HomeBrand Move !!ทำไมต้อง? “นายพราน หมูกระทะ” คุยกับ “เฟิร์น-นัทธมน” กับที่มาแบรนด์ใหม่ สู่ New S-curve สำคัญเติมพอร์ตร้านอาหาร

ทำไมต้อง? “นายพราน หมูกระทะ” คุยกับ “เฟิร์น-นัทธมน” กับที่มาแบรนด์ใหม่ สู่ New S-curve สำคัญเติมพอร์ตร้านอาหาร

แชร์ :

กลายเป็นแบรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในตลาดปิ้งย่างในทันที สำหรับ “นายพราน หมูกระทะ” หลัง “คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช” แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรสุกี้ตี๋น้อย ประกาศ New S-curve ธุรกิจครั้งใหม่ด้วยการเติมพอร์ตร้านอาหารครั้งสำคัญครั้งใหม่

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

การเปิดตัว “นายพราน หมูกระทะ” นับเป็นแบรนด์อาหารลำดับที่ 6  ของ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ต่อจาก สุกี้ตี๋น้อย ,สุกี้ตี๋น้อย พลัส,ตี๋น้อย โกลด์ ,ตี๋น้อย บาร์บีคิว  และข้าวแกงปันสุข ซึ่งการเปิดตัว “นายพรานหมูกระทะ” นับเป็นการรุกคืบไปยังน่านน้ำใหม่ที่คุ้นเคยอีกระลอก

คุณเฟิร์น-นัทธมน กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันยังคงมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดเมืองไทยมีอาหารแทบจะทุกประเภท ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีผู้เล่นอยู่แล้ว โดยส่วนของบริษัทมองว่าไมไ่ด้เล่นกับอาหารที่เป็นกระแส แต่มองหาอาหารที่คนไทยที่นิยม ต้องการยกระดับอาหารและมาตรฐานให้เข้าถึงง่าย  

 

คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช

คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช

ถอดรหัส ที่มาโลโก้+ชื่อ ทำไมต้อง ? “นายพราน หมูกระทะ”

“นายพราน หมูกระทะ” ใช้เวลาในการพัฒนาและศึกษาตลาดนานกว่า 6 เดือน โดยเปิดให้บริการสาขาแรกที่ ออน ติวานนท์ จ.นนทบุรี บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. กับงบลงทุน 25 ล้านบาท โดยเหตุผลของการเลือกมาจากเป็นย่านที่มีลูกค้าหนาแน่นและทานดึก (เปิด 10.30 – 05.00 น.) ประกอบการจากพฤติกรรมลูกค้าที่มาทานสุกี้ตี๋น้อย (ที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน) คนแน่นมากจนถึงเที่ยงคืน มีพฤติกรรมทานดึก และทานตลอดเวลา ประกอบกับมีคอนโด หมู่บ้านอยู่จำนวนมาก จึงเหมาะกับการเปิดร้านอีกหนึ่งสาขา

 

 

“นายพราน หมูกระทะ” มาพร้อมโลโก้เด็กผู้ชายชุดนายพราน ที่ได้ไอเดียมาจากาแรกเตอร์ของ “ลูกชาย” ของตัวเองโดยตรง ส่วนการ เลือกให้ใส่ชุดยูนิฟอร์มนายพราน เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อแบรนด์ แต่ปรับโทนให้ดู “น่ารัก เข้าถึงง่าย และดูเป็นมิตร” (Friendly) ไม่ได้ดูดุดัน เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายครอบครัวและวัยรุ่น ส่วนชื่อ “นายพราน” เธอมองว่าอยากให้เผ็นเหมือนนายพรานออกมาไปล่าของอร่อยมาให้ลูกค้าได้รับประทาน จึงเกิดเป็นชื่อนี้ขึ้นมา

“แบรนด์สุกี้ตี๋น้อย ได้ไอเดียมาจากชื่อคุณพ่อที่ชื่อเล่นว่า “ตี๋”  จึงนำมาตั้งเป็นแบรนด์สุกี้ ส่วนนายพรานหมูกระทะก็ได้ไอเดียมาจาก “ลูกชาย”  โดยต้องการให้แบรนด์มีคาแรกเตอร์ของ “บุคคล” เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดและจดจำง่ายเหมือนที่สุกี้ตี๋น้อยทำสำเร็จมาแล้ว”

 

เทียบฟอร์ม “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” VS “นายพราน หมูกระทะ” พี่น้องปิ้งย่างที่แตกต่างแต่ลงต้ว

อย่างไรก็ตามการเปิดตัว “นายพราน หมูกระทะ” นอกจากจะสร้างความถูกอกถูกใจให้สาวกปิ้งย่างแล้ว ยังชวนให้เกิดคำถามว่า ในเมื่อ “ตี๋น้อย” มี “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อยู่แล้ว แล้วเหตุใดต้องเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่มีความใกล้เคียงและยังอยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน มาชิงตลาดกันเองหรือไม่

 คุณเฟิร์น  ตอบข้อสงสัยดังกล่าวว่า แม้ทั้งสองแบรนด์จะเป็นแบรนด์ปิ้งย่างเหมือนกัน แต่ Positionning และคอนเซ็ปต์ของทั้งคู่ต่างกันอย่างชัดเจน ตี๋น้อย บาร์บีคิว  เหมาะสำหรับปิ้งย่าง บาร์สลัด เน้นการรับประทานที่วัตถุดิบอาหาร ตัวเมนูพร้อมทานจะมีไม่มาก

 

 

ส่วน  “ร้านนายพราน หมูกระทะ” จะเน้นหมูกระทะแบบคนไทยที่รับประทานกันมานาน และยังมีอาหารที่ทานคู่กันโดยเฉพาะอาหารอีสาน ซึ่งภายในร้านจะมีทั้งสเตชั่นส้มตำ ถึง 6 ครก ,โซนยำ ตลอดจนเมนูพร้อมทานทั้งขนมจีน  ของทอด ผัดมาม่า ส้มตำทอด เป็นต้น เพื่อสร้างการเข้าถึงคนไทยโดยตรง 

ซึ่งเป็นการหยิบยกเอาอินไซต์ของคนไทยไม่ได้กินแค่หมูกระทะ แต่ชอบกินคู่กับส้มตำและยำ แบรนด์จึงจัดสเตชั่น DIY (ตำเอง/ยำเอง) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกให้กับลูกค้า และมีบริการทำสดใหม่จานต่อจานด้วย มาพร้อม “หมูหมัก” ที่มีรสชาติในตัว (ต่างจากสุกี้หรือบาร์บีคิวที่เน้นเนื้อสไลด์สด) จึงพัฒนาหมูหมักสูตรเฉพาะที่มีรสสัมผัสต่างจากร้านทั่วไป ไม่นุ่มจนเละแต่มีรสชาติเข้าเนื้อมาตอบโจทย์ลูกค้า

นอกเรื่องความแตกต่างของเมนูแล้ว “นายพราน หมูกระทะ” ยังมาพร้อมกลยุทธ์ด้านราคาที่แตกต่าง ซึ่งตั้งราคาไว้ที่ 299 บาท Net (รวมเครื่องดื่มแล้ว) ขณะที่ Teenoi BBQ เมื่อรวม Vat แล้วจะอยู่ที่  362 บาท ซึ่งการตั้งราคาดังกล่าวเนื่องจากได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้า “สุกี้ตี๋น้อย” ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะสงสัยว่าเมื่อมารับประทานแล้วราคาจริงๆจบอยู่ที่เท่าไร และอยากได้ราคาที่จบในตัวเดียว ไม่ต้องคำนวณบวกเพิ่ม จึงกลายมาเป็นราคา 299 บาท Net เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า

 

ทุ่ม 125 ล้านบาท ชูไฮไลต์ “หมูกระทะ-อาหารอีสาน”เปิดเพิ่ม 5 สาขา ทำเลต่างจังหวัดชิงตลาดปิ้งย่าง

โดยในปีนี้ (2569) มีแผนจะขยายสาขาเพิ่ม 5 แห่งในทำเลต่างจังหวัดเป็นหลัก เนื่องจากหมูกระทะเข้าคนต่างจังหวัดได้ง่ายกว่าตี๋น้อยบาร์บีคิว (ซึ่งราคาสูงกว่า) ได้แก่ ขอนแก่น, สกลนคร, นครปฐม และอุดรธานี โดยจะเน้นพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 1,000 ตร.ม. เพื่อรองรับลูกค้าได้จำนวนมาก หรือราว 80 กว่าโต๊ะ

 

 

“ตลาดอาหารเมืองไทย มีความท้าทาย  เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็มีคนทำอยู่แล้ว นโยบายของเราไม่ใช่การเล่นกับอาหารกระแส หากแต่คือการนำอาหารที่คนไทยนิยมมายกระดับเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า แน่นอนเราอยากเป็นมากกว่าแค่สุกี้ตี๋น้อย ซึ่งในส่วนของแบรนด์หลักบริษัทมีแผนงานอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่จากนี้ไปเราต้องการมองหา New S-curve เข้ามา หลังจากที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง ” คุณเฟิร์นกล่าว

 

ขณะที่การเข้ามาชิมลางในตลาดดังกล่าวเนื่องจากมองว่า ตลาดหมูกระทะมีมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท เล็กกว่าตลาดสุกี้ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท แต่ยังมีโอกาสเติบโตเพราะยังไม่มีเจ้าตลาด (Big Player) ที่ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นร้าน Local  ซึ่งแน่นอนจุดแข็งที่ “นายพรานหมูกระทะ” จะสู้คือ ความสะอาด มาตรฐานวัตถุดิบ และความคุ้มค่า เปรียบเสมือนการยกระดับหมูกระทะให้เป็นเหมือน “KFC ของวงการไก่ทอด” ที่ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพได้ทุกครั้งที่มา การเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง “นายพราน หมูกระทะ” จึงเป็นการเติมเต็มพอร์ตร้านอาหารของทางเครือฯให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้าง New S-curve ในการเติบโตให้แก่องค์กร

 

ต่อยอดความแซ่บ เปิดตัว “น้ำปลาร้า-น้ำจิ้มสุกี้ตี๋น้อย“ รูปแบบขวดเจาะรีเทล

นอกจากนี้ยังได้เอาใจสาวกสายแซ่บกันต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ “ปลาร้าสาวเจ้ย” และ “น้ำจิ้มสุกี้ สูตรต้นตำรับตี๋น้อย” ออกมารุกตลาดทันที การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 รายการ นับเป็นก้าวแรกของ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทแม่ที่รุกคืบจากธุรกิจร้านอาหาร มาสู่ Product Retail เป็นครั้งแรก

โดยเฉพาะในตลาดน้ำปลาร้ามูลค่ากว่าหมื่นล้านที่กำลังเป็นที่นิยม และมีผู้เล่นมากหน้าหลายตาในขณะนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ “ปลาร้าสาวเจ้ย”  เป็นการจับมือกับอินฟลูเอนเซอร์สาวสายแซ่บ อย่าง “สาวเจ้ย” เปิดตัวออกมาในรูปแบบบรรจุขวด ราคา 35 บาท มาพร้อมโปรโมชั่นที่คนไทยคุ้นเคย 3 ขวด 100 บาท 

 

 

ส่วน “น้ำจิ้มสุกี้ สูตรต้นตำรับตี๋น้อย” ซึ่งเป็นการต่อยอดความนิยมจากนำ้จิ้มสูตรต้นตำรับที่หลายคนชื่นชอบ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ อร่อยเหมือนกินที่ร้าน ซื้อกลับบ้านได้แล้ว โดยวางจำหน่ายราคา ขวดละ 59 บาท 

“เราไม่เก่งผลิตภัณฑ์รีเทล จึงขอใช้เวลาในการบริหารจัดการ ศึกษาตลาดก่อน ดังนั้นทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่จะนำร่องวางจำนหน่ายเฉพาะที่ร้านนายพรานหมูกระทะ ก่อนขยายไปช่องทางออนไลน์ทั้ง TikTok , Lazada และ Shoppee ก่อนจะขยายช่องทางอื่นในอนาคต” คุณเฟิร์นกล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ธุรกิจร้านอาหารเมืองไทยจะยังแข่งขันกันรุนแรง เผชิญความท้าทายจากปัจจัยแวดล้อมมากมาย “คุณเฟิร์น” ยังตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 13,000 ล้านบาท จากทั้งหมด 120 สาขา ได้แก่ สุกี้ตี๋น้อย 116 สาขา  ,สุกี้ตี๋น้อยพลัส 17 สาขา,ตี๋น้อยโกลด์ 2 สาขา ,ตี๋น้อย บาร์บีคิว 10 สาขา, ข้าวแกงปันสุข และ นายพรานหมูกระทะ โดยปัจจุบันร้านอาหารทั้งหมดในเครือมีลูกค้าเข้าใช้บริการเฉลี่ย 100,000 คนต่อวันในช่วงวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) และเพิ่มเป็น  140,000 – 150,000 คนต่อวันในช่วงหยุด (วันเสาร์-อาทิตย์)


แชร์ :

You may also like