HomeBrand Move !!“คอนเทนต์ไทย” คือแม่เหล็ก ทรูวิชั่นส์ นาว ประกาศกลยุทธ์ 2026 รุกจับมือพาร์ทเนอร์ดันออริจินัลคอนเทนต์

“คอนเทนต์ไทย” คือแม่เหล็ก ทรูวิชั่นส์ นาว ประกาศกลยุทธ์ 2026 รุกจับมือพาร์ทเนอร์ดันออริจินัลคอนเทนต์

แชร์ :

ศึกวงการสตรีมมิ่ง 2026 เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยเริ่มจากทรูวิชั่นส์ นาว ที่ออกมาเปิดกลยุทธ์รับปีมะเมีย ด้วยการประกาศหนุนคอนเทนต์ออริจินับสัญชาติไทยมากขึ้น หลังพบอินไซท์ว่า คอนเทนต์ไทยคือแม่เหล็กที่สามารถครองใจผู้ชมได้ชะงัด พร้อมดึงพาร์ทเนอร์ด้านกีฬามวย-วอลเลย์บอล และกีฬาอื่น ๆ เพิ่มเติม ส่วนจะกลับไปประมูลพรีเมียร์ลีกอีกครั้งหรือไม่ ผู้บริหารชี้ขึ้นอยู่กับ “Business Model”

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

สำหรับกลยุทธ์ในปี 2026 ของทรูวิชั่นส์ ที่ระบุว่าจะเน้นไปที่คอนเทนต์ไทยมากขึ้นนั้น มีจุดเริ่มต้นจากการที่ คุณองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยว่า พฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนไป จากในอดีตที่รับชมอยู่ที่บ้าน แต่ตอนนี้หันมารับชมผ่านทางโทรศัพท์มือถือมากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการรับชมคอนเทนต์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นคอนเทนต์จากครีเอเตอร์สัญชาติไทยร่วมด้วย

อีกหนึ่งหลักฐานคือผลสำรวจจากสถาบันวิจัย Media Partners Asia (MPA) ที่ชี้ว่า คอนเทนต์ไทยคือแม่เหล็กสำคัญที่ครองใจผู้ชม โดยมีสัดส่วนการรับชมสูงถึง 46% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ

นั่นทำให้ในปี 2026 ทรูวิชั่นส์ได้ตัดสินใจจับมือ 20 สตูดิโอพัฒนาซีรีส์ไทยกว่า 30 รายการเพื่อออกอากาศตลอดทั้งปี รวมถึงดึงเรียลลิตี้ดังสองรายการเข้ามาอยู่ในแผนด้วย นั่นคือ True Academy Fantasia 2026 (ที่จะเริ่มออกอาอากาศในวันที่ 7 มิถุนายน 2026) และ Race to Space ศึกพิชิตอวกาศ (ร่วมกับ SERA และ Blue Origin เพื่อเฟ้นหาคนไทยคนแรกสู่การเดินทางไปยังอวกาศกับยาน New Shepard) โดยคุณองอาจ กล่าวถึงการตัดสินใจนี้ว่า

“สำหรับ ทรูวิชั่นส์ นาว เราไม่ได้มองคอนเทนต์ไทยเป็นเพียงทางเลือก แต่คือ “ยุทธศาสตร์หลัก” ในการขับเคลื่อนแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว สู่การเป็นศูนย์กลางความบันเทิงดิจิทัลระดับเวิลด์คลาสที่รู้ใจคนไทยที่สุด และเป็นบ้านหลังใหญ่แห่งความบันเทิงที่เชื่อมผู้ชมไทยกับคอนเทนต์คุณภาพจากทั่วโลก”

เสริมทัพด้วย “กีฬา”

นอกจากคอนเทนต์ด้านความบันเทิง อีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ทรูวิชั่นส์ เลือกมาเสริมทัพในปีนี้คือกีฬา เช่น มวยไทย โดยมีการจับมือกับ 5 โปรโมเตอร์ (เพชรยินดี, ส.สมหมาย, เกียรติเพชร, จิตเมืองนนท์ และแม็กซ์มวยไทย) เพื่อนำเสนอคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มแบบ Exclusive ซึ่งจะทำให้ทรูวิชั่นส์นาวมีการถ่ายทอดสดมวยไทยมากถึง 536 นัดจาก 9 รายการ รวมแล้วกว่า 2,144 คู่ ออกอากาศตลอด 7 วันต่อสัปดาห์

นอกจากนั้นยังมีถ่ายทอดสดลีกวอลเลย์บอลหญิงไทย, การแข่งกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 และศึกฟุตบอลยุโรป UEFA Champion League ด้วย รวมถึงมีการประกาศ 6 คอนเทนต์พาร์ทเนอร์ล่าสุด ได้แก่

  • tvN ช่องเพย์ทีวีอันดับ 1 จากเกาหลี
  • iQIYI
  • Rock x Stream
  • Soul Siam คอนเทนต์สายหมอลำ – ลูกทุ่งที่รักความม่วนซื่นและวิถีบ้านเฮา
  • True Muay Thai คอนเทนต์ศิลปะแห่งการต่อสู้แบบไทยแท้
  • Foodiez คอนเทนต์สายอาหารที่ตามล่าของอร่อยทั่วไทย

ทั้งนี้ คุณองอาจยังได้กล่าวถึงอินไซต์ด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปัจจุบันเพิ่มเติมด้วยว่า หากเป็นแอปสตรีมมิ่งคอนเทนต์ด้านความบันเทิง ราคาที่ผู้บริโภคในยุคนี้จะยอมจ่ายต้องไม่แพง เช่น อาจไม่เกิน 199 บาท หรือหากเป็นกีฬาอาจยอมจ่ายได้ประมาณ 700 บาท พร้อมระบุด้วยว่า ทรูวิชั่นส์ นาวอยู่ในอันดับ 5 ของตลาด โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการกล่าวถึงเป้าหมายของแอปด้วยว่า อยากดันให้แอปขึ้นเป็นที่ 1 ของตลาด ซึ่งในแง่ของระยะเวลา คุณองอาจระบุทิ้งท้ายว่า “ก่อนผมเกษียณ”

อย่างไรก็ดี หากกลยุทธ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาของวงการสตรีมมิ่งได้ด้วยเช่นกันว่า พลังของ Local Content สามารถดันให้แพลตฟอร์มสัญชาติไทยต่อกรกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้สำเร็จ

 


แชร์ :

You may also like