ภาพของร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นที่มีบริการห้องน้ำฟรี เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชม แต่เบื้องหลังของบริการเหล่านี้ กลับมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากแฝงอยู่
เห็นได้จากการออกมาเปิดเผยของค่าย Lawson ที่ระบุว่า บริษัทมีค่ากระดาษชำระที่ต้องจ่ายจากการให้บริการห้องน้ำฟรีมากถึง 10 ล้านม้วนต่อปี นอกจากนั้นยังมีค่าทำความสะอาดห้องน้ำที่อาจมากถึงวันละ 10 รอบเลยทีเดียว ไม่นับรวมค่าน้ำค่าไฟ และค่าวัสดุสิ้นเปลืองอื่น ๆ
นอกจากนี้ ในส่วนของพนักงานร้านสะดวกซื้อก็อาจได้พบประสบการณ์ที่ไม่ดีนักจากการเข้าไปทำความสะอาดห้องน้ำ เนื่องจากลูกค้าบางรายอาจใช้บริการห้องน้ำอย่างไม่เหมาะสม เช่น เข้าไปอาเจียน หรือถ่ายในจุดที่ไม่ใช่ชักโครก ฯลฯ
จุดเริ่มต้นของบริการห้องน้ำฟรี
ที่ผ่านมา แนวคิดของร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นมองว่า การให้บริการห้องน้ำฟรีกับบุคคลทั่วไปอาจสามารถเพิ่มยอดขายสินค้าให้กับร้านค้านั้น ๆ ได้ ซึ่งค่าย 7-eleven ได้เริ่มให้บริการห้องน้ำฟรีกับบุคคลทั่วไปในยุค’70 ก่อนที่ค่าย Lawson จะเปิดให้บริการห้องน้ำฟรีแก่สาธารณะในปี 1997 โดยทุกวันนี้ พบว่ามีคนทั่วไปเข้ามาใช้บริการห้องน้ำของร้าน Lawson ราว 1 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว
แต่ในวันที่สังคมญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนแรงงานมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกที่จะเกิดคำถามเกี่ยวกับการให้บริการห้องน้ำของธุรกิจร้านสะดวกซื้อว่ายังจำเป็นต้องฟรี หรือเปิดให้ใช้ได้อย่างอิสระอยู่หรือไม่
และเมื่ออิงกับแนวคิดเดิมที่มองว่า การให้ใช้ห้องน้ำฟรีอาจเพิ่มยอดขาย ก็พบว่า ความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะในการทำแบบสอบถามครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนปี 2025 ทาง Lawson กลับพบว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (อายุ 15 – 69 ปี) จำนวน 1,200 คน ที่เข้ามาใช้ห้องน้ำของทางร้านมองว่าห้องน้ำเป็นสิ่งจำเป็น แต่ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ก็ยอมรับว่า พวกเขาไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับมาหลังจากใช้ห้องน้ำของทางร้านเรียบร้อยแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น การใช้กระดาษชำระมากถึง 10 ล้านม้วนต่อปี ย่อมหมายถึงจำนวนครั้งที่พนักงาน Lawson ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องน้ำที่บ่อยขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าของพนักงานตามมานั่นเอง
แนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้คือการคิดค่าธรรมเนียม หรือต้องซื้อสินค้าก่อน จึงจะสามารถเข้าห้องน้ำได้ ซึ่งผู้ที่สนับสนุนแนวคิดนี้มองว่า มีร้านค้าหลายแห่งใช้อยู่ เช่น ร้านกาแฟดังอย่าง Starbucks โดยลูกค้าจะต้องกดรหัสก่อนเข้าใช้ห้องน้ำของทางร้าน ซึ่งรหัสจะอยู่ในใบเสร็จนั่นเอง
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งก็คือการให้เทศบาลท้องถิ่นสนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือวัสดุสิ้นเปลือง เช่น กระดาษชำระ ให้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เช่น ในโยโกฮาม่า ที่พบว่า เทศบาลท้องถิ่นเลือกที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่าย – กระดาษชำระให้ร้านสะดวกซื้อที่มีห้องน้ำอยู่แล้วแทนการสร้างห้องน้ำเพิ่ม
จะเห็นได้ว่า การออกมาตั้งคำถามครั้งนี้ทำให้หลายคนมองภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า เบื้องหลังของบริการห้องน้ำฟรีที่ทุกคนเคยเข้าใช้ได้อย่างสะดวกสบายของร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นมีหลายปัญหาซ่อนอยู่ และปัญหาเหล่านั้นจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในวันที่ญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นไปได้ว่าบริการที่ผู้คนเคยมองว่าฟรีนี้ อาจต้องถูกนิยามใหม่อีกครั้งในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้




