7 เทรนด์กำหนดทิศทางโฆษณาดิจิทัล

digital-advertising

รายงานอินเทอร์เน็ตเทรนด์ประจำปีโดย Mary Meeker นักการตลาดชื่อดังที่ออกมาบอกเราถึงเทรนด์ของโลกออนไลน์ทุกปี ปีนี้ให้จับตาดูที่การเติบโตของมือถือ โดยเฉพาะบนโซเชียลที่จะมาควบคุมการใช้งบประมาณเพื่อการโฆษณาจำนวนมากและเวลาที่ผู้ใช้งานจะอยู่กับมัน วันนี้เรารวบรวม 7 ข้อที่น่าสนใจของปีนี้มาให้ดูกัน

1.เดสท็อปทำเงินสู้มือถือไม่ได้

หากคุณเป็นนักการตลาดคงเบื่อที่จะได้ยินคำว่ายุคแห่งมือถือ แต่นั่นยังคงเป็นเรื่องจริง เพราะการโฆษณาทางมือถือยังคงทำเงินได้มากกว่าบนเดสท็อปแบบทิ้งห่าง โดยรายได้จากการโฆษณาทางอินเทอเน็ตในปี 2015 นั้นอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากปีก่อนหน้า 20% ซึ่งรายได้จากโฆษณาบนมือถือเพิ่มขึ้น 66% ในขณะที่บนเดสท็อปเพิ่มขึ้นเพียง 5% นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่กับมือถือ 25% และอยู่กับเดสท็อปเพียง 22%

2. เกมของ Google และ Facebook

ต้องยอมรับว่า Mark Zuckerberg สร้างโลกแห่งการโฆษณาที่ทรงพลังขึ้นมา รายได้จากการโฆษณาบนเฟซบุ๊คเติบโตขึ้นถึง 59% ระหว่างปี 2014 – 2015 ด้วยปริมาณโฆษณาบนมือถืออันมหาศาล ในขณะที่ Google เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเวลาเดียวกัน ดูเหมือนจะน้อยกว่าเฟซบุ๊คเยอะ แต่เจ้าอื่นๆ เพิ่มมาเพียง 13% เท่านั้น

3. ผู้บริโภครำคาญโฆษณาออนไลน์

อ้างอิงข้อมูลจากบริษัทผลิตวิดีโอ Unruly แนะนำว่าประโยชน์จากการโฆษณาออนไลน์นั้นไม่ค่อยส่งผลดีต่อผู้บริโภค 92% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 3,200 คนยอมรับว่าพวกเขาใช้ตัวบล็อกโฆษณาและ 62% กล่าวว่ารำคาญ Preroll ads ผลสำรวจยังพบว่า 81% ของวิดีโอถูกปิดเสียง

4. มือถือครองแชมป์โดนบล็อกโฆษณา

งานวิจัยจาก PageFair เผยว่าผู้ใช้งานทั่วโลกมีการใช้ตัวบล็อกโฆษณาบนมือถือกว่า 400 ล้านคน ในจณะที่บนเดสท็อปมี 200 ล้านคน

5. สั้นกว่าก็ดีกว่า

Meeker ยกตัวอย่างแคมเปญของ Snapchat 2 แคมเปญ ในการเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วิดีโอที่สั้นกระชับในการลงโฆษณาบนมือถือตัวแรกคือแคมเปญจาก Universal ที่เป็นสปอนเซอร์ของงาน Miami’s Ultra Music Festival เมื่อเดือนมีนาคม 2015 ซึ่งมียอดการรับชมกว่า 14 ล้านครั้ง อีกแคมเปญจาก Spotify ที่สามารถเพิ่มยอมการ subscribe ได้ถึง 30%

6. Millennials ยังอยู่บน Facebook

แม้จะมีรายงานว่าเฟซบุ๊คเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่เท่พอสำหรับกลุ่มวัยรุ่น แต่ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึง Millennials ได้มากที่สุดจากข้อมูลของ comScore ซึ่งแสดงให้เราเห็นถึงเวลาเฉลี่ยต่อเดือนของการเข้าใช้งาน Facebook, Instagram และ Snapchat ในขณะที่ Twitter เข้าถึง  Millennials ได้ถึง 50% แต่เฉลี่ยการใช้เวลาอยู่ในเว็บค่อนข้างน้อย

7. แชทคืออนาคต

หลายๆ แบรนด์เริ่มออกแชทบอท และเริ่มใช้การแชทเป็นส่วนหนึ่งในแผนการตลาด ซึ่งนับเป็นเรื่องดี เพราะจากข้อมูลเราจะเห็นได้ว่าแอพลิเคชั่นแชทต่างๆ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาทั้ง  WhatsApp, Facebook Messenger and WeChat

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM