HomeInsightขั้นกว่าของ Longevity ต้อง Joyspan เทรนด์ใหม่การใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่ “อายุยืน” แต่ต้อง “สุขยั่งยืน”

ขั้นกว่าของ Longevity ต้อง Joyspan เทรนด์ใหม่การใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่ “อายุยืน” แต่ต้อง “สุขยั่งยืน”

แชร์ :

ตลอดปี 2025 เราพบเห็นเทรนด์ Longevity กันอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็น Buzzword ที่ถูกหยิบยกมาต่อยอดเป็นสินค้าบริการ ตอบสนองความต้องการการมีชีวิตยืนยาวมากขึ้น แต่ล่าสุดได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญทางความคิด จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Joyspan  โดยเน้นไปที่การสร้างความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งการคิดเช่นนี้ส่งผลตั้งแต่เรื่องการเงิน การตลาด ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ เทรนด์นี้ไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค แต่ยังท้าทายบทบาทของแบรนด์ในการสร้างความหมายใหม่ให้กับการบริโภค

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ทำความรู้จัก Joyspan

แนวคิดเรื่อง Joyspan มาจากหนังสือเรื่อง “Joyspan: The Art and Science of Thriving in Life’s Second Half” เขียนโดย Dr. Kerry Burnight นักวิชาการด้านผู้สูงอายุ  ซึ่งเริ่มตั้งคำถามว่า “จะมีประโยชน์อะไรหากมีอายุยืนแสวงหาสุขภาพที่ดีและการมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี แต่ว่าปราศจากความสุข” ลองนึกภาพคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 90 ปี แถมยังไม่มีปัญหาโรคหัวใจหรือเบาหวาน แต่คนๆ นั้นกลับใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่โดดเดี่ยว รู้สึกไร้จุดหมาย ดร. เบอร์ไนต์ นิยาม Joyspan ว่าเป็น “จำนวนปีที่เรามีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข มีความตื่นเต้น มีความหมาย และมีความเชื่อมโยงกับผู้อื่น” เธออธิบายว่าความสุขไม่ใช่แค่ “ของแถม” ในชีวิต แต่มันคือรากฐานสำคัญของการมีอายุยืนยาวที่แท้จริง

Joyspan จึงเป็นแนวคิด การวัดคุณภาพชีวิตที่รวมเอา Lifespan (ระยะเวลาที่มีชีวิต), Healthspan (ระยะเวลาที่มีสุขภาพดี) และ Happiness (ความสุขเชิงลึก) เข้าด้วยกัน มันไม่ใช่เพียงการมีชีวิตอยู่ (Surviving) แต่คือการมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหมายและความรื่นรมย์ (Thriving) ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต โดยเน้นไปที่การสร้าง “ทุนทางอารมณ์” ควบคู่ไปกับ “ทุนทางสุขภาพ”

อย่างไรก็ตาม Joyspan ไม่ได้หมายถึงการ “มีความสุขตลอดเวลา” แต่เป็นการสร้างประสบการณ์หรือความรู้สึกดีที่สามารถต่อยอดและส่งผลในระยะยาว เช่น ความภูมิใจในตัวเอง ความรู้สึกมีคุณค่า หรือความสัมพันธ์ที่มีความหมาย

Joyspan จึงกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ใหม่ที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความเครียด ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว ความสุขที่ยั่งยืนจึงมีคุณค่ามากกว่าความสุขชั่วคราว

ปัจจัยที่ทำให้ Joyspan กลายเป็นเทรนด์สำคัญ

ความเปลี่ยนแปลงทางความคิดในครั้งนี้เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น

1.การล่มสลายของ “ความสุขฉาบฉวย” (The Dopamine Detox)

หลังจากยุคแห่งการไถหน้าจอและเสพความสุขระยะสั้นจากอัลกอริทึม (Fast Content) มนุษย์เริ่มเผชิญกับภาวะ Burnout ทางอารมณ์ เทรนด์ Joyspan จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Serotonin-based Happiness หรือความสุขที่เกิดจากความสงบ และการทำงานที่สร้างความหมาย (Purpose-driven life) มากกว่าแค่ความตื่นเต้นชั่วครั้งชั่วคราว ความสุขแบบฉับพลันมีอายุสั้นลง และไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกได้อีกต่อไป

2. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

เทคโนโลยีรวมทั้งองค์ความรู้เรื่องการแพทย์พัฒนาถึงขั้นที่มี Bio-Individualization (สุขภาพแบบเฉพาะบุคคล) รวมทั้ง Wearable Devices ต่างๆ ก็ทำให้แต่ละคนสามารถออกแบบการใช้ชีวิตและแนวทางสร้างความสุขได้ในแบบของตัวเอง รวมทั้งแทร็กข้อมูลต่างๆ ได้ทันท่วงที

เจาะลึกมิติต่างๆ ของ Joyspan

มิติด้านร่างกาย : กาารออกกำลังกายถูกปรับเปลี่ยนจากการ “รีดไขมัน” มาเป็นการ “สร้างมวลกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่น” เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมที่รักได้ยาวนานขึ้น ตั้งแต่กิจกรรมภายในบ้านอย่าง การเล่นกับหลาน หรือสามารถไปร่วมจอยกับกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวกัน

มิติด้านจิตใจ : การฝึกสติ (Mindfulness) ไม่ใช่เรื่องของศาสนาอีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะการบริหารสมอง (Brain Performance) เพื่อคงไว้ซึ่งความสามารถในการรับรู้ความสุขและความคิดสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันวิทยาศาสตร์ก็บ่งชี้ว่า เมื่อเรามีความสุข ร่างกายก็จะหลั่งสารเคมีที่ช่วยลดการอักเสบ ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

มิติด้านการเงิน : “เงิน” ไม่ได้มีไว้เพื่อซื้อวัตถุอย่างเดียว แต่ถูกจัดสรรเพื่อซื้อ “เวลา” และ “ประสบการณ์” ที่สร้างคุณค่าทางใจในระยะยาว ขณะเดียวกันความมั่นคงทางการเงินก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถบริหารจัดการสุขภาพกาย-ใจได้   

เรียกได้ว่าทุกๆ มิติล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์กัน เราอาจจะได้ยินคำว่า Joyspan บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เพราะสังคมกำลังจะเริ่มตระหนักว่า “ปริมาณของปี” (Quantity of years) ไม่สำคัญเท่ากับ “คุณภาพของปี” (Quality of years) ดังนั้นแบรนด์ควรปรับตัวอย่างไร

ลักษณะของแบรนด์ที่ตอบโจทย์ Joyspan                                 

ต้องเป็นแบรนด์ที่สามารถต่อเติม Joyspan ให้กับผู้บริโภคได้ Experience Enablers และเป็นCustomer Journey ที่ยั่งยืนประสบการณ์ของลูกค้าไม่จบลงที่การซื้อ แต่ต่อยอดไปสู่การใช้งาน การมีส่วนร่วม และความผูกพันระยะยาว รวมทั้ง “มีความหมาย” เช่น การพัฒนาตัวเอง การดูแลสุขภาพ หรือการมีส่วนร่วมกับสังคม

ผู้บริโภคต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่มีคุณค่าและจริยธรรม ดังนั้นแบรนด์ต้องแสดงที่มาของวัตถุดิบและจริยธรรมในการทำธุรกิจอย่างโปร่งใส รวมทั้งแบรนด์ที่สร้างสินค้าที่มีความสวยงามตามกาลเวลา และมีเรื่องราวที่สร้างความผูกพัน จะได้รับความเชื่อถือสูงขึ้น สินค้าต้องถูกออกแบบมาให้อยู่กับผู้บริโภคในระยะยาวและเพิ่มมูลค่าทางใจเมื่อเวลาผ่านไป เพราะลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องJoyspan เน้นที่ความสุขระยะยาวมากกว่าฉายฉวย

Joyspan คือการเปลี่ยนมุมมองของจุดมุ่งหมายการใช้ชีวิต จากเดิมที่มุ่งเน้นเรื่องของการมีชีวิตยืนยาว สุขภาพดี แต่เพิ่มมิติทางด้านจิตใจ ไปจนถึงคุณค่า ความหมาย และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวไปจนถึงสังคมด้วย สำหรับแบรนด์ต่างๆ Joyspan ไม่ใช่เพียงโอกาส แต่เป็น “ความจำเป็น” ในการปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่แนวโน้มผู้สูงอายุทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และอายุยืนยาวขึ้น การทำให้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้รู้สึกมีความสุขเมื่อมีส่วนร่วมกับแบรนด์ สามารถออกแบบประสบการณ์ที่มีความหมาย เข้าใจผู้บริโภคในระดับอารมณ์ และสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง จะสามารถครองใจผู้บริโภคได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในระยะยาวอย่างแท้จริง


แชร์ :

You may also like