เจาะตลาดเมียนมาร์ 3 ธุรกิจที่น่าจับตามอง ลงทุนก่อน เฮงก่อน รวยก่อน [PR]

0

11

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ร่วมกับ มัชรูม เทเลวิชั่น ดึง Content on screen สู่งาน on ground เปิดหลักสูตร “อายุน้อยร้อยล้าน อคาเดมี” ศูนย์กลางด้านวิชาการ และประสบการณ์ชีวิต ผลิตไอเดีย แชร์โนฮาว (Know-How) และฮาวน์ทู (How-To) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ ผู้ช่วยมืออาชีพทางธุรกิจ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ด้วยการมุ่งมันกับการสร้าง และสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้มีความพร้อมสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ พร้อมผลักดัน SMEs ไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อินเด็กซ์ฯ ได้เริ่มเข้าไปทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งช่องรายได้ใหม่ ที่มีอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด จนในขณะนี้ อินเด็กซ์ฯ กลายเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน (Hub of Creativity in ASEAN) โดยเฉพาะในเมียนมาร์ ที่ไม่ได้ทำเพียงแค่อีเว้นท์ แต่ยกรูปแบบการทำธุรกิจในประเทศไทยไปด้วย ทำให้ตอบสนอง และครอบคลุมงานด้านการตลาดในทุกมิติ ช่วยเชื่อมโยงลูกค้าทั้งจากเมืองไทย และต่างประเทศเข้าสู่ตลาดอาเซียน รวมถึงการดึงเม็ดเงินกลับสู่ประเทศไทย โดยมีลูกค้าทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งไทย และเมียนมาร์ รวมถึงแบรนด์ระดับโลก

“ทริปนี้มีแต่เฮง” พาลุยตลาดเมียนมาร์ 3 หัวเมืองใหญ่ ย่างกุ้ง พุกาม และมัณฑะเลย์ จับตามอง 3 ธุรกิจที่น่าลงทุนในเมียนมาร์ ดังนี้

– ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าวัสดุอุปกรณ์ด้านการก่อสร้าง การตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์

– ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว

– ธุรกิจค้าปลีก

ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าวัสดุอุปกรณ์ด้านการก่อสร้าง การตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์

งาน Myanmar Build & Decor 2015 22-24 ตุลาคม 2558 ที่ Myanmar Event Park เมืองย่างกุ้ง เป็นงานแฟร์ที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมาร์ จัดโดย บริษัท ไอซีเว็ค จำกัด(บริษัทในเครือบริษัทอินเด็กซ์ ฯ) เป็นการจัดครั้งที่ 2 เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำการตลาดผสานความคิดสร้างสรรค์แบบครบวงจร (Creative Marketing Solutions) และได้ผลตอบรับที่ดีเยี่ยมทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ และรายย่อย ที่มาจากประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 40% นอกจากนี้ภายในงานครั้งนี้ยังมีการจัดสัมมนา Building & Decoration Seminar ด้วย

เมียนมาร์ หรือ พม่า มีการปรับ Infrastucture หรือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทำให้ตลาดการก่อสร้างของที่นี่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็น 8% ต่อปี และในปี 2018 คาดว่า มูลค่าการก่อสร้างของที่นี่จะสูงถึง 6.6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า “เมียนมาร์ เป็นประเทศที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด เมื่อตอนยังไม่เปิดประเทศ ซิมมือถือราคาหลักแสนบาท ลงทะเบียนซิมหลักพันเลขหมาย ปัจจุบันซิมมือถือราคา 50 บาท คนลงทะเบียนกว่า 20 ล้านเลขหมาย

ด้านสถิติ ประเทศเมียนมาร์มีขนาดใหญ่กว่าไทยประมาณ 1.3 เท่า ประชากรประมาณ 50 ล้านคน  ความยาวประเทศก็ยาวมากกว่า เหนือมีหิมะ ล่างสุดมีทะเลที่สวยกว่า สะอาดกว่า และเกาะอีกมากที่ยัง Unseen ในแง่ทรัพยากรการท่องเที่ยวนั้น เมียนมาร์จึงมีมากกว่าไทย แต่สิ่งที่เมียนมาร์ยังต้องพัฒนาก็คือ การบริการ ซึ่งถ้าสามารถทำได้ ประเทศไทยจะได้ผลกระทบเต็มๆ

ในแง่ของการเจริญเติบโต เมียนมาร์จะโตกว่าทั้งลาว เวียดนาม กัมพูชา ยกตัวอย่างเช่น เวียดนามใช้เวลาเปิดตลาดหุ้น 20 ปีหลังจากสงครามเวียดนาม เมียนมาร์ใช้เวลาเพียง 4 ปีหลังจากเปิดประเทศ และตอนนี้การดำเนินการก็ใกล้จะเสร็จเต็มที

ธุรกิจที่อยากให้นักลงทุน และผู้ประกอบการไทยสนใจเป็นพิเศษก็คือ Lifestyle and Service เพราะการเปิดประเทศก็เหมือนการออกจากช่องฟรีซ เจออะไรก็น่าสนใจและพร้อมจะเปิดรับไปหมด และถ้าคนพม่ายังใช้มือถือ อินเตอร์เน็ตเหมือนเรา โอกาสของทุกประเทศก็เปิดกว้าง”

นอกจากนี้ ท่านเอกอัครราชฑูตยังได้กล่าวเสริมอีกว่า “พม่ามีการวาง road map อย่างชัดเจนและเป็นไปตามแผน เช่นการหยุดยิงของชนกลุ่มน้อย และเดิมเมื่อ 5 ปีก่อน พม่ามีข่าวเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด การค้ามนุษย์ การต่อสู้ ในเวทีระดับโลก แต่ปัจจุบัน พม่ากลายเป็น Global Integration ไปแล้ว ธและขณะนี้มีตึกที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 800 กว่าโครงการ ดังนั้นการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ Constuction และ Decoration มาถูกจุดแล้ว

นอกจากนี้พม่ายังต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งอำนวยความสะดวก โรงพยาบาล เทคโนโลยี ความสวยความงาม การบริการ ธุรกิจสปา และปลายปีนี้พม่าจะเปิดตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหุ้นกำลังจะเกิดในพม่า ถ้าหลังการเลือกตั้งต้นเดือนพ.ย.นี้ผ่านไปด้วยดี พม่าจะติดปีก

44          55

ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน CEO แห่งอินเด็กซ์ฯ กล่าวว่า “ธุรกิจการท่องเที่ยวของเมียนมาร์เติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากเปิดประเทศ มีโรงแรมกว่า 1,000 โรงแรม ภาคเหนือของเมียนมาร์มี สกี รีสอร์ท คอยบริการนักท่องเที่ยว ส่วนภาคใต้มีเกาะที่ยังบริสุทธิ์อยู่ทั้งสิ้น 250 เกาะ มีน้ำดื่ม และพร้อมที่จะทำเป็นที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่กำลังเข้ามา”

77

ทั้งนี้ อินเด็กซ์ฯ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในเมืองพุกาม ในกลุ่มธุรกิจโชว์บิซ (Showbiz) โดยนำเสนอการแสดงวัฒนธรรมเมียนมาร์แบบร่วมสมัย ดันดารี ซีซั่น 1 และ 2 (Dandaree Season 1 & 2: Myanmar’s Most Stunning Show) ที่สุดแห่งโชว์วัฒนธรรมผสมผสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ณ อาณาจักรทอง แห่งเมืองพุกาม ด้วยเงินลงทุนจำนวน 50 ล้านบาท หรือ 1,420,455 USD ผสานเทคนิคแสงสีเสียง ภายใต้ชื่อ “ดันดารี” (ในภาษาพม่า หมายถึง เรื่องราวหรือตำนานที่มีมาช้านาน) เป็นการแสดงที่นำเอาความสวยงามทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน กีฬา และประวัติศาสตร์ความเจริญรุ่งเรืองของพม่า มาร้อยเรียงบอกเล่าเรื่องราวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ผ่านนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ณ พระราชวัง บากัน โกลเด้น พาเลซ (Bagan Golden Palace) พระราชวังประจำเมืองพุกาม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่มีความสวยงามตามเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบพม่า จนติดอันดับ 1 ใน 3 พระราชวัง ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเดินทางมาเยี่ยมชมให้ได้

จากสถิติพบว่า นอกจากการเที่ยวชมย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองหลักของเมียนมาร์แล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางไปเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ  อีก อาทิ การเที่ยวชมเมืองมัณฑะเลย์ สักการะพระธาตุอินทร์แขวน หาดงาปาลี เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของพม่า และที่ขาดไม่ได้เมืองที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ จนติดอันดับ 1  ใน 3 สุดยอดเมืองท่องเที่ยวรองจาก ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ คิดเป็น  35% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด  นั่นคือ “บากัน” หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า “พุกาม” เมืองแห่งประวัติศาสตร์ จนได้รับการเสนอชื่อเป็นมรดกโลก ในประเภทโบราณสถาน (Archaeological Site)  ประกอบกับอัตราการเติบโตจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเมียนมาร์มีจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งผลจากเออีซี รวมถึงนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวจากรัฐบาลพม่า โดยรูปแบบของนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมายังพม่าไม่เพียงเฉพาะชาวเอเชียเท่านั้น แต่ยังมีนักท่องเที่ยวจากทางทวีปยุโรปหลากหลายชาติ อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน รวมทั้งสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ  เป็นต้น รวมถึงมีการเพิ่มสายการบิน บินตรงสู่ย่างกุ้ง เมืองยุทธศาสตร์ทางค้า เป็นจำนวนมาก ทั้งจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย และเกาหลี  และการได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากดันดารี ซีซั่น 1

กลับมาครั้งนี้ กับ ดันดารี ซีซั่น 2 ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงศิลปะวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศเมียนมาร์ ผสานกับเทคนิคมัลติมีเดีย และแสง สี และเสียงที่น่าตื่นตาตื่นใจ นำมาร้อยเรียงบอกเล่าเรื่องราวอย่างประณีต ผ่านนักแสดงเมียนมาร์ 100 %  โดยได้คัดเลือกนักแสดงผู้ที่มีทักษะ  และความสามารถหลากหลาย จากทั่วทั้งประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีทักษะการเต้นฝีมือชั้นเยี่ยม และมีความเป็นมืออาชีพสูง  มีการใช้ภาษาเมียนมาร์ ในการถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบการแสดงดันดารี ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสความเป็นเมียนมาร์ได้อย่างแท้จริง  ด้านผู้ควบคุมการแสดง องค์ประกอบการแสดงของโชว์ ‘ดันดารี’ นี้ ได้รับการเทรนด์ และควบคุมการฝึกสอนจากนาฏศิลป์ชั้นครู อย่าง Ta khine lone shwe Aye Aye Myint ที่ถือได้ว่าเป็น ศิลปินชั้นครูของเมียนมาร์ เทียบเท่ากับ ศิลปินแห่งชาติของไทย เรียกว่าทั้งกำกับและสอนนักแสดงเองทุกโชว์ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้ และสัมผัสการแสดงนี้ได้อย่างแท้จริง และมีความเป็น Authentic สูงสุด ด้านโปรดักชั่น และเทคนิคต่างๆ ด้วยเทคนิคมัลติมีเดียของแสง สี และเสียง ที่สามารถ Interactive กับผู้ชมให้สามารถสัมผัสกับการแสดงผสมผสานกับโปรดักชั่นที่ประณีตระดับโลก ซึ่งกำกับดูแลโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวผ่านองค์ประกอบของฉากหลังที่มีพระราชวัง Golden Palace จำลองมาจากพระราชวังโบราณ แห่งเมืองพุกามอย่างยิ่งใหญ่ จึงเกิดเป็นโชว์ที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดในเมียนมาร์ รับรองว่าผู้ชมจะได้รับประสบการณ์ที่หาชมที่ไหนไม่ได้…นอกจากที่นี่ที่ เดียว Dandaree: Myanmar’s  Most Stunning Show

88

ธุรกิจค้าปลีก

The New Era of Thai-Myanmar เป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดธุรกิจและการลงทุน ประเทศพม่าใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า และมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว

นายวิชัย แก่นระหงษ์ ผู้ช่วยฑูตพาณิชย์ ประจำกรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า “คนพม่าไม่รู้จักการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม แต่พม่าก้าวกระโดดมาใช้ smart phone , tablet , laptop และพูดถึง 5 G กันแล้ว ธุรกิจซื้อ-ขายรถยนต์ ดีมาก อายุ 18 ปีก็สามารถซื้อรถได้แล้ว สังเกตจากการมีโชว์รูมรถใหม่มาเปิดตัวในพม่าอย่างรวดเร็ว ทีวีดิจิตอล ธุรกิจเครื่องสำอางค์และอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็กำลังเป็นที่ต้องการสููงในตอนนี้”

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คนพม่าห้ามยุ่งเกี่ยวด้วยก็คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ยารักษาโรค หรือการรักษาโรค ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวกับการซื้อมาขายไป ก็ยังขาดทักษะ และ การทำธุรกิจในพม่าก็จะต้องเช่าพื้นที่อย่างเดียว ในอัตราที่สูงมาก เดิมต่างชาติมีสัญญาให้เช่าปีต่อปี แต่ตอนนี้ก็เริ่มจะยืดหยุ่นในเรื่องของสัญญาแล้ว อยากทำสัญญานานๆกับต่างชาติ นายวิชัย กล่าวสรุปในตอนท้าย

นายสุรวัฒน์ ปิ่นสุวรรณบุตร นักธุรกิจชาวไทยเจ้าของ Thai Business association of Myanmar (TBAM) ที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่พม่าและดำเนินธุรกิจมานานกว่า 16 ปีแล้ว ได้ให้มุมมองหลายๆอย่างกับนักธุรกิจไทยที่ต้องการจะมาลงทุน โดยกล่าวถึงอุปสรรคที่นักลงทุนไทยประสบปัญหา คือ

1. หน่วยงานที่จะให้คำปรึกษาและคอยช่วยเหลือในการทำธุรกิจ ซึ่งการทำธุรกิจในพม่าต้องเป็นในรูปแบบของ Joint Venture ถึงจะประสบความสำเร็จได้

2. เรื่องของการติดต่อสื่อสาร เดิมประเทศพม่ามีปัญหาในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาก

3. คนพม่าทำงานไม่เป็น เพราะปิดประเทศมานานทำให้คนพม่าไม่รู้จักหลักการทำงาน ทำงานไม่เป็น ดังนั้นนักลงทุนและผู้ประกอบการควรมีการฝึกฝน อบรมให้กับแรงงานชาวพม่าด้วย เพื่อให้เขาทำงานเป็น

แต่ข้อดีของคนพม่า จะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ยังคงความเอกลักษณ์ไว้ การแต่งกายชุดประจำชาติ การขออภัยจากพ่อแม่ หรือเจ้านายในทุกๆปี ที่ยังคงยึดถือและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ธุรกิจที่กล่าวมานี้ มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นผลมาจากไลฟ์สไตล์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของคนพม่าจากการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติที่มีมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังซื้อของคนพม่าเพิ่มสูงขึ้น เริ่มทานอาหารนอกบ้าน เริ่มจับจ่ายใช้สอย ผลอย่างเป็นรูปธรรมในเชิงธุรกิจก็คือมีร้านค้า ร้านอาหารที่เกิดขึ้นเพื่อจับไลฟ์สไตล์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจหรือแบรนด์ไทยก็เข้าไปแสวงหาโอกาสมากขึ้น

ทั้งนี้เพื่อทำให้นักธุรกิจไทยมีความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ และได้รับประสบการณ์จากกูรูตัวจริงรายการ  “อายุน้อยร้อยล้าน อคาเดมี” โดย คุณอรรฆรัน์ นิติพน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัชรูม เทเลวิชั่น จำกัด ได้เปิดประสบการณ์ทำธุรกิจในอาเซียน สำหรับผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ สร้างธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเมียนมาร์ ทริปธุรกิจสู่การเจาะตลาดพม่า ประเทศที่เต็มไปด้วยโอกาส และช่องทางในการทำธุรกิจ ลุย 3 หัวเมืองใหญ่ ในการทำธุรกิจ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และพุกาม เมืองหลักของการลงทุนธุรกิจ พร้อมเจาะลึกธุรกิจดาวรุ่งที่กำลังเติบโตในเมียนมาร์ ด้วยการลงพื้นที่จริง  และเปิดกลยุทธ์ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังแบบเจาะลึก อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าวัสดุอุปกรณ์ด้านการก่อสร้าง การตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และธุรกิจค้าปลีก พร้อมพบปะกับนักธุรกิจไทย ที่ประสบความสำเร็จในตลาดพม่า ที่จะมาแชร์ประสบการณ์จริงในการบุกตลาด  และล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนนี้เตรียมพบกับ ‘อายุน้อยร้อยล้าน อคาเดมี’ คอร์ส ‘20 ไอเดียเงินล้าน’

22