HomeReal Estate & Condoบทสรุปปิดคดี ‘แอชตัน อโศก’ ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง ‘อนันดา’ หารือรัฐเยียวยาลูกบ้าน 580 ราย 

บทสรุปปิดคดี ‘แอชตัน อโศก’ ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง ‘อนันดา’ หารือรัฐเยียวยาลูกบ้าน 580 ราย 

แชร์ :

คดีสะเทือนวงการอสังหาฯ คอนโดหรู “แอชตัน อโศก” (Ashton Asoke) ของ “อนันดา” ซึ่งเป็นอาคารสูง 51 ชั้น มีห้องพัก 783 ยูนิต ตั้งอยู่ริมถนนอโศก มูลค่าโครงการ 6,481 ล้านบาท  บทสรุปสุดท้ายศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ “เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง”

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม 2566 ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการแอชตัน อโศก และขอเพิกถอนใบอนุญาตให้โครงการดังกล่าวใช้ที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นทางเข้า-ออก สู่ถนนอโศก

สรุปคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง

– ประเด็นสำคัญที่ศาลวินิจฉัย คือ ที่ดินทางเข้า-ออกอาคารแอชตัน อโศก ซึ่งเป็นที่ดินของ รฟม. มาจากการเวนคืน จึงไม่อาจนำมาให้เอกชนใช้ในการประกอบการได้

– เมื่อไม่สามารถนำที่ดินทางเข้า-ออกมาใช้ได้ ดังนั้นการที่หน่วยงานของรัฐ (กทม.) ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร จึงขัดกับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ที่อาคารสูงต้องมีทางออกด้านใดด้านหนึ่งของที่ดินยาวไม่น้อยกว่า  12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร จึงมีผลให้ใบอนุญาตก่อสร้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย

– ศาลปกครองสูงสุด จึงยืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง  คือให้ “เพิกถอน” คำสั่งอนุญาตก่อสร้างอาคารแอชตัน อโศก โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ออกใบอนุญาต

ย้อนรอยคดีคอนโด “แอชตัน อโศก”

– คดีแอชตัน อโศก เป็นคดีระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่มีคุณศรีสุวรรณ จรรยา เป็นนายกสมาคมฯ และชาวชุมชนซอยสุขุมวิท 19 กับผู้อำนวยการเขตวัฒนากับพวกรวม 5 คน โดยมีบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด หรือบริษัท อนันดาดีเวลลอปเมนท์ ทู จำกัด เป็นผู้ร้องสอด คดีดังกล่าวเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

– คดีนี้เริ่มจากชาวสุขุมวิท 19 จำนวน 15 คนได้มอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้อง ผอ.เขตวัฒนากับพวกรวม 5 คน ต่อศาลปกครองกลางตั้งแต่ปี 2559 ที่ได้ร่วมกันออกคำสั่งอนุญาตให้ บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด (เจ้าของคอนโด แอชตัน อโศก) ก่อสร้างอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษ ตั้งอยู่บนถนนอโศก

– ประเด็นที่เป็นปัญหาจนนำไปสู่การยื่นฟ้อง คือ การอนุญาตให้ก่อสร้างคอนโดดังกล่าวอาจขัดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 เนื่องจากที่ดินโครงการไม่มีด้านใดด้านหนึ่งที่เป็นทางเข้าออกกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะ เพราะที่ดินของแอชตัน อโศก เจ้าของเดิมถูกเวนคืนสร้างรถไฟฟ้า ทำให้จากเดิมสามารถสร้างตึกสูงได้เพราะติดถนนอโศก แต่เมื่อถูกเวนคืน รฟม.สร้างสถานีรถไฟฟ้าปิดอยู่ด้านหน้าจึงมีถนนเป็นทางออกสู่ถนนอโศก มีความกว้างไม่เป็นไปตามกฎหมาย (ไม่ถึง 12 เมตร)

– เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564  ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา ให้ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย อาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตาม ม.39 ทวิ และ ม.39 ตรี พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ออกให้แก่บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จํากัด โดยมีผลย้อนหลังจนถึงวันที่ออกใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์ดังกล่าว

– จากนั้นทั้ง 2 ฝ่าย ยื่นอุทธรณ์คดี และมาถึงบทสรุปสุดท้ายของคดีในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ให้ “เพิกถอน” ใบแจ้งหรือใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดแอชตัน อโศกทั้งหมด

“อนันดา” เรียกร้องหน่วยงานรัฐเยียวยาลูกบ้าน 

–  โครงการแอชตัน อโศก เป็นโครงการร่วมทุนของอนันดากับมิตซุย ฟูโดซัง ญี่ปุ่น พัฒนาคอนโดหรูสูง 51 ชั้น จำนวน 783 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,481 ล้านบาท  ก่อสร้างแล้วเสร็จเริ่มโอนกรรมสิทธิ์มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 โดยขายไปแล้ว 668 ยูนิต  มูลค่า 5,639 ล้านบาท หรือ 87%  ปัจจุบันมีผู้พักอาศัย  580 ครอบครัว เป็นคนไทย 438 ราย และต่างชาติ 140 ราย จาก 20 ประเทศ ยังมียูนิตเหลือขายอีก 117 ยูนิต หรือ 13%  มูลค่า 828 ล้านบาท

 –  อนันดา ย้ำว่าโครงการนี้ได้ผ่านการขอใบอนุญาต 9 ฉบับ และได้รับอนุมัติจาก 8 หน่วยงานราชการ   

1. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

2. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

3. สำนักงานเขตวัฒนา

4. สำนักงานที่ดินพระโขนง

5. สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (สจส.)

6. กรมโยธาธิการและผังเมือง

7. สำนักงานโยธา กรุงเทพมหานคร

8. กรมที่ดิน

– ปัจจุบันมีโครงการลักษณะคล้ายกันของผู้ประกอบการอสังหาฯ รายอื่นๆ อีก 13 โครงการที่เข้าข่ายเดียวกับแอชตัน อโศก และมีอีกเป็น 100 โครงการ ทั้งอสังหาฯ ห้างฯ ที่ขอเชื่อมทางกับหน่วยงานราชการ ที่อาจได้รับผลกระทบ

– แนวทางหลังจากนี้ อนันดา เห็นว่าผลแห่งคำพิพากษาที่เกิดขึ้นดังกล่าว หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ต่อเจ้าของร่วมอาคารชุด และบริษัทอนันดา เพราะหากหน่วยงานราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่เห็นชอบและอนุมัติแล้วโครงการนี้จะไม่สามารถก่อสร้างได้ตั้งแต่แรก ซึ่งจะไม่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงอย่างที่เป็นอยู่

– อนันดา จะเร่งรีบดำเนินการ ในการเรียกร้องค่าเสียหายกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเยียวยาความเสียหายแก่เจ้าของร่วมอาคารชุดและบริษัทโดยเร็ว รวมทั้งจะดำเนินการประสานงานคณะกรรมการนิติบุคคลแอชตัน อโศก และเจ้าของร่วม เพื่อขอเข้าพบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อทวงถามความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายใน 14 วัน

– คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์  ย้ำว่า สุดท้ายหน่วยงานรัฐที่ออกใบอนุญาต ต้องเข้ามาร่วมหาทางออก รับผิดชอบและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขั้นตอนที่ทำได้ในฐานะเป็นผู้ได้รับความเสียหาย คือการฟ้องหน่วยงานรัฐ  ซึ่งการพิจารณาคดีต้องใช้ระยะเวลาอีกนานพอสมควร

“ตอนนี้กำลังหาปาฏิหาริย์ คุยกับหน่วยงานรัฐ เพื่อไม่ต้องทุบตึกที่มีความเสียหายสูง อาจมีแสงสว่างปลายอุโมงค์”  

แนะซื้อที่ดินเอกชนทำทางออกกว้าง 12 เมตร

คุณศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นชาวบ้าน ซ.สุขุมวิท 19 แยก 2 ร้องเรียนผู้ประกอบการมาก่อนการฟ้องคดี ก่อนการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2557-2559  แต่บริษัทกลับเพิกเฉย ไม่รีบเข้าไปเจรจาป้องกันและแก้ไขปัญหาจากการก่อสร้างกับชาวบ้านข้างเคียงให้เบ็ดเสร็จหรือเปล่า จนทำให้ชาวบ้านต้องมาร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือทางคดีกับสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

ทางออกของเรื่องนี้มีทางเดียวคือ ต้องไปเจรจาซื้อที่ดินจากเอกชนแปลงใดก็ได้เพื่อให้มีทางเข้า-ออกอาคารแอชตันสู่ถนนสายหลักที่มีความกว้างไม่ต่ำกว่า 18 เมตร โดยทางเข้า-ออกนั้นต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like