4 วิธีที่ทำให้ลูกค้าพูดแทน “แบรนด์”

brand advocate 2

หลักมาร์เก็ตติ้งทั่วๆ ไปเราทราบกันดีว่ากระบวนการการส่งสารที่ต้องการสื่อออกไปยังผู้บริโภค คือการสร้างคอนเทนท์ขึ้นมา และลงเงินพร้อมทั้งเวลาในการวางแผนเพื่อกระจายมันออกไปในวงกว้างที่สุดให้กลุ่มเป้าหมายขของเราได้เห็น เช่น คิดสโลแกนเจ๋งๆ แล้วซื้อบิลบอร์ดยักษ์ริมทางด่วนเพื่อให้คนเห็น หรือใช้เวลาไปกับการออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้สวยงามเก๋ไก๋ และสุดท้ายจ่ายเงิน เพื่อดึงคนมาดู เราจึงอาจกล่าวได้ว่ายิ่งลงเงินและเวลาไปกับมันมากเท่าไหร่ โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นก็มีมากเท่านั้น

แต่สำหรับผู้ประกอบการณ์หน้าใหม่แล้วดูเหมือนว่าจุดสำคัญที่ต้องโฟกัสคืองบประมาณและจำนวนคนทำงานที่มีจำกัด จึงทำให้ดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนจำนวนมากจะเห็นข้อความที่คุณต้องการสื่อและไม่ง่ายที่แคมเปญของคุณจะประสบความสำเร็จ บางที หาใครมาทำแทนได้น่าจะดีไม่ใช่น้อย

ฟังดูเหมือนเป็นคติพจน์จากคนขี้เกียจ แต่จริงๆ มันคือคติพจน์ของคนฉลาดต่างหาก ทำไมเราต้องใช้เงินและเวลาไปกับอะไรที่คนอื่นๆ ทำแทนเราได้? เหมือนที่คุณไม่ต้องกวาดขยะเอง หรือไม่ต้องเก็บจานเองเวลาไปร้านอาหาร ลองคิดว่าจะดีแค่ไหนถ้าใครบางคนทำหน้าที่ในการกระจายสารของคุณแทนคุณได้ในแคมเปญที่กำลังทำ และคนคนนั้นควรจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณ มันจะวิเศษมากถ้าพวกเขาได้รับข้อความที่คุณต้องการสื่อและทำหน้าที่กระจายต่อไปในวงกว้างด้วยตัวเขาเอง

พวกเขาทำได้ สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่ ทำให้เกิดมันขึ้น

– แพร่กระจาย Viral Content
ทางเลือกที่ 1 ของคุณคือสร้างคอนเทนท์ที่เป็นไวรัลให้มันแพร่กระจายออกไปให้มากที่สุด คุณจึงจำเป็นต้องสร้างคอนเทนท์ที่มีเอกลักษณ์, ให้ข้อมูล, สนุกสนาน, น่าประหลาดใจ หรืออื่นๆ ให้กับผู้ชม นี่คือส่วนที่ยากที่สุด เพราะอินเตอร์เน็ตเต็มไปด้วยคอนเทนท์มากมาย การทำให้คอนเทนท์ของคุณโดดเด้งออกมาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ยังมีทางคุณแค่ต้องหาให้เจอว่าอะไรที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของคุณรู้สึกอยากแชร์ ลองเริ่มจากขึ้นหัวข้อให้น่าสนใจและวางมันลงในโซเชียลมีเดียของคุณ จากนั้นลองให้เพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานช่วยแชร์มันคนละเล็กละน้อย ถ้าคอนเทนท์มันดี และถูกเวลาคุณอาจได้รับการแชร์เป็นร้อย มีคนมองเห็นมากขึ้น และมีการสนใจเพิ่มมากขึ้นในที่สุด

– พยายามให้เกิดการรีวิวและ Testimonials
คนส่วนใหญ่เชื่อในรีวิว กว่า 88% ของผู้บริโภคเชื่อถือรีวิวในอินเตอร์เน็ตมากพอๆ กับการฟังจากปากของคนรู้จัก ดังนั้นถ้าคุณสามารถทำให้เกิดรีวิว หรือการบอกต่อในสินค้าของคุณได้ ผู้บริโภคกลุ่มที่ชอบค้นหาข้อมูลก่อนจะเชื่อถือและสนใจในสินค้าของคุณ โดยแทบไม่ต้องทำโปรโมชั่นอะไรเลย ทริคง่ายๆ ที่ทำให้เกิดการรีวิวคือ ทำให้การรีวิวสินค้าของคุณเป็นเรื่องสนุก และจงขอบคุณทุกความคิดเห็นที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะแง่บวกหรือลบก็ตาม

– ให้รางวัลกับสุดยอดลูกค้า
ทางเลือกต่อมาคือสร้างสิ่งที่เรียกว่า Royalty Program ให้รางวัลกับลูกค้าหรือผู้ใช้งานตามพฤติกรรมที่เขามีต่อแบรนด์ของคุณ นี่คือวิธีที่จะสร้างความคุ้นเคยระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ และจะนำมาซึ่งการบอกต่อและกระจายข้อมูลสินค้าและโปรโมชั่นของคุณด้วยตัวพวกเขาเอง ซึ่งการทำแบบนี้มีได้หลากหลายรูปแบบคุณแค่เลือกให้เหมาะกับแบรนด์ของคุณ เช่นการเก็บคะแนนจากการล็อกอินและการร่วมกิจกรรม หรือของขวัญพิเศษเมื่อพวกเขาซื้อสินค้าซ้ำ กุญแจสำคัญคือการให้พวกเขากลับมาหาคุณอีกครั้งและบอกต่อ

– ผูกทุกอย่างเข้ากับ Social
พาแบรนด์ของคุณไปอยู่ในโลกโซเชียลให้ได้มากที่สุด แล้วการบอกต่อและการรับรู้จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ รวมทั้งแทรกปุ่มแชร์ในทุกคอนเทนท์ และกระตุ้นให้เกิดการแชร์เมื่อพวกเขาไปยังเว็บไซต์ของคุณ รวมทั้งผลักดันให้เกิดการเช็คอินเมื่อพวกเขาไปที่หน้าร้านพร้อมแฮชแท็กที่คุณตั้งขึ้นมา ยิ่งลูกค้ามีส่วนร่วมทางออนไลน์มากเท่าไหร่ แบรนด์ก็ได้รับการพูดถึงมากเท่านั้น การทำแบบนี้อาจต้องมีการจ่ายเพื่อปูทางและดำเนินการในบางขั้นตอน แต่เชื่อเถอะว่าถึงจุดหนึ่งที่มันประสบความสำเร็จแล้ว เงินที่คุณจ่ายไปน้อยกว่าและคุ้มค่ากว่าค่าทำแคมเปญ ลงโฆษณาโปรโมชั่น หรือการซื้อไลค์แน่นอน

อย่างไรก็ตาม 4 ข้อที่เราแนะนำไปจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อคุณให้คุณค่ากับลูกค้าของคุณมากพอ พวกเขาช่วยให้คุณประสบผลสำเร็จได้หากคุณรู้จักมอบความพิเศษให้เขาเช่นกัน เช่นส่วนลดพิเศษ หรือสร้างความรู้สึกดีๆ อย่างให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัว หาให้เจอว่าพวกเขาต้องการอะไร และอะไรที่คุณจะให้เขาได้ต่างจากที่คนอื่นๆ ให้

Source

[xyz-ihs snippet=”LINE”]

Comments are closed.