ดิ เอ็มโพเรี่ยม เผยโฉมใหม่หรูหรา-อลังการยิ่งกว่าเดิม “ที่สุดแห่งสุนทรียและแรงบันดาลใจ”

    emporium new redesign (4)

    หลังจากเปิดมานานกว่า 17 ปี ศูนย์การค้า “ดิ เอ็มโพเรี่ยม” ลักชัวรี่มอลล์แห่งแรกของเมืองไทย ได้ปิดปรับปรุงพักใหญ่ เพื่อกลับมาต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่ 2015 และการกลับมาครั้งนี้ก็มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ระดมเอา แฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์หรูมาไว้ที่ห้างแห่งนี้ สมราคา เจ้าพ่อแบรนด์ไฮเอนด์ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานกรรมการ บริษัท ดิ เอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป เพราะงานนี้ ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธาน บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท ดิ เอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป นายหญิงแห่งเอ็มโพเรี่ยม สั่งไฟเขียวทุ่ม 3,000 ล้านบาท เพื่อแปลงโฉม ดิ  เอ็มโพเรี่ยม ใหม่ทั้งหมดภายใต้คอนเซ็ปท์ New Visage, Methaphor and Utterance ให้สมกับเป็น “ที่สุดแห่งสุนทรียและแรงบันดาลใจ” (The Epitome of Style)

     

    สำหรับพื้นที่ที่ปรับโฉมใหม่นี้ ทำให้พื้นที่ส่วนของห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 20% แถมยังคราคร่ำไปด้วย Shop อาทิเช่น แฟล็กชิปสโตร์ขนาด 700 ตารางเมตรของ LOUIS VUITTON, คอนเซ็ปท์สโตร์เต็มรูปแบบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยของ CARTIER, ส่วน LOEWE ก็มีคอลเลกชั่นพิเศษสำหรับ ดิ เอ็มโพเรี่ยมเท่านั้น รวมทั้ง Bvlgari ที่ร่วมเปิดร้านใหม่กับห้างด้วยคอลเลกชั่น Bridal Collection ซึ่งพื้นที่ในส่วนของร้านค้าแบรนด์ดังเหล่านี้ เชื่อมต่อมาจาก ทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS ที่ดึงเอาความงดงามของธรรมชาติมาดึงความรู้สึกเชื่อมโยงด้านนอกและในตัวห้าง และความรู้สึกกับประสบการณ์าการช็อปปิ้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแฟชั่นเท่านั้น ยังมีร้านชาสุดเก๋ TWG Tea Salon & Boutique  ที่มาพร้อมกับคอลเลกชั่นคริสต์มาส

    emporium new redesign (1)

    และเพื่อต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมเฉลิมฉลองในช่วงปลายปี ดิ เอ็มโพเรี่ยม ได้จัดงาน “แรฟ เดอ โนแอล” (Reve De Noel) มีการแสดงดนตรี บัลเล่ต์ และโชว์สุดพิเศษกลางเวหา ที่อยู่ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งด้วยไฟและแสงโทนสีขาว-ทองอย่างยิ่งใหญ่

     

    พร้อมกันนี้ในส่วนของ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ยังมี 19 งานศิลป์จาก 19 ศิลปินในรูปแบบนิทรรศการ “GOLDGEOUS EXHIBITION” เอาไว้ให้รับชม แต่ถ้าอยากช็อปปิ้งละก็มี GOLDGEOUS COLLECTION สินค้าคอลเลคชั่นพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำของไทยซึ่งจัดทำสินค้าชิ้นพิเศษเพื่อร่วมกิจกรรมในช่วงนี้โดยได้รับความร่วมมือจาก ASAVA, VICKTEERUT, VATANIKA, SANSHAI, CHAI GOLD LABEL, GREYHOUND, TUI, ISSUE, SUVIMOL, ROUGE ROUGE

    emporium new redesign (2)

    และในช่วงนี้ พฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าอาจจะซื้อสินค้าเป็นของขวัญเพื่อแสดงถึงความปรารถนาดีกับคนอื่น ทางห้างก็ได้จัด WRAPPING CORNER ที่ดีไซน์รูปแบบการห่อของขวัญสุดพิเศษด้วยกระดาษห่อของขวัญที่นำเสนอเรื่องราวของการเฉลิมฉลองของสิงสาราสัตว์ต่างๆในธรรมชาติ พร้อมตกแต่งพิเศษด้วยช่อดอกไม้ที่สวยงาม  รวมถึง Calligraphy Service ที่จะประดิษฐ์ตัวอักษรลงบนการ์ดเพื่อจะสร้างสรรค์ชุดของขวัญพิเศษนี้ให้มีเอกลักษณ์

    emporium new redesign (3)

    ปิดท้ายด้วย บริการสุดพิเศษที่ถูกเลือกสรรมาอย่างดีสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ให้สำหรับลูกค้า เพื่อมอบความพิถีพิถัน เอาใจใส่และเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคลกับทั้งคนสำคัญและกับตัวลูกค้าเอง กับ PERSONALIZED CORNER ตัวอย่างของบริการที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปท์นี้ก็คือ แบรนด์ 31 THANWA ที่มี บริการตอกสลักชื่อในซองจดหมายหนังพร้อมส่ง และตอกสลักกระเป๋าและเครื่องหนังผู้หญิงแบบเอกลักษณ์ส่วนบุคคล

    คลิปเบื้องหลังการจัดงาน Installation

    [youtube]https://www.youtube.com/watch?v=ZdpL8lAEXmA[/youtube]

    “ความหรูหรา” ไม่ได้ถ่ายทอดออกมาแค่ตัวสินค้าเท่านั้น แต่สิ่งที่ ดิ เอ็มโพเรี่ยม สรรสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับการกลับมาในครั้งนี้นั่นคือ ประสบการณ์การช็อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่ซื้อของแพงๆ แต่ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ และสะท้อนสไตล์ได้พิเศษเหนือระดับจริงๆ เท่านั้น