4 แนวทางวางกลยุทธ์บน Facebook สำหรับปี 2015

FB2015

ใกล้สิ้นปีแล้ว หลายๆแบรนด์ช่วงนี้นักการตลาดก็ต้องรีบอัพเดทเทรนด์ให้กับตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการทำการตลาดบนเฟซบุ๊คของแบรนด์ในปีหน้านั้นสอดคล้องไปกันกับพฤติกรรมของลูกค้าตนเอง ในปี 2015 ทางเว็บไซต์ allfacebook ก็ได้ออกมาแนะแนวเทรนด์ที่น่าสนใจในของการวางกลยุทธ์บนเฟซบุ๊คในปี 2015 ทาง Brand Buffet จึงขอนำมาเรียบเรียงดังนี้ครับ

1. วิดีโอจะน่าสนใจกว่าภาพนิ่ง

หากภาพหนึ่งภาพมีค่ามากกว่าคำพูดเป็นพันคำ ลองนึกดูแล้วถ้าเป็นวิดีโอเลยจะมีค่าขนาดไหน จากแนวโน้มที่ผ่านๆมาทั้งแบรนด์ต่างๆและผู้ใช้งานทั่วไปต่างเริ่มให้ความสนใจกับคอนเทนต์ประเภทวิดีโอมากขึ้น สำหรับในปีนี้ เรื่องของการโพสต์วิดีโอได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจก็คือ จากสถิติพบว่าแฟนเพจต่างๆเริ่มหันมาโพสต์วิดีโอในรูปแบบอัพขึ้นใหม่บนเฟซบุ๊คโดยตรง แทนที่จะใช้วิธีการแชร์ลิงค์จาก YouTube เหมือนกับแต่ก่อน ซึ่งแนวโน้มในอนาคตก็น่าจะยังคงค่อยๆเปลี่ยนไปในทิศทางนี้

VDO Share

อย่างตัวอย่างไวรัลแคมเปญอันนึงที่เห็นได้ชัดในเรื่องของวิดีโอคอนเทนต์ก็คือ ALS Ice Bucket Challenge ที่ดังกระจายไปทั่วทั้งโลก จากสถิติคร่าวๆพบว่าน่าจะมีมากกว่า 2 ล้านวิดีโอที่เกี่ยวกับ ALS Ice Bucket Challenge ถูกแชร์ลงบนโซเชี่ยลมีเดีย จากแคมเปญนี้เรียกได้ว่าแทบจะทุกแบรนด์เลยต่างต้องถามกันเองภายในบริษัทว่า แบรนด์เราทำ Ice Bucket Challenge ไปแล้วยัง?

2. คอนเทนต์จะต้องสะท้อนถึงแบรนด์

ผู้ที่ทำคอนเทนต์ในทุกวันนี้สิ่งที่แทบจะกลายเป็นหน้าที่ประจำอย่างหนึ่งที่ต้องทำก็คือ ทำยังไงให้แบรนด์เราเกิดไวรัล? ในปี 2015 นี้ Shareable content จะถูกให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ในการทำคอนเทนต์จะไม่ได้ต้องทำเพียงแค่ทำยังไงให้คนอยากแชร์ แต่คอนเทนต์นั้นต้องสะท้อนแบรนด์ตนเองออกมาได้ด้วย และแบรนด์จะได้รับการปฏิสัมพันธ์มากขึ้น จากการสร้างคอนเทนต์ที่สอดแทรกเรื่องราวของแบรนด์และสื่อไปหาลูกค้าในหลายๆมิติได้

และจากข่าว ปรับลดคอนเทนต์ของแฟนเพจ ที่จะมีผลในเดือน ม.ค. 2558 นี้ก็จะทำให้หลายๆแบรนด์จำเป็นต้องปรับตัวด้วยการลดการขายของลง และหันมาใส่ใจกับการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าแค่การขายของธรรมดา

 

3. แฟนเพจจะสะท้อนลักษณะเฉพาะของแบรนด์มากขึ้น

แบรนด์ไหนที่มีกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันกับทั้งคู่แข่งโดยตรงและทั้งต่อภาพรวมในโซเชี่ยลมีเดียด้วย และสิ่งนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดมากขึ้นอีกในปี 2015

 

4. การเงียบอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

แม้ว่าหลายๆแบรนด์ต่างพยายามตอบคำถามจากลูกค้าบนเฟซบุ๊คให้เร็วที่สุดอยู่ตลอด แต่จากสถิติของทาง Socialbaker พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วแบรนด์ใช้เวลาประมาณ 33 ชั่วโมงลูกค้าถึงจะได้คำตอบจากแบรนด์

ถ้าเป็นแต่ก่อนลูกค้าที่มาถามแบรนด์บนเฟซบุ๊คอาจจะถามด้วยความรู้สึกว่า ถ้ามาตอบก็ดี ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร(โทรศัพท์เอาก็ได้) แต่ในปี 2015 เป็นต้นไปจะไม่ใช่แบบนี้ เพราะลูกค้าจะคาดหวังว่าแบรนด์ต้องตอบคำถามเขา และโดยเร็วที่สุดด้วย

ก็เป็นอีกมุมองของนักการตลาดที่แนะแนวเทรนด์ในปี 2015 ครับ อย่างไรก็ตามนักการตลาดปัจจุบันนี้คงต้องพยายามเข้าใจเทรนด์ให้ล่วงหน้าไปสัก 1 ก้าวถึงจะดี และต้องต้องล่วงหน้าคู่แข่งไปสัก 2 ก้าวถึงจะอยู่รอดได้ครับ

Source