HomeBrand Move !!MILKLAB นม Plant-Based อันดับหนึ่งจากออสเตรเลีย กับภารกิจสร้างแบรนด์ ผ่านคอมมูนิตี้ คนรักกาแฟ

MILKLAB นม Plant-Based อันดับหนึ่งจากออสเตรเลีย กับภารกิจสร้างแบรนด์ ผ่านคอมมูนิตี้ คนรักกาแฟ

แชร์ :


ในยุคที่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในประเทศไทยเติบโตขึ้น จนการดื่มกาแฟไม่ได้หยุดอยู่แค่ “รสชาติ” แต่กลายเป็นเรื่องของ “ไลฟ์สไตล์” และ “ประสบการณ์” การเข้ามาของเทรนด์ทางเลือกเพื่อสุขภาพอย่างเครื่องดื่มแพลนต์เบส (Plant-Based) กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ลูกค้าให้ความสนใจ จนร้านกาแฟทั้งหลายต้องมีนมกลุ่มนี้เป็น Option ให้กับลูกค้า MILKLAB แบรนด์เครื่องดื่มแพลนต์เบสอันดับหนึ่งจากออสเตรเลีย เห็นโอกาสนี้จึงได้ประกาศโรดแมปปี 2026 ภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 โดยวางหมากให้ประเทศไทยเป็น “ฮับเชิงกลยุทธ์” สำคัญในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมกาแฟสเปเชียลตี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟสเปเชียลตี้ที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค ด้วยแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพระดับพรีเมียมและดีไซน์ของร้านกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องดื่มแพลนต์เบสในไทยจะเติบโตถึง 5% ในปี 2569

การเติบโตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริโภคนอกบ้าน (B2B) แต่ยังขยายตัวไปสู่กลุ่ม Home Barista หรือการชงดื่มเองที่บ้าน (B2C) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ MILKLAB เลือกใช้ในการสร้างนิยามใหม่ให้กับเครื่องดื่มPlant-Based ผ่านวัฒนธรรมกาแฟร่วมสมัย

หัวใจสำคัญที่ทำให้ MILKLAB แบรนด์ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 โดยบริษัท นูมิ ลิมิเต็ด (Noumi Limited) แตกต่างจากนมทางเลือกทั่วไปคือปรัชญา “Made With Baristas. Made for You” ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาด้านเทคนิค รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่นมแพลนต์เบสทั่วไปทำไม่ได้ในบริบทของกาแฟระดับมืออาชีพ

ปัจจุบัน มีร้านกาแฟมากกว่า 3,000 แห่งใช้ MILKLAB ภายในร้าน รวมทั้งวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยม กลยุทธ์การขยายธุรกิจของ MILKLAB ในปี 2026 มุ่งเน้นไปที่การสร้าง “Beverage Ecosystem” หรือระบบนิเวศเครื่องดื่มที่กว้างขึ้น โดยไม่ได้มองว่าตนเองเป็นเพียงซัพพลายเออร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ:

  • Strategic Partnership: การจับมือกับ อโรม่า กรุ๊ป (Aroma Group) ผู้นำอุตสาหกรรมกาแฟที่มีประสบการณ์กว่า 70 ปีในไทย ช่วยให้ MILKLAB เข้าถึงเครือข่ายร้านกาแฟและบาริสต้าทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของการจัดจำหน่ายและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ
  • Expert Engagement: การทำงานร่วมกับบาริสต้าระดับโลก เช่น Mikael Jasin (World Barista Champion 2024) และ Anthony Douglas (World Barista Champion 2022) เพื่อเป็นกระบอกเสียงและพิสูจน์คุณภาพผลิตภัณฑ์ผ่านเวทีระดับโลก
  • Community Connectivity: การสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมที่มีสีสัน เช่น การแข่งขัน Latte Art Throwdown และแนวคิด Café Raves ที่นำดนตรีเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมคาเฟ่ เพื่อเปลี่ยนการดื่มกาแฟให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ


คุณ
ซิร์จ คอสติ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บริษัท นูมิ ลิมิเต็ด กล่าวว่า “ในประเทศไทย MILKLAB ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ แต่กำลังสร้างไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ผ่านประสบการณ์เครื่องดื่มที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อมต่อยอดไปไกลกว่ากาแฟ ด้วยการนำเสนอเครื่องดื่มคาเฟ่ที่สร้างสรรค์ควบคู่กับประสบการณ์ที่น่าจดจำ เช่น การนำ คาเฟ่เรฟ (Café Raves) หรือการผสมผสานดนตรีเข้ากับวัฒนธรรมคาเฟ่ เป็นต้น ซึ่ง MILKLAB กำลังเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มกาแฟให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น”

สิ่งที่ MILKLAB กำลังทำต่อจากนี้ คือความพยายามสร้าง Brand Loyalty ในระดับ B2B  ควบคู่ไปกับการโชว์ตัวเพื่อสร้างฐานลูกค้า ในระดับ B2C อย่างต่อเนื่อง  ผ่านการสร้างประสบการณ์ (Experience-led Marketing) บาริสต้ามืออาชีพและคนรักกาแฟ


แชร์ :

You may also like