HomePR NewsGoogle แนะ 5 ฟีเจอร์สำหรับนักการตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณา [PR]

Google แนะ 5 ฟีเจอร์สำหรับนักการตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณา [PR]

แชร์ :

shutterstock_google logo office

ในงาน Google Marketing Live ปี 2022 Google ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมทั้งเผยแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ลงโฆษณา โดยในปีนี้ Google ได้รวบรวมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์โฆษณาที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดไทยมาไว้ 5 หัวข้อดังนี้

Santos Or Jaune


1. YouTube Shorts

YouTube Shorts เป็นรูปแบบวิดีโอขนาดสั้นบน YouTube ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมียอดวิวรายวันเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมียอดวิวเฉลี่ยแตะ 3 หมื่นล้านครั้งต่อวันทั่วโลก โดย Google ได้เปิดตัวให้ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ Video Action Campaign และ App Campaign บน YouTube Shorts ได้แล้ว

2. พัฒนา Display Ads แนวตั้ง

ด้วยการใช้ Responsive Display Ads ที่คำนึงถึงเลย์เอาต์ของโทรศัพท์มือถือ: เลย์เอาต์ใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาแสดงแบรนด์ของตนบนพื้นที่โฆษณาแนวตั้งได้แบบเต็มหน้าจอ นอกจากนี้ Google ยังเปิดตัวโฆษณาแบบเลื่อนได้ (scrollable ads) และวิดีโอที่อิงตาม product feed ของคุณเพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ดึงดูดใจยิ่งขึ้น (จะมีการเปิดตัวเต็มรูปแบบภายใน ปีนี้) ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมการลงโฆษณา Display เลยทีเดียว

และ Discover เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้คนสามารถเลื่อนดูเนื้อหาที่ปรับเปลี่ยนตามความชื่นชอบของพวกเขา โดยตอนนี้ ผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างความสนใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ด้วยเนื้อหาแบบวิดีโอสั้นใน Discover

google mk live

3. ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) ในทุกแพลตฟอร์มของ Google

ปีที่แล้ว Google ได้เปิดตัว Performance Max เพื่อช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสร้างผลลัพธ์ในทุกทัชพอยต์และพื้นที่โฆษณาของ Google ภายใต้ 1 แคมเปญ ​ซึ่งผู้ลงโฆษณาทั่วโลกรวมถึง บัตรเครดิตกรุงไทย และ Nespresso ในประเทศไทย ที่ได้ใช้ Performance Max ต่างเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน และยิ่งไปกว่านั้นผลการวิเคราะห์จากแคมเปญทั่วโลกพบว่าผู้ลงโฆษณาที่ใช้ Performance Max เห็น Conversion เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 13% ในระดับ cost per action ที่เท่าๆ กัน

ผู้ลงโฆษณาที่ใช้แคมเปญ Performance Max เห็น conversion ที่ เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 13 %

ในปีนี้ Google ได้อัปเกรด Performance Max ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีเครื่องมือให้ผู้ลงโฆษณาได้ทำการทดลองมากขึ้น เช่น การทำ A/B test และมีการแชร์ข้อมูลที่เป็นเชิงลึกผ่าน Insight Report ซึ่งจะทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถวัดผล และเข้าใจสิ่งที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของแคมเปญมากยิ่งขึั้น

4. ปรับปรุง Insight Page

มีการปรับปรุง Insights Page ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคจากสิ่งที่ผู้คนค้นหาแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าผู้คนมีปฎิสัมพันธ์อย่างไรกับโฆษณาของคุณบนช่องทางต่าง ๆ ของ Google อย่าง Search, YouTube หรือ Display ในการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิด Conversion

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือ Optimization Score ที่ช่วยประเมินว่าแคมเปญถูกตั้งค่าอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ซึ่งในตอนนี้ Google กำลังพัฒนาเครื่องมือนี้ให้ครอบคลุมแคมเปญทุกประเภทใน Google Ads ไม่ใช่แค่ในแคมเปญ Search อย่างเดียว เพื่อช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกปรับการตั้งค่าให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

5. จัดการ tag ง่ายขึ้น

การจัดการ tag จะง่ายและคล่องตัวยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า tag ที่ติดทั่วเว็บไซต์ (Site tag) จะกลายเป็น One Google tag เดียว ซึ่งใช้ได้ทั้งใน Google Ads และ Google Analytics

นอกจากนีั Google ยังมีตัวเลือกใหม่ที่ปลอดภัยต่อความเป็นส่วนตัวสำหรับการทำรีมาร์เก็ตติ้งและการทำโฆษณาตามความสนใจ ซึ่งจะเริ่มการทดสอบโฆษณาตามความสนใจและการอัปเดตรีมาร์เก็ตติ้งใน Google Ads และ Display & Video 360 ทั่วโลกภายในปลายปีนี้ โดยการทดสอบเหล่านี้จะใช้สัญญาณจาก Privacy Sandbox API ใหม่ด้วย


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม