Learn Education โซลูชั่นแก้วิกฤติ “ความเหลือมล้ำการศึกษาไทย” ดังไกลระดับเอเชีย

Learn Education social enterprise3

บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น  จำกัด ผู้พัฒนานวัตกรรมการเรียนรูปแบบใหม่ “Learn Education”  การศึกษาแบบครบวงจรผ่านคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมตอนต้น  ที่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้กับคุณครู และช่วยลดความเหลือมล้ำทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในแต่พื้นที่ต่างๆ   จนได้รับรางวัลเวทีระดับนานาชาติการันตีคุณภาพและความสำเร็จ

ธานินนทร์ ทิมทอง  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น  จำกัด เล่าที่มาของนวัตกรรม Learn Education กับ BrandBuffet.in.th ว่า จากสถิติการศึกษาของไทยรั้งท้ายเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ เป็นเพราะปัญหาของการขาดแคลนทรัพยากรครูทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ  จึงทำให้ผลการเรียนหรือผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนไม่ค่อยดีนัก  โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  และ ภาษาอังกฤษ ปัจจุบันทั้ง 3 วิชา ขาดครูประมาณ 70,000 อัตรา  บางโรงเรียนครู 1 คน สอน 3-5 วิชา  อีกทั้งยังจะต้องเตรียมการสอนให้กับเด็กนักเรียน รวมไปถึงการทำระบบประเมินต่างๆ  นอกจากนี้เด็กบางคนก็ไม่ได้รับการศึกษาเท่าที่ควร เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล จากสิ่งเหล่านี้จึงนำเอา “เทคโนโลยี” มาช่วยการศึกษาของไทยให้ดีขึ้น

“เดิมครู 1 คนต้องสอนเด็ก 40 กว่าคน  และความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่เปลี่ยนแพลตฟอร์มให้คอมพิวเตอร์คนละ 1 ตัว  ใครไม่เข้าใจสามารถหยุดดูซ้ำได้ เด็กแต่ละก็ต้องไม่รอกัน นอกจากนี้ยังมีระบบทดสอบท้ายเรื่องพร้อมกับรีพอร์ตคะแนนของเด็กให้กับคุณครู  ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระงานได้”

Learn Education  คืออะไร ?

ระบบการเรียน Learn Education เป็นระบบการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์รูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับเนื้อหาวิชาที่สอดคล้องกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเรียนการสอนแบบครบวงจร สามารถเข้าถึงเนื้อหาและทบทวนความรู้ได้ง่ายขึ้น  การเรียนระบบเลิร์นผ่านคอมพิวเตอร์ประมาณ 2-3 คาบต่อวัน ประกอบกับการเรียนรูปแบบปกติ  โดยจะมีครูแต่ละวิชาค่อยแนะนำสรุปท้ายคาบ

“เนื้อหาการสอนของแต่ละวิชา มีการนำตัวอย่างที่ทันสมัยมาประกอบการสอน ทั้งการทำวีดีโอ ภาพ และ เสียง ทำให้นักเรียนตั้งใจเรียน และเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย  ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการคิดและกล้าตั้งคำถามต่อกับคุณครูได้ด้วย  แล้วยังมีการทำทดสอบหลังเรียนจบแต่ครั้งด้วย พร้อมระบบจัดเก็บคะแนน และคุณครูสามารถนำไปประเมินผลเด็กได้อย่างทันที  ทั้งนี้ระบบ Learn Education จะต้องถูกอัพเดททุกปีๆ ให้เข้ากับแผนการสอนของแต่ละโรงเรียน”

ระบบ Learn Education ประกอบด้วย 1. ซอฟแวร์  ไฟล์การเรียนที่แยกแต่ละหน่วยการเรียน  2. ดิจิตอลคอนเทนต์  เนื้อหาการเรียนตรงตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงฯ พร้อมกับวีดีโอ ภาพ และ เสียง ที่ง่ายต่อการเข้าใจและจดจำ  3.ตำราและแบบฝึกหัดพร้อมคู่มือครู  เพื่อให้เข้าใจบทเรียน ทบทวนและฝึกฝนความรู้  4.ทีมฝึกอบรมและให้บริการ คอยสนับสนุนด้านการใช้งานระบบ ปัจจุบันระบบ Learn Education ถูกนำไปใช้  40 กว่าโรงเรียนในประเทศไทย ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด

learn edu2
ซอฟแวร์การเรียน และ ดิจิตอลคอนเท้นท์ ในโรงเรียวัดสวนดอก
learn edu
ตัวอย่างการเรียนการสอน

ใช้ได้จริง มีรางวัลการันตี 

สำหรับรางวัลการันตี  ระบบเลิร์น เอ็ดดูเคชั่น  ถือเป็นเครื่องมือช่วยครูที่ทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจ  เรียนสนุก  เนื้อหาเข้าใจง่าย และกระตุ้นให้เกิดการคิดและกล้าแสดงออก  ซึ่งได้ทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับโรงเรียนสหวิทย์  จ.สุพรรณบุรี  จนเกิดผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการที่ชัดเจน  ช่วยให้โรงเรียนมีคะแนน O-Net เทียบค่าเฉลี่ยของประเทศเพิ่มขึ้น 31%  ในระยะเวลาเพียง 3 ปีที่ใช้ระบบนี้   ส่งผลให้ระบบเลิร์นฯ  ได้รับการันตีคุณภาพ ด้วยการชนะเลิศรางวัลกิจการเพื่อสังคมของภูมิภาคบนเวทีระดับนานาชาติ  DBS-NUS Social Venture Challenge Asia 2015  ซึ่งมีผลงานเข้าประกวดกว่า 680 โครงการ จาก 30 ประเทศในเอเชีย  รวมไปถึงรางวัล Change Awards  ในการประกวด Social Enterprise Awards by TSEO 2014 จากสำนักสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ  และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย

ปัจจุบันมีโรงเรียนทั้งในเมืองและต่างจังหวัดนำระบบไปใช้เสริมการเรียนการสอนกว่า  40 โรงเรียน และตั้งเป้าเจะากลุ่มโรงเรียน 100 แห่งทั่วประเทศภายในปี  2559  ทั้งในแง่การขายให้กับโรงเรียนโดยตรงและร่วมมือกับองค์กร/หน่วยงานสนับสนุนระบบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน

ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

นอกจากนี้ตัวธุรกิจของ Learn Education  เป็นธุรกิจเพื่อสังคมด้านการศึกษาแล้ว  ยังมีโครงการสนับสนุนโรงเรียนห่างไกล เพื่อต้องการลดความเหลือมล้ำด้านการศึกษาของไทย  จึงเริ่มบริจาคระบบ Learn Education ให้กับโรงเรียนด้อยโอกาสเพื่อกระจายห้องเรียนคุณภาพไปยังทุกพื้นที่ของประเทศ  ซึ่งปัจจุบันได้บริจาคไปแล้ว 5 โรงเรียน  ตัวอย่าง  โรงเรียนเด็กชาวเขาบนดอย  อำเภอแม่แจ่ม  โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา  และ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จ.เชียงใหม่ เป็นต้น  และล่าสุดโรงเรียนเซนต์โยเซฟ แม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่  และตั้งเป้าหมายขยายเป็น 15-20 โรงเรียนในปี 2559

จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.)  พบว่า เด็กที่ขาดโอกาสกว่า 4 ล้านคน และเด็กจำนวนไม่น้อยกว่า 3 เสนคน ที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ หรือหยุดเรียนกลางคัน เนื่องด้วยความยากจน สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีปัญหาด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก รวมถึงความเลื่อมล้ำทางการศึกษา

” โรงเรียนเซนต์โยเซฟ แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่  เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรครู  อีกทั้งเด็กๆเป็นชาวเขาชาวดอยจึงมีปัญหาเดินทางลงมาเรียนที่พื้นที่ราบ เราจึงได้มาบริจาคระบบ Learn Education ให้ที่นี่ เพราะว่าการศึกษาสำหรับเด็กๆ ควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด” ธานินนทร์ ทิมทอง กล่าวปิดท้าย

Learn Education@แม่แจ่ม-941 re

Learn Education@แม่แจ่ม-832 re

นอกจากโรงเรียนใช้ระบบ Learn Education ช่วยเสริมการเรียนการสอนให้นักเรียนแล้ว  ขณะเดียวกันองค์กรหรือแบรนด์ที่มองหากิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)และต้องการช่วยส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชน  สามารถเลือกระบบ  Learn Education ไปบริจาคกับโรงเรียนที่ขาดแคลนครู หรือ โรงเรียนที่อยู่ห่างไกลได้เช่นกัน นอกเหนือจากการซื้อสิ่งของบริจาคโรงเรียน แต่มอบการศึกษาให้กับเด็กๆ …. ความห่างไกลจะไม่ใช่อุปสรรค์การศึกษาของเด็กๆอีกต่อไป

**ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) คำจำกัดความคือ  ธุรกิจที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาหรือพัฒนาสังคมหรือสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แต่ตัวธุรกิจก็มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจไปพร้อมกัน)

[xyz-ihs snippet=”LINE”]