เชื่อว่าในแวดวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยหรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ต้องอยู่ในท็อปลิสต์ที่ผู้บริโภครู้จัก โดยเฉพาะแบรนด์คอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าอย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดอนันดาก็เปิดตัวคอนโดพร้อมอยู่แบรนด์ใหม่ “Culture” ในทำเลทองทั้งย่านจุฬา “Culture Chula” และ ย่านทองหล่อ “Culture Thonglor” ที่แค่เปิดตัวก็ไม่ธรรมดาแล้ว ด้วยการคว้ารางวัลการันตีแบบแพ็คคู่จากเวที LivingInsider Award 2025 มาครอง
และในวันนี้แบรนด์ได้เติบโตไปอีกขั้น เพราะไม่ได้มอง Culture เป็นแค่คอนโด แต่คือ Urban Lifestyle, Urban Concept Living โดยนำเสนอแนวคิดผ่านคอนเซ็ปต์ Live Culture, Life Curated ที่คัดสรรประสบการณ์การอยู่อาศัยในเมืองมาให้ทุกคนได้พร้อมอยู่ ภายใต้ 5 องค์ประกอบ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
1. Location
อย่างที่รู้ดีว่า DNA ของอนันดาคือเรื่องทำเล ที่สะดวกสบาย เดินทางง่าย ดังนั้น จุดเด่นของ Culture ก็คงไม่พ้นเรื่องทำเลสุดไฮป์ “Location, Curated” ที่เชื่อมต่อชีวิตเมือง ทั้ง 2 โครงการมีความโดดเด่นทำเลดังนี้
ที่มา : ONE SIAM https://www.onesiam.com/
ที่มา : SAMYAN MITRTOWN https://www.samyan-mitrtown.com/
1.1 Culture Chula
Culture Chula ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ใช่ ทำเลทองที่มีศักยภาพสูง พรีเมียม หรือ Blue Chip Location เพราะตั้งอยู่บนที่ดินกรรมสิทธิ์แท้แบบหายากสุด ๆ หรือ Rare Freehold ท่ามกลางที่ดินส่วนใหญ่ที่เป็น Leasehold ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความต้องการอยู่อาศัยสูงและหาโครงการใหม่ได้ยากมากขึ้นในปัจจุบัน รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) สถานศึกษาชั้นนำของประเทศอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใกล้ห้างค้าปลีกชื่อดัง เช่น สามย่านมิตรทาวน์ ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน เดินทางสะดวก เนื่องจากห่างรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง เพียง 290 เมตร* และรถไฟใต้ดิน MRT สามย่านเพียง 350 เมตร* ทั้งหมดนี้จึงทำให้โครงการสามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางที่คล่องตัว ช่วยลดเวลาบนท้องถนน และยังเชื่อมต่อทุกการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างสะดวกสบาย
1.2 Culture Thonglor
สำหรับ Culture Thonglor โครงการตั้งอยู่บนหนึ่งในทำเลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ อย่างทองหล่อ ทำเลทองระดับ 5 ดาว หรือ Prim 5-Star Location เป็นย่านที่พักอาศัยหรูหรา หรือ Luxury Residential Area ห่างจากสถานีรถ ไฟฟ้า (BTS) ทองหล่อเพียง 250 เมตร*ใกล้ความสะดวกสบายครบครันทั้ง ศูนย์การค้าดิ เอ็มดิสทริค ใกล้สวนสาธารณะเบญจสิริ เรียกได้ว่าเป็นย่านที่เป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ การทำงาน และการพักผ่อนของคนเมืองยุคใหม่
ไม่เพียงแค่จุดเด่นด้านทำเล ที่ทำให้ Culture Thonglor ตอบโจทย์การซื้อเพื่ออยู่อาศัย แต่ยังมีศักยภาพด้านการลงทุนสูง สามารถดึงดูดผู้เช่าได้ด้วย เนื่องจากทำเลทอง ทำให้โครงการตอบสนองตลาดเช่าพรีเมียม เจาะกลุ่มต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย (Expat) และผู้ที่มาพำนักในไทยระยะยาว (Long Stay) จึงทำให้การปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนสูง (Yield) เรียกว่าซื้ออยู่ก็ได้ ปล่อยเช่าก็ดี
2. Community
Culture ยังเล็งเห็นว่า การอยู่อาศัยในเมืองไม่ได้หมายถึงเพียงพื้นที่ส่วนตัว แต่ยังหมายถึงสังคมของผู้คนที่อยู่ร่วมกัน “Community, Curated” ที่คัลเจอร์ได้สร้างโอกาสในการพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้าง connection ระหว่างผู้อยู่อาศัย ของคนที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน

DIY cookies workshop

MINI HYROX by ENCORE

Culture Run
ที่ผ่านมา Culture ทั้ง 2 โครงการก็มีกิจกรรมให้ลูกบ้านได้ทำร่วมกันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานวิ่ง Culture Run ใจกลางเมือง เสริมสร้างสุขภาพที่ดี หรือจะเป็น workshop DIY cookies workshop กับการลงมือทำคุกกี้ต้อนรับวันวาเลนไทน์ เติมเต็มความรักให้แก่ผู้อยู่อาศัย กิจกรรม MINI HYROX by ENCORE ที่ชวนลูกบ้านมาสร้างคอมมูนิตีสุขภาพดีไปด้วยกัน เพื่อเอาใจสายออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่นมินิคอนเสิร์ต ชงชา ชิมไวน์ สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่ Culture ตั้งใจมอบให้ลูกบ้าน ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา เพราะเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากพื้นที่ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสัมพันธ์ ประสบการณ์ และช่วงเวลาดี ๆ ที่ผู้คนได้แบ่งปันร่วมกัน
3. Living
และอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัยในแบบ Culture คือแนวคิด “Living, Curated” การคัดสรรองค์ประกอบต่าง ๆ ของการใช้ชีวิตให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ดังนั้นแบรนด์จึงมองว่าการออกแบบที่ดีไม่ได้จบอยู่เพียงภายในห้องพัก แต่รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ถูกคิดมาอย่างเข้าใจพฤติกรรมของผู้คน เพราะไลฟ์สไตล์ของคนเมืองล้วนมีความแตกต่างกัน เช่น
- Culture Chula มี Collabulate Hub 24 ชั่วโมง ที่เป็น Co-Working Spac ไม่ว่าจะห้องประชุม สำหรับทำรายงาน หรือจะมุมอ่านอ่านหนังสือก็สามารถเลือกใช้ได้ทั้งหมด ตอบโจทย์ทั้งนักศึกษาและคนทำงานยุคใหม่ที่ Work From Anywhere ให้โฟกัสกับงาน และการเรียนได้อย่างเต็มที่ และสำหรับสายคอนเทนต์ที่ต้องการพื้นที่สำหรับถ่ายวิดีโอ ไลฟ์ขายสินค้า ก็มีห้อง Live Studio ตอบโจทย์ทุกความสร้างสรรค์
- Culture Thonglor มี Co-working Space ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการทำงาน และห้องประชุมเตรียมงานสำคัญได้ทุกเวลา หรือ ฟิตเนสเอาใจสายรักสุขภาพ ชอบออกกำลังกาย รวมไปถึงสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ก็มีพื้นที่ส่วนกลางไฮไลต์อย่างห้อง Live Studio ให้ใช้บริการ
ทุกพื้นที่ส่วนกลางจึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเติมเต็มสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยลดข้อจำกัด เพิ่มความคล่องตัว และสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้เวลาไปกับสิ่งที่ตนเองให้ความสำคัญได้อย่างเต็มที่
4. Styles
คัลเจอร์ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการเป็นตัวเอง ให้ทุกคนได้ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของตนเองออกมา ภายใต้แนวคิด “Style, Curated” ผ่านแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า The All-New 9 Curated Styles เพราะคนเมืองในวันนี้ไม่ได้มีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันอีกต่อไป การอยู่อาศัยจึงไม่ใช่เพียงการมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน ความชอบ และจังหวะการใช้ชีวิตของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นความเรียบง่ายแบบ modern หรือบรรยากาศที่อบอุ่นและมี character การเลือกห้องจึงไม่ใช่เพียงการเลือกพื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเลือก สไตล์ของการใช้ชีวิต ผ่าน 9 ห้อง 9 สไตล์ บน 2 ทำเล ดังนี้
โครงการ Culture Chula ได้นำเสนอภายใต้การตีความคาแรกเตอร์ของคนเมืองยุคใหม่ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสายครีเอทีฟ คนรักการทำงานจากที่บ้าน นักสร้างคอนเทนต์ ผู้ที่หลงใหลในความเรียบง่าย หรือคนที่มองหาพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่า “พื้นที่ที่ดี” ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว เช่นเดียวกับผู้คนที่มีตัวตนแตกต่างกัน Culture Chula จึงออกแบบทั้ง 5 สไตล์ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นตัวเองได้อย่างลงตัวที่สุด โดยมีแบบห้อง 5 ห้อง ดังนี้
1. THE SYMPHONY
ห้อง 1 Bedroom (ขนาดห้อง 38.3 sq.m. not include mezzanine) พร้อมห้องอเนกประสงค์ ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ใช้ชีวิตเต็มที่ในทุกด้าน ชอบอยู่ในทุกกิจกรรม ทำงานดี กิจกรรมเด่น สังคมกว้างขวาง จุดเด่นของห้องนี้ คือ Walk-in closet ชั้น 2 ที่ไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บของ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนจริง ๆ ห้องนี้ไม่ได้ให้แค่อยู่ แต่ให้ ‘เป็นตัวเองได้เต็มที่’ ทุกวัน
2. THE PULSE
ห้อง 1 Bedroom (ขนาดห้อง 38.3 sq.m. not include mezzanine) เอาใจคนที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วย Performance จึงออกแบบห้องจาก ความคิดของคนที่ Performance สูง ห้อง Hybrid เพดานสูง 4.3 เมตร ทำให้ไม่อึดอัด เปิดมุมมองความคิดได้เต็มที่ ห้องนอนมี working zone โฟกัสงานได้ทั้งวัน และทำงานจากที่บ้านได้ หรือมีปรับมุมโต๊ะเครื่องแป้ง
3. THE ARENA
เป็นห้อง 1 Bedroom Plus (ขนาดห้อง 33 sq.m. not include mezzanine) ที่สามารถปรับเป็น 2 ห้องนอนได้ พื้นที่ของ “ความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันได้ลงตัว” ออกแบบมาสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน แต่อยู่ร่วมกันได้ ภายในห้องแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วน เป็นได้ทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่เอนจอยร่วมกัน
4. THE FLOW
ห้อง 1 Bedroom Plus (ขนาดห้อง 33 sq.m. not include mezzanine) พร้อมห้องอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบอย่างเข้าใจคนที่ต้องการบาลานซ์ทั้งการทำงานให้เต็มที่ แต่ก็ยังต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการพักผ่อนให้ตัวเอง จุดเด่นของห้องนี้ คือ layout ที่ปรับได้ถึง 3 ห้อง โดยชั้นล่างสามารถกั้นห้องเป็นอีก 1 ห้องทำงาน work from home หรือพักผ่อนก็ได้
5. THE LEGACY
ห้อง 2 Bedroom Plus (ขนาดห้อง 32.5 sq.m. not include mezzanine) บนชั้น 2 สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ทั้งสองห้อง และมีโถง living ที่มีความโปร่งโล่ง ให้บรรยากาศเหมือนได้อยู่บ้าน เหมาะกับชีวิตครอบครัวที่ต้องทำงานในเมือง แต่ไม่อยากเสีย Quality Time ในการอยู่ร่วมกัน ได้อยู่ใกล้กัน แต่ก็มีพื้นที่ส่วนตัว รองรับการเติบโตของครอบครัว ที่อยู่ได้ตั้งแต่ประถมจนถึงมหาลัย
โครงการ Culture Thonglor เชื่อว่าความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย ไม่ได้เกิดจากการออกแบบที่ตอบโจทย์คนทุกคนในแบบเดียวกัน แต่เกิดจากการสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ค้นพบสไตล์ที่เป็นตัวเอง กับ 4 ห้อง 4 สไตล์ จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดการตกแต่ง แต่คือการตีความวิถีชีวิตของคนเมือง ผ่านพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกตัวตน ผ่านทั้ง 4 ห้อง ดังนี้
1. RESET MODE
ห้อง Studio (ขนาดห้อง 26 sq.m) ออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างการใช้ชีวิตภายนอกที่เต็มที่กับทุกอย่าง กับพื้นที่ของตัวเองที่ได้ผ่อนคลาย พักผ่อน ผ่านดีไซน์กระจกเข้ามุมบานใหญ่ Take view เมืองได้เต็มตา และฟังก์ชันห้องที่เป็นสัดส่วน ทำให้เมื่อกลับมาถึงห้องสามารถพักผ่อนได้แบบเต็มที่
2. ON THE MOVE
ห้อง Studio Hybrid (ขนาดห้อง 26 sq.m not include mezzanine) เหมาะสำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตอิสระ รักการเข้าสังคมแต่ก็ยังโฟกัสการทำงานด้วย ห้องถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง และยังมี Living room กว้าง สามารถวาง sofa L-shape ขนาดใหญ่ สามารถชวนเพื่อนมาแฮงเอ้าต์ได้
3. THE 5AM CLUB
ห้อง 1 Bedroom Hybrid (ขนาดห้อง 26 sq.m not include mezzanine) ที่ฟังก์ชั่นห้องถูกออกแบบมาอย่างลงตัว เป็นสัดส่วน เหมาะกับคนที่มีวินัยในการใช้ชีวิต มีความ active และ energy ในการใช้ชีวิต และรักการชาเลนจ์ตัวเองเพื่อให้พัฒนาไปสู่เป้าหมายของชีวิต
4. SOCIAL CALLY
ห้อง 1 Bedroom Plus Hybrid (ขนาดห้อง 32 sq.m not include mezzanine) ภายในห้องมี กระจกเข้ามุมบานใหญ่ สามารถ Take view เมืองได้เต็มตา มีอ่างอาบน้ำ ทำให้เมื่ออยู่ห้องสามารถที่จะพักผ่อนได้อย่างที่ เหมาะสำหรับคนที่มี ‘ตัวตนชัด’ พื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสองด้านของชีวิตคนเมือง ทั้งแสง สี และต้องการความสงบหลังกลับห้องให้ได้กลับมาเป็นตัวเอง
5. Service
“Service, Curated” ที่นอกเหนือจากการออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองแล้ว Culture ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ ผ่านการบริการมาตรฐานระดับสากลที่ช่วยให้ทุกวันเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
โดยได้รับการบริหารงานบริการจาก The Ascott Limited ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการและการบริหารที่พักระดับนานาชาติ ซึ่งนำมาตรฐานการบริการระดับโรงแรม 5 ดาวมาสู่การอยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียม พร้อม Concierge Service ที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความต้องการของลูกบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกเรื่องในชีวิตประจำวันได้รับการจัดการอย่างราบรื่น
มากไปกว่านั้น Culture ยังต่อยอดประสบการณ์การอยู่อาศัยผ่านบริการ On-Demand Service ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นบริการทำความสะอาดห้องพัก บริการซักรีด บริการนวดและสปา ไปจนถึงการจัด Chef’s Table หรือบริการพิเศษอื่น ๆ ตามความต้องการได้ความรู้สึกไปอีกขั้นเหมือนกับ Branded Residence ที่สำคัญบริการทั้งหมดยังทำให้ “คุณค่า” ของแบรนด์และโครงการ สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดคอนโดมิเนียมที่ยังคงแข่งขันสูง
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Culture ที่มองว่าการอยู่อาศัยในปัจจุบันไม่ควรเป็นเพียงการมีที่พักอาศัย แต่ควรเป็นประสบการณ์ที่ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวัน และเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้เวลาไปกับสิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเองได้อย่างเต็มที่
ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าทั้ง 2 โครงการ ถูกออกแบบทั้งพื้นที่และบริการ “ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่” ด้วยห้องหลากสไตล์ ครบครันด้วย Co-working Space 24 ชั่วโมง ฟิตเนส พื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะของแต่ละทำเล ไปจนถึงบริการระดับโรงแรมจากแบรนด์ระดับโลก เพื่อมอบความสะดวกสบาย และช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้น สะท้อนการยกระดับคอนโดมิเนียมจาก “ที่อยู่อาศัย” สู่ “ประสบการณ์การใช้ชีวิต” ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว และวันนี้โครงการ Culture Chula และ Culture Thonglor ราคาพิเศษสุด เริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท* และพร้อมให้ทุกคนเข้าอยู่ 100% ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร
Culture Chula : https://anan.ly/3QjrxQa
Culture Thonglor : https://anan.ly/49FW0OS
#AnandaDevelopment #UrbanLivingSolutions #Ananda #อนันดา #Culture #CultureChula #CultureThonglor #LiveCultureLifeCurated #TheAllNew9CuratedStyles






















