HomeMediaสรุป 9 เรื่องเล่ากลยุทธ์พีอาร์ สื่อสารแบรนด์ “เล่าได้ไม่รู้จบ” สไตล์ “ปีติพีอาร์”  

สรุป 9 เรื่องเล่ากลยุทธ์พีอาร์ สื่อสารแบรนด์ “เล่าได้ไม่รู้จบ” สไตล์ “ปีติพีอาร์”  

4 วิธีการเล่าเรื่องเพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นแบรนด์

แชร์ :

ปี 2569 เป็นอีกปีที่ยากในการทำธุรกิจ เพราะต้องเจอทั้งสงครามจริงและสงครามธุรกิจ แต่ยิ่งวิกฤติ ยิ่งต้องอย่าคิดหยุด “พีอาร์” 

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เพราะ “พีอาร์” คือการ “เปิดไฟ” แต่ในช่วงวิกฤติหลายธุรกิจเลือกที่จะ “ปิดไฟ”

ข้อมูลจาก Harvard Business Review วิจัยพบว่า 3-5 เท่า คือจำนวนเงินลงทุนที่ต้องเพิ่มขึ้นของแบรนด์ที่ลดความสำคัญของพีอาร์ ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย เพื่อกอบกู้ความน่าเชื่อถือและดึงมาร์เก็ตแชร์กลับมา เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว แบรนด์ที่ลดความสำคัญของพีอาร์ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น 20-30% ในการฟื้นฟู

ขณะที่แบรนด์ที่ให้ความสำคัญของพีอาร์อย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจมียอดขายสูงกว่าแบรนด์ที่ตัดงบ 2.5 เท่า หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว

ในยุคที่แบรนด์ต้องฉลาดในการบริหารเงิน มาเรียนรู้กลยุทธ์การสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ ผ่านเครื่องมือการตลาด “พีอาร์” ในงานสัมมนา CREATIVE TALK CONFERENCE 2026 กับหัวข้อ Why Stopping PR & Storytelling Will Cost Your Business  โดยคุณชญาน์ทัต วงศ์มณี  Chief Storytelling Officer ปีติพีอาร์ (Peeti PR) สรุปได้ดังนี้

“โฆษณา” คือ ทำให้รู้ว่า ฉันมีตัวตน (Brand Awareness)

“พีอาร์” คือ ทำให้รู้ว่า ฉันมีตัวตนและความน่าเชื่อถือ (Brand Credibility)

ดังนั้น “พีอาร์” คือเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์  แม้ในยุคที่ยากลำบากผู้บริโภคก็ไม่ได้หยุดซื้อ แต่เลือกแบรนด์จากความน่าเชื่อถือ

สรุป 8 สิ่งที่ลูกค้าพิจารณา เพื่อค้นหาแบรนด์ที่เชื่อมั่น และเป็นสิ่งที่ต้องใช้ “พีอาร์” ในการสร้าง 

1. “คุ้มค่า” ไม่ใช่แค่ราคา แต่ต้องได้คุณภาพ ดูส่วนผสมแบบลงลึก และมาตรฐาน

2. “มั่นคง” ผลประกอบการดี ธุรกิจเติบโต รากฐานแข็งแกร่ง มั่นใจว่าไม่ปิดกิจการแน่นอน

3. “ผู้นำองค์กร” ดูวิสัยทัศน์ในการจัดการธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน

4.  “ทำเพื่อลูกค้า” เข้าใจลูกค้า มาเพื่อแก้ไขปัญหา สู้สุดใจเพื่อไม่เพิ่มปัญหาให้ลูกค้า หรือไม่ผลักภาระให้ลูกค้า

5. “มาพร้อมสิ่งใหม่” นำเสนอนวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ความเคลื่อนไหวใหม่ๆ

6. ใช้แล้วบ่งบอกตัวตน ส่งเสริมภาพลักษณ์ สะท้อนตัวตนที่เป็นอยู่หรืออยากเป็น

7. เลือกแบรนด์ที่เป็นคนดีจริงพิสูจน์ได้ (Good Citizen) ดูวัฒนธรรมองค์กร การปฏิบัติต่อผู้เกี่ยวข้องอย่างไร

8. เลือกแบรนด์ที่ใครๆ ก็เชื่อมั่น ดูความคิดเห็นคนอื่นที่มีต่อแบรนด์

4 วิธีการเล่าเรื่องด้วยพีอาร์ Purposeful Storytelling เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นแบรนด์

Why เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ความเชื่อ วิสัยทัศน์ เหตุผลของการดำรงอยู่ของแบรนด์ (การเกิดขึ้นมาของแบรนด์)

How กระบวนการที่ทำให้เป้าหมายกลายเป็นรูปธรรม เช่น กระบวนการผลิต อินไซต์ กลยุทธ์ต่างๆ

Who บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีจุดร่วมของความเชื่อ เช่น ผู้บริหาร พนักงาน ทีมงาน

What ประสบการณ์ที่ส่งมอบ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม

ตัวอย่าง แบรนด์ “ศรีจันทร์”  กับวิธีเล่าเรื่องด้วย  Purposeful Storytelling

Why :  เป้าหมายองค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ ยกระดับแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

How :  โฟกัสคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ใส่ชื่อ Srichand Bangkok 1948 (แหล่งกำเนิด) ตีความเป็นไทยผ่าน งานดีไซน์ Modern Thainess นโยบายส่งเสริมความหลากหลาย  ในช่วงวิกฤติไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค

Who :  ซีอีโอ ที่มีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทย พนักงานที่มี Global Mindset  แบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นคนไทยที่คนไทยภูมิใจ

What : ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของ Srichand และ SASI

9 เรื่องเล่ากลยุทธ์พีอาร์ “เล่าได้ไม่รู้จบ” 

กลยุทธ์แบรนด์สื่อสารด้วยพีอาร์ ไม่ให้หมดมุก สรุป 9 เรื่องเล่ากลยุทธ์พีอาร์ “เล่าได้ไม่รู้จบ” ในสไตล์ “ปีติ พีอาร์”

1. Founder Story จุดกำเนิดขององค์กรที่มาจากความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้ก่อตั้ง

– ความสำคัญของผู้ก่อตั้ง สามารถสื่อสารให้เห็นถึงความตั้งใจในการก่อตั้งธุรกิจ เช่น บิวตี้แบรนด์  Her Hyness ก่อตั้งโดย คุณแอล-กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ที่มีปัญหาผิวแพ้อย่างรุนแรง จึงเข้าใจคนที่ผิวแพ้ง่าย ตั้งใจพัฒนาสกินแคร์คลีนบิวตี้ที่ปลอดภัยสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย

2. Purpose Story แบรนด์นี้เกิดมาเพื่ออะไร เห็นปัญหาอะไร ต้องการแก้ไขอะไร

– ตัวอย่าง แบรนด์ศรีจันทร์ ที่มีเป้าหมายองค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ ยกระดับแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

3. Turning Point Story จุดเปลี่ยน จุดตกต่ำ การเผชิญหน้ากับอุปสรรค ที่ผลักดันให้องค์กรยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

– จุดเปลี่ยน เป็นเนื้อหาที่ดี เพราะเป็นชีวิตจริง เป็น Turning Point สำคัญที่ทำให้องค์กรดีขึ้น หลอมรวมทีมงานเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาให้องค์กรแข็งแกร่ง เช่น เมื่อองค์กรเจอดราม่า เผชิญหน้าและเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา

4. Insight Story ความรู้ ข้อมูล ข้อสังเกต บทเรียน อินไซต์ ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญ ความหลงใหลของแบรนด์

– หลายองค์กรมีหน่วยงานวิจัยที่นำข้อมูลมาใช้ได้  แต่ให้ดูข้อสังเกตจากทีมงานด้วย เพื่อนำมาใช้กับแบรนด์ เช่น Whoscall ทำเรื่องวิวัฒนาการของมิจฉาชีพ แสดงให้เห็นถึงการจับตาดูเรื่องนี้มายาวนาน มีข้อสังเกต และพัฒนานวัตกรรมมาแก้ปัญหา

5. The Making of Story กระบวการที่สะท้อนถึงความใส่ใจ ความสู้สุดใจ เรื่องราวระหว่างทาง กว่าจะถึงปลายทาง

– แบรนด์มักจะเล่าปลายทางความสำเร็จ แต่เรื่องราวระหว่าง ความไม่สมบูรณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่นำมาสื่อสารได้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์กว่าที่จะสำเร็จออกมาปลายทาง เช่น  เรื่องราวการทำเสื้อของไรเดอร์ Robinhood ที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่เสื้อเวอร์ชั่นแรก ทำไมเลือกใช้สีส้ม เพราะวิจัยพบว่ามีอุบัติเหตุต่ำสุด เป็นสีมงคล และยังไม่มีแบรนด์อื่นใช้

6. Customer Story เล่าเรื่องราวของแบรนด์จากมุมมองของลูกค้า

– พื้นฐานเรื่องเล่าคือ การให้ลูกค้าเล่าเรื่อง (รีวิว) การใช้สินค้า แต่สิ่งที่ลึกกว่านั้น คือการเข้าใจลูกค้า ด้วยนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อเลือกลูกค้าที่เหมาะกับใช้สินค้าและเล่าเรื่อง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์ด้วย

7. Employee Story พนักงานของเรามีความเชื่อแบบไหน ใช้ชีวิตแบบไหน

– ไม่ใช่แค่สัมภาษณ์ชีวิตพนักงานแล้วนำมาสื่อสาร เช่น แคมเปญ Reebok CrossFit  ที่องค์กรเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตและการออกกำลังกายของพนักงาน  บ่งบอกถึงความเชื่อขององค์กรที่ทำจริงเรื่องกีฬา

8. Employer Story วัฒนธรรมองค์กร ทำงานที่นี่ดีอย่างไร

– พื้นฐานนโยบายองค์กรที่บอกความเชื่อด้านไหน เช่น  ความเชื่อเรื่องความหลากหลาย ก็ทำเรื่องสวัสดิการพนักงานที่สะท้อนความเชื่อนั้น   เช่น เครือโรงแรม Hilton ที่ทำแคมเปญปรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งพนักงานเพื่อสะท้อนคุณค่าของงานในทุกตำแหน่ง แม้เป็นตำแหน่งเล็กๆ

9. Solution Story ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม

– เป็นเรื่องที่มากว่าโปรดักส์ เพราะกำลังบ่งบอกว่าแบรนด์กำลังแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า  เช่น แบรนด์ “ยืดเปล่า” ทำเสื้อโปโล 18 สี 20 ไซซ์ กับแคมเปญ ‘Your Size Fits All เพราะเชื่อในเรื่องความหลากหลาย

บทสรุป “พีอาร์” ไม่ได้สร้างภาพ แต่สร้างแบรนด์ จากการสร้างโอกาสให้คนรับรู้สิ่งที่แบรนด์ทำจริงอย่างสม่ำเสมอ จนเกิดเป็นความเชื่อมั่นให้แบรนด์  


แชร์ :

You may also like