
คุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ หรือ OKJ กล่าวว่าแม้ผลประกอบการติดลบ 2 ไตรมาสติดกัน แต่หากดู EBITDA ยังเป็นบวก สะท้อนได้ว่าธุรกิจยังสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ และไม่มีปัญหาด้านการเงินและสภาพคล่อง
โดยช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ต้องเร่งแก้โจทย์ติดลบให้กลับมาเป็นบวก ด้วยการปรับแผนการลงทุนขยายสาขาใหม่อย่างระมัดระวัง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว การบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการทำกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น
แผนขยายสาขาปี 2569
หลังจากไตรมาสแรกเปิดร้านโจ วิงส์ 1 สาขา ช่วงเวลาที่เหลือจะเปิดสาขาเพิ่มดังนี้
– โอ้กะจู๋ เปิด 1 สาขาไตรมาส 3 (ปัจจุบัน 45 สาขา)
– โอ้ จู๊ซ เปิด 1 สาขา ไตรมาส 2 และ 1 สาขา ไตรมาส 3 (ปัจจุบัน 25 สาขา)
– โจ วิงส์ เปิด 4 สาขา ไตรมาส 2 เปิด 5 สาขา ไตรมาส 3 และ 2-3 สาขา ไตรมาส 4 (ปัจจุบัน 7 สาขา)
– โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล 1 สาขา (ปีนี้ไม่ขยายเพิ่ม)
เจาะกลยุทธ์ดันรายได้
สำหรับกลยุทธ์การตลาดปี 2569 เพื่อผลักดันรายได้และกำไรให้กลับมาเป็น “บวก” สรุปรายแบรนด์ดังนี้
โอ้กะจู๋
– แบรนด์หลัก “โอ้กะจู๋” มีหลายอย่างต้องปรับปรุง จากการรับฟังเสียงของผู้บริโภค เริ่มที่ Size ได้เริ่มปรับขนาดเมนูอาหารเล็กลงและราคาลดลง มาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อน ด้วยเมนู Baby Size เพื่อรับประทานง่ายขึ้น เป็นทางเลือกสำหรับคนที่มาทานคนเดียวและคนที่ต้องการทานหลากหลายเมนู เช่น เมนู Fresh Roll ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนผู้ซื้อและกลุ่มซื้อซ้ำ ทั้งกลุ่มคนทำงานและซื้อกลับ รวมทั้งจะมีสินค้าใหม่ในแนวทางนี้ออกมาต่อเนื่อง การออกสินค้าใหม่ จะช่วยดึงทราฟฟิกมาที่โอ้กะจู๋ ให้ได้ตามเป้าหมายในช่วงครึ่งปีหลัง
– พัฒนาเมนูมินิไซซ์ สำหรับชาวออฟฟิศ ที่ทานง่าย ราคาไม่แพง สะดวกรวดเร็ว รวมทั้งศึกษาการทำ OKJ Express ที่ทำเป็น เดลิเวอรี่ เซ็นเตอร์ รวมทุกแบรนด์ของ OKJ เจาะลูกค้าออฟฟิศ
– ปรับโครงสร้างเมนู “โอ้กะจู๋” ใหม่ ให้เป็น Everyday Meal เพื่อตอบเจทย์ทั้งเรื่องขนาดและราคา (Size and Price) เพราะลูกค้าโอ้กะจู๋ มีทั้งกลุ่มคนทำงาน ครอบครัว และกลุ่มทานกับเพื่อน จึงต้องการตอบโจทย์ความถี่ในการเข้าร้านของทุกกลุ่มมากขึ้น จากเดิม 2-3 เดือนครั้ง เป็น เดือนละ 2-3 ครั้ง และให้สิทธิประโยชน์กับสมาชิก
โอ้จู๊ซ
– เป็นร้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีการแข่งขันสูง จากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และแบรนด์อื่นๆ ในตลาดที่ทดแทนกันได้ หลังจากออก 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ 1.Loveberry Kissabel และ 2. Applekiss Takeover โดยมีคุณปอนด์ ณราวิชญ์ เป็น Brand Admirer ซึ่งเป็นเมนูน้ำผลไม้ที่ปรับราคาลดลงเพื่อให้เข้าถึงง่าย ทำให้ยอดขายไตรมาสแรกดีขึ้น
– แบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเป็น Everyday Drink เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โจทย์ที่ต้องแก้ต่อไปคือ เพิ่มความถี่และทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยเมนูใหม่ๆ
โจวิงส์
– แบรนด์ร้านไก่ทอด โจ วิงส์ ปัจจุบันมี 7 สาขา กลยุทธ์ปีนี้คือขยายให้ได้ 16-20 สาขา และมีแผนออกรสชาติใหม่และซอสดริปรสชาติใหม่ๆ รวมทั้งระบบสมาชิก
เปิดตัวแบรนด์ใหม่ grill & ground
– เปิดตัวแบรนด์ใหม่ grill & ground โมเดิร์นสเต๊กและสลัดบาร์ เพื่อทำให้ Ecosystem ของกลุ่ม OKJ แข็งแรงมากขึ้น โดยยังคงคอนเซ็ปต์อาหารสุขภาพ
– grill & ground เป็นร้านสเต๊กและสลัดบาร์บุฟเฟต์ เป็นช่องว่างใหม่และไม่ disrupt โอ้กะจู๋ แต่เป็นการขยายโอกาสในกลุ่มที่โอ้กะจู๋ ยังเข้าไม่ถึง โดยโอ้กะจู๋ ยังเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงด้าน Organic farm to table ในกลุ่มลูกค้าที่ห่วงใยดูแลสุขภาพ
– ส่วนแบรนด์ grill & ground เป็นกลุ่มที่เจาะช่องว่างคนที่ต้องการกินสเต๊ก แบบ Casual อร่อย คุ้มค่า ส่วนหนึ่งแก้ pain point ของโอ้กะจู๋ ที่เป็นพอร์ชั่นใหญ่ (Portion Size) และทานไม่หมด
– เมนู grill & ground เป็นพอร์ชั่นไม่ใหญ่เกินไป สลัดบาร์บุฟเฟต์ตักได้ไม่อั้น ซึ่งจะมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์โอ้กะจู๋ เข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจดูแลสุขภาพ โดยราคาเริ่มต้น 259 บาท ยอดขายต่อบิลอยู่ที่ 259-300 บาท (โอ้กะจู๋ ยอดขายต่อบิลอยู่ที่ 500 บาท) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน คนรุ่นใหม่ Gen Z มาใช้บริการมากขึ้น
– ปีนี้เปิดร้าน grill & ground วางแผนเปิด 5 สาขา โดยเป็นการเปลี่ยนสาขาโอ้กะจู๋เดิม ซึ่งจะเลือกจากสาขาที่ถึงระยะเวลาต้องรีโนเวท, พื้นที่ทำเลนั้นมีร้านโอ้กะจู๋สาขาอื่นรองรับเพียงพอ และพื้นที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย grill & ground
– นอกจากนี้จะหาทำเลเปิดใหม่ด้วย ใช้พื้นที่ 280 ตารางเมตรขึ้นไป มีจำนวน 80-120 ที่นั่ง ตั้งเป้าหมายยอดขายเดือนละ 6 ล้านบาท คาดคุ้มทุนใน 10-12 เดือน
– ร้าน grill & ground เตรียมเปิดสาขาแรกต้นเดือนมิถุนายนนี้ ที่ The Paseo Park กาญจนาภิเษก (ร้านโอ้กะจู๋ เดิม)
จากการปรับกลยุทธ์ของ OKJ แนวโน้มไตรมาส 2 ภาพรวมผลประกอบการน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก แต่อาจจะยังไม่กลับมาเป็นบวกในทันที เชื่อว่าช่วงครึ่งปีหลังจากการปรับกลยุทธ์ต่างๆ การบริหารจัดการต้นทุน จะช่วยเพิ่มยอดขายต่อสาขาได้ รวมทั้งการปรับ Product Mix ที่เหมาะสมของแต่ละแบรนด์ และการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ grill & ground จะสะท้อนผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกมากขึ้นในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม






