
โดยมาจากยอดขายลดลงของแบรนด์ “โอ้กะจู๋” โดยเฉพาะในรูปแบบ Full-Service Restaurant และ Delivery & Kiosk และแบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” จากภาวะกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค
แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.1% จากแบรนด์โอ้กะจู๋ รูปแบบ Full-Service Restaurant และ Delivery & Kiosk จากเมนูใหม่ Fresh roll ซึ่งเปิดตัวเดือนเมษายน และได้รับผลตอบรับดี รวมถึงการขยายสาขาแบรนด์ “โจ วิงส์” 4 สาขา และแบรนด์โอ้ จู๊ซ 1 สาขา และการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “กริลล์ แอนด์กราวด์” 1 สาขา จากการปรับเปลี่ยนร้านโอ้กะจู๋เดิม สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดี สร้างยอดขายในเดือนมิถุนายนชดเชยยอดขายที่หายไปในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ปิดร้านโอ้กะจู๋ สาขาเดิมเพื่อปรับปรุงพื้นที่
ขณะที่การเติบโตของรายได้จากการขายสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ -29.6% (หรือเกือบ 30%) ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 ที่ -39.4% จากการเปิดตัวเมนูใหม่ Fresh roll ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงวันหยุดเทศกาลเดือนเมษายน รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มความหลากหลาย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและรักษาฐานลูกค้า
สรุปไตรมาส 2 ปี 2569 ขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาท ลดลง 48.6 ล้านบาท หรือ -205.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากรายได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ ประกอบกับการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าทรัพย์สิน ส่วนปรับปรุงอาคารที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้ เนื่องจากปิดสาขาเดลิเวอรี่ 2 สาขา หากเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ผลขาดทุนสุทธิลดลง 5.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17.9%
ส่งผลให้ธุรกิจ OKJ มีผลประกอบการ “ขาดทุน” 3 ไตรมาสต่อเนื่อง นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 ขาดทุน 34.3 ล้านบาท ต่อมาไตรมาส 1 ปี 2569 ขาดทุน 30.4 ล้านบาท และล่าสุดไตรมาส 2 ปี 2569 ขาดทุน 25 ล้านบาท
งวด 6 เดือน ขาดทุน 55.4 ล้านบาท
งวด 6 เดือนแรกปี 2569 OKJ มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,159 ล้านบาท ลดลง 234 ล้านบาท หรือ -16.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากยอดขายที่ลดลงของแบรนด์ “โอ้กะจู๋” โดยเฉพาะในรูปแบบ Full-Service Restaurant และ Delivery & Kiosk และแบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” ภายใต้ภาวะกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค ขณะที่ยอดขายแบรนด์ “โจ วิงส์” และแบรนด์โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล เติบโต เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงยังมียอดขายจากแบรนด์ใหม่ “กริลล์ แอนด์กราวด์”
ส่วนการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ -35% สาเหตุหลักจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวลง การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังคงอยู่ในระดับสูง
สรุปงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 OKJ ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 55.4 ล้านบาท หรือ -163.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ ประกอบกับการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าทรัพย์สิน ส่วนปรับปรุงอาคารที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้ เนื่องจากปิดสาขาเดลิเวอรี่ 2 สาขา
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 OKJ มีแบรนด์ “โอ้กะจู๋” 44 สาขา, แบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” รวม 25 สาขา แบรนด์ “โจ วิงส์” 11 สาขา, แบรนด์ โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล 1 สาขา และเปิดตัวร้านอาหารและเครื่องดื่ม แบรนด์ใหม่ Grill & Ground (กริลล์ แอนด์กราวด์) สาขาแรกที่สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก
โดยแบรนด์ “โอ้กะจู๋” ทำรายได้เป็นสัดส่วน 81.9% “โอ้ จู๊ซ” สัดส่วน 10.4% “โจ วิงส์” สัดส่วน 6.4% Grill & Ground สัดส่วน 0.6% และ โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล สัดส่วน 0.4%
อ่านเพิ่มเติม



