ในที่สุดในคนไทยก็ได้ดูบอลโลก แถมสุดจัด จัดไปเต็มๆ 2 สมัยซ้อน หลังจาก JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) เปิดแถลงข่าวรายละเอียดทุ่มเงินกว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินราว 2,300 ล้านบาท ปิดดีลซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทย พร้อมทั้งระบุว่าเป็นสัญญาที่เซ็นยาวทุกๆ การแข่งขันของฟีฟ่า ไม่ว่าจะเป็นฟุตซอล และฟุตบอลหญิง ไปจนถึงปี 2030
การปิดดีลในครั้งนี้นับว่าเป็นการปิดดีลที่เฉียดที่สุด ที่เคยมีมาแต่ก็เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้สิทธิ์ถึง 2 ครั้ง ดร.น้อย – โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เพิ่งจะเรียบร้อยประมาณก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 10 มิถุนายน ก่อนที่การแข่งขันนัดเปิดสนามจะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน โดย ดร.น้อย เล่าเบื้องหลังการเจรจาว่า
“ดีลนี้เป็นดีลมหากาพย์ ใช้ระยะเวลาเจรจานานกว่า 1 ปี ช่วยกันในทีมไทยแลนด์ และไม่ซื้อแข่งราคากัน เริ่มจากภาครัฐเจรจาก่อน เมื่อภาครัฐไม่พร้อมซื้อ JAS เจรจาต่อ และต่อรองราคาลงมา แต่ FIFA ยืนยันที่ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไทยไม่เคยซื้อต่ำกว่านี้ สุดท้ายจึงมาจบลงที่การซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2 สมัย ปี 2026 และ 2030 และรายการอื่นๆของ FIFA ด้วย”
โดยเป็นการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ 2 สมัย ที่อยู่ภายใต้ FIFA ในทุกรายการ อาทิเช่น
– FIFA World Cup 2026
– FIFA Women’s World Cup 2027
– FIFA Intercontinental Cup 2026-2030
– FIFA Additional Events 2026-2030
– FIFA World Cup 2030
ตลอด 4 ปีนี้ JAS และ MONOMAX จะเป็นพันธมิตรกับ FIFA เพื่อสร้าง Sports Platform ชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้การบริหารลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันรายการระดับโลกตั้งแต่ Premier League สู่ FIFA World Cup รวมทั้งมหกรรมกีฬาระดับโลกอีกมากมายในอนาคต
5,999 บาท ดูบอลยาว 1 ปี ผ่อนได้ 10 เดือน
สำหรับแพ็กเกจที่ Monomax เปิดราคามาครั้งนี้เป็นแพ็กเกจ Sport Premium 5,999 บาท อายุ 1 ปี ดูฟุตบอลโลก ครบ 104 แมตช์รวมทั้งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วอลเลย์บอล ผ่อนได้ 0% 10 เดือน รับชมพร้อมกันได้ 2 จอ ระดับความคมชัด 4K แพ็คเกจนี้สามารถรับชม FIFA World cup 2026 และ Premier League รวมทั้งรับชมกีฬาอื่นๆ เช่น วอลเลย์บอล และหนังซีรีส์ไม่จำกัด
สำหรับลูกค้าที่สมัคร Early Bird พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไซซ์ L อยู่แล้ว จะสามารถรับชมได้ฟรี ส่วนลูกค้าที่สมัครไซซ์ M ก็จะสามารถอัพเกรดเพิ่มเติมได้ รวมทั้งสมาชิกเดิมส่วนหนึ่งที่ยังมีสมาชิกคงเหลืออยู่ในเดือนนี้ และต้องการสมัครเพิ่มเติมก็จะต่อสัญญายาวไปเป็น 13 เดือน
ขณะที่ทาง JAS ก็พร้อมจะนำเอาการแข่งขันมาเผยแพร่ให้รับชมฟรี ผ่านทางช่อง Mono 29 อย่างน้อยวันละ 1 คู่
“ก็พยายามจะ ‘คนละครึ่ง’ ให้ดูฟรีครึ่งหนึ่ง ช่วยเราครึ่งหนึ่งแล้วกัน แต่ในความเป็นจริงก็คงมีมากกว่า 1 คู่ และเลือกคู่ที่คนไทยให้ความสนใจ รวมทั้งนัดเปิด และนัดชิง ได้ดูแน่นอน”
เกมยาวของ Monomax
คุณนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความคาดหวังในการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ว่า “การได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัยในครั้งนี้ มองเป็นสร้างแบรนด์ระยะยาวของ Monamax ซึ่งเป็น แพลตฟอร์ม OTT ที่มีเป้าหมายขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วย ปีนี้เราขยายไปที่เวียดนาม หลังจากที่เรามีลาวกับเขมรอยู่แล้ว ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเรียนรู้ ปีนี้จะแก้ไขข้อผิดพลาด และพัฒนาลูกเล่นใหม่ๆ ให้กับแฟนบอล”
ขณะที่ราคาที่กำหนด 5,999 บาท เชื่อว่า สำหรับคอบอลก็คุ้มค่า เพราะเป็นแพ็กเกจรวม รวมทั้งมีการผ่อนชำระ โดยแพ็กเกจราคาดังกล่าว จะมีแต่ราคาที่รวมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเข้าไปด้วยแล้ว ไม่มีส่วนที่รับชมเฉพาะฟุตบอลโลกเพียงอย่างเดียว
ดังนี้ JAS ตั้งเป้าหมายขายแพ็คเกจพรีเมี่ยม ที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครบทุกแมตช์ 500,000 สมาชิก ถือเป็นครั้งแรกที่การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ
JAS แจง แบ่งจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 3 งวด
สำหรับการจ่ายเงินมูลค่ารวม 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,304 ล้านบาท JAS ได้แจ้งข้อมูลสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับ การได้สิทธิ FIFA MULTI-TOURNAMENT BROADCAST RIGHTS การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup 2026 และ 2030 ว่า
เป็นแบ่งชำระดังนี้ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ จ่ายภายใน 10 วันนับจากวันเริ่มต้นการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 17 ล้านเหรียญสหรัฐ จ่ายภายใน 30 วันนับตั้งแต่สิ้นสุดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 50 ล้านเหรียญสหรัฐ จ่ายก่อนวันเริ่มต้นการแข่งขันฟุตบอลโลก 2030 การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัย และรายการอื่นๆ ของ FIFA JAS จะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดของบริษัท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 2,164 ล้านบาท และการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน
JAS คาดว่าจะได้ประโยชน์ดังนี้
1. ช่วยเสริมสร้างและขยายฐานรายได้ของกลุ่มบริษัท จากการบริหารและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากสิทธิการถ่ายทอดสด อาทิ รายได้จากการจำหน่ายสิทธิการเผยแพร่ การให้สิทธิช่วง (Sublicensing) รายได้จากการขายเวลาโฆษณา การจัดหาผู้สนับสนุนทางการตลาด และกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
2. เพิ่มความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มบริษัท ในธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ โดยเฉพาะคอนเทนต์กีฬาระดับโลก ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
3. สนับสนุนการเติบโตของฐานผู้ใช้บริการ ตลอดจนสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ ที่เกี่ยวเนื่องกับคอนเทนต์กีฬาและความบันเทิง
4. ช่วยยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกลุ่มบริษัท ในฐานะผู้ให้บริการสื่อและคอนเทนต์ชั้นนำของประเทศ เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศในอนาคต
5. เป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัท ในการขยายธุรกิจด้านสื่อและคอนเทนต์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและผลตอบแทนของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
6. JAS คาดว่ารายได้หลักจากสิทธิการถ่ายทอดสดดังกล่าวจะมาจากการให้บริการแก้ผู้ชมในรูปแบบสมาชิก (Subscription) ผ่านแพลตฟอร์มการรับชมที่เกี่ยวข้อง โดยผู้รับชมจะจ่ายค่าสมาชิก อาจมีรายได้เพิ่มเติมจากการขายเวลาโฆษณา การจัดหาผู้สนับสนุนทางการตลาด การให้สิทธิช่วงแก่ผู้ประกอบการสื่อรายอื่น





