลอฟท์ก็ว่าได้ เนื่องจากทุกวันนี้ยังมีสาขาน้อย ไม่ครอบคลุมโลเกชั่นสำคัญ ดังนั้น ออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ “ลอฟท์” สามารถนำเสนอสินค้าให้กับผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น และเพิ่มโอกาสการขายได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ที่ยังไม่มีสาขาของลอฟท์ไปตั้ง

resize-dsc_6828

5. การเพิ่มขึ้นของฐานสมาชิก และลูกค้านักท่องเที่ยว โดยในปี 2560 ตั้งเป้าเพิ่มยอดสมาชิกเป็น 100,000 คน ขณะที่กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว ปัจจุบันเป็นลูกค้าหลักของลอฟท์ ประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในเอเชียนิยมซื้อสินค้าที่นี่ ซึ่งแตกต่างจากลอฟท์ที่ญี่ปุ่น ที่ลูกค้าหลักเป็นคนญี่ปุ่นมากกว่านักท่องเที่ยว

“จะเห็นได้ว่าร้านลอฟท์เป็นร้านแรกๆ ที่ลูกค้าคิดถึงเมื่อต้องการหาสินค้านวัตกรรม มีดีไซน์ที่น่าสนใจ มีคุณภาพดี และมีเรื่องราว ซึ่งลอฟท์ยังคงตอกย้ำจุดแข็งนี้ด้าวยการคัดสรรสินค้าแปลกใหม่ มานำเสนออย่างต่อเนื่อง หลังจากเราปรับร้านโฉมใหม่ และขยายช่องทางออนไลน์ เราเชื่อมั่นว่าลอฟท์จะเป็นครองความเป็นอันดับหนึ่งในด้าน Gift Destination สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อหาของขวัญต่างๆ” คุณกฤษดา รินทรานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม สเปเชียลตี้ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

resize-09-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2