มุนดิฟาร์มา (ประเทศไทย) ตอกย้ำผู้นำตลาดเภสัชภัณฑ์ เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ BETADINE® DRY POWDER SPRAY และ BETADINE® PLAST [PR]

0

Hugoบริษัท มุนดิฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทยาชั้นนำของประเทศไทยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการรักษาและการจัดการความเจ็บปวด การดูแลบาดแผล รวมถึงผลิตภัณฑ์เบตาดีนที่มีขายในประเทศไทยมากว่า 30 ปี ตอกย้ำนโยบายการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มเภสัชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ล่าสุด

เบตาดีน ดราย พาวเดอร์ สเปรย์ (Betadine Dry Powder Spray) เบตาดีนในรูปแบบใหม่ ชนิดสเปรย์สำหรับพ่นบนบาดแผล มีตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine) 2.5% ที่เป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และ เบตาดีนพลาส พลาสเตอร์ปิดแผล ปกป้องสิ่งสกปรกจากเชื้อโรคภายนอก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวแคมเปญการตลาด Get Out & Play” โดยเลือกนักกีฬาขวัญใจชาวไทยคุณ ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และครอบครัวคนดังเข้าร่วมแคมเปญ เพื่อเปิดเผยประสบการณ์เส้นทางนักสู้และแรงบันดาลใจให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้บริโภค รวมถึงคุณแม่ที่ส่งเสริมลูกๆอยู่เบื้องหลัง โดยจะจัดแถลงข่าวเปิดตัวทั้งสองผลิตภัณฑ์และแคมเปญการตลาดดังกล่าวนี้ อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 29 กันยายน 2559

นายอูโก้ อเลกซานโดร ซาฟเวดรา กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท มุนดิฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (Mr. Hugo Saavedra, Country Manager, Mundipharma Thailand) เปิดเผยว่า “มุนดิฟาร์มา ตั้งขึ้นเมื่อปี 1952 โดยมีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำในการช่วยเหลือจัดการความเจ็บปวดของผู้ป่วยทั่วโลก ภายใต้แนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์, โดยคำนึงถึงความต้องการและเข้าใจผู้ป่วยเป็นหลัก, ประกอบกับคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมอันเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทฯ ดังนั้นเราจึงมีความรับผิดชอบต่อพันธกิจเด่นชัดในการเสริมสร้าง ดูแล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย อีกทั้งยังมุ่งมั่นทุ่มเทในการค้นคว้าวิจัย เพื่อหาวิธีรักษาและบรรเทาความเจ็บปวด  รวมไปถึงการเข้าใจในความต้องการของผู้ป่วยอย่างแท้จริง จึงทำให้มุนดิฟาร์มา ประสบความสำเร็จและได้รับความวางใจจากผู้ป่วย ทางด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ อีกทั้งมีผลประกอบการทางการตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับของตลาดเภสัชภัณฑ์สู่ป่วยทั่วโลก มายาวนานกว่า 60 ปี

“สำหรับมุนดิฟาร์มาในประเทศไทย ได้ดำเนินวิสัยทัศน์และนโยบายเช่นเดียวกับมุนดิฟาร์มาบริษัทแม่ โดยถือเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการที่เราได้เรียนรู้ความสำเร็จจากการทำตลาดในประเทศอื่น และเอามาประยุกต์ให้เข้ากับผู้บริโภคคนไทย ก็เป็นอีกนโยบายที่สำคัญที่ทำให้เรากำลังจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นกับแบรนด์เบตาดีน นอกจากนั้นการที่แบรนด์เบตาดีนเป็นแบรนด์ที่มีการรับรู้ของผู้บริโภค (Brand awareness) ถึง 99% และมีส่วนแบ่งการตลาด  42% ในประเทศไทย เรามองว่าเราเป็นคู่แข่งของตัวเอง บริษัทจึงต้องพัฒนาสินค้าใหม่ๆ มาสู่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นความท้าทายที่เราได้คำนึงถึงมาตลอด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เบตาดีนยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดมาถึงปัจจุบัน

“ในส่วนของไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 นี้ มุนดิฟาร์มาในประเทศไทย จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ เบตาดีน  คือ เบตาดีน ดราย พาวเดอร์ สเปรย์ และ เบตาดีนพลาส โดยสินค้าใหม่ทั้งสองตัวนี้จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการดูแลและปกป้องบาดแผลในแต่ละโอกาส โดยเบตาดีน ดราย พาวเดอร์ สเปรย์ โฉมใหม่นี้ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับฉีดพ่นบนบาดแผล ด้วยตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine) 2.5% สำหรับการป้องกันและรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังจากการผ่าตัด แผลไฟไหม้ และแผลขีดข่วน เพียงพ่นสเปรย์ให้มีระยะห่างจากแผล 6-10 นิ้ว จะปรากฏเป็นฟิล์มบางๆสีน้ำตาลเคลือบที่แผล  ไม่หยด และไม่ต้องสัมผัสบริเวณแผล  ขนาด 55 กรัม พกง่าย ราคา 250 บาท ”

ส่วน เบตาดีนพลาส พลาสเตอร์ปิดแผลสำหรับปกป้อง, และกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคจากภายนอก ตอบโจทย์การดูแลบาดแผลอย่างครอบคลุม พร้อมให้ความสะดวก เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างของแต่ละบุคคล มีให้เลือก 3 แบบย่อย คือ

1.กลุ่มเบตาดีน พลาสเตอร์ผ้า (Fabric) มีจุดเด่นที่เนื้อผ้ายืดหยุ่น แนบสนิทกลมกลืนผิว ติดแน่น ไม่ทิ้งคราบกาว และไม่รุ่ยบริเวณขอบ อ่อนโยนต่อผิว (Hypoallergenic) มีสองขนาดบรรจุภัณฑ์ ขนาด 20ชิ้น และ 8 ชิ้น

2.กลุ่มเบตาดีน พลาสเตอร์พลาสติก สีเนื้อ (Embossed Plastic) มีรูระบายอากาศได้ดี ติดแน่น แผ่นซึมซับไม่ติดแผล อ่อนโยนต่อผิว (Hypoallergenic) มีสองขนาดบรรจุภัณฑ์ ขนาด 20ชิ้น และ 8ชิ้น

3.กลุ่มเบตาดีน พลาสเตอร์ใสกันน้ำ (Transparent  Waterproof) ด้วยแผ่นฟิล์มบางแนบสนิทผิว เสมือนผิวธรรมชาติ ป้องกันน้ำเข้าสู่บาดแผล เหมาะสำหรับแผลที่ห้ามโดนน้ำ ติดแน่น ทนนาน แต่ระบายอากาศดี แผลไม่อับชื้น ช่วยให้แผลหายเร็ว อ่อนโยนต่อแผล และผิว มีสองขนาด 19mm x 40mm ขนาดพอเหมาะกับนิ้วมือ และ ขนาด 25mm x72mm เหมาะกับแผลขนาดเล็ก ขนาดบรรจุ 8 ชิ้น

“ ทั้งนี้ ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างของ เบตาดีน ดราย พาวเดอร์ สเปรย์  และ เบตาดีน พลาส ของการดูแลบาดแผล จะทำให้บาดแผลนั้นกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ และทำให้คุณยังดำเนินกิจกรรมต่างๆต่อไปได้ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักทางการตลาดจะเน้นไปที่กลุ่มผู้หญิงอายุ 28-45 ปี ที่มีลูกอยู่ในวัย 6-12 ปี ซึ่งเป็นวัยกำลังซน ค้นหา ซึ่งคุณแม่ส่วนใหญ่มักกังวลในการให้ลูกได้เล่นหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน จากแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์เน้นถึงความใส่ใจการดูแลบาดแผลที่

เกิดขึ้นของผู้บริโภคทำให้เป็นแรงบันดาลใจให้ทางบริษัทฯวางกลยุทธ์การเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์นี้ควบคู่ไปกับแคมเปญการตลาด Get Out & Play” เพื่อช่วยรณรงค์และสนับสนุนให้ผู้ปกครอง กล้าที่จะให้ลูกหลานออกไปเล่นหรือทำกิจกรรม เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาการเจริญเติบโต อย่างมีสุขภาพดีและหากมี อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ ทุกครอบครัวจะมีเบตาดีนเป็นผู้ช่วย และทำหน้าที่ดูแลและปฐมพยาบาลเบื้องต้น”

แคมเปญ “ Get Out & Play มีใจความสำคัญคือ การสื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในตัวบุคคลที่ ไม่ยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรค และได้รับการสนับสนุนดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวในการเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ลูกได้มีประสบการณ์ต่างๆเพื่อพัฒนาการร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งต่อสู้กับโลกภายนอกเพื่อความสำเร็จในอนาคต ทั้งนี้ได้มีการนำนักกีฬามาเป็นผู้ให้แรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคโดย มุนดิฟาร์มาบริษัทแม่ได้รับเกียรติจาก แคโรไลน์ วอซเนียคกี้ (Caroline Wozniacki) เป็นทูตของแบรนด์เบตาดีนอย่างเป็นทางการ โดยเธอเป็นผู้หญิงคนแรก จากสแกนดิเนเวียน  ที่ได้ครองแชมป์ดับเบิ้ลยูทีเอทัวร์ ด้วยวัยเพียง 25 ปี (2010-2011) โดยเส้นทางสู่แชมป์เปี้ยนของแคโรไลน์ เริ่มจากครอบครัวที่ช่วยส่งเสริมให้เธอมีพัฒนาการที่แข็งแรงทั้งร่ายกายและจิตใจแรง เผชิญหน้ากับปัญหาความท้าทายทุกรูปแบบ ส่วนในประเทศไทยนั้นได้รับเกียรติจากนักกีฬาขวัญใจชาวไทย ปลื้มจิตร์  ถินขาว กัปตันวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และครอบครัวคนดัง เข้าร่วมแคมเปญ เพื่อเผยเส้นทางนักสู้และแรงบันดาลใจให้เป็นแบบอย่าง  โดยแผนการประชาสัมพันธ์แคมเปญนี้ผ่านทางสื่อออนไลน์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอีกมากมาย ด้วยงบประมาณ กว่า 50 ล้านบาท

“โดยมุนดิฟาร์มาในประเทศไทย มุ่งหวังว่า การเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเบตาดีน ในรูปโฉมใหม่ และการเปิดตัวแคมเปญการตลาดในครั้งนี้ จะทำให้ผู้บริโภคได้มีขั้นตอนการทำแผลที่ถูกต้องครบถ้วน ส่งผลให้ขยายตลาดการใช้ยากลุ่มเพื่อป้องกันรักษาบาดแผลได้ นอกจากนั้นทางบริษัทตั้งเป้าว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 37% ในปี 2560 โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่ร้านขายยาทั่วประเทศ ”

betadine