HomeBrand Move !!OKJ แก้เกมขาดทุน 3 ไตรมาสติด “โอ้กะจู๋” ปรับเมนู ลดไซซ์ ราคาใหม่รวม VAT ไม่มีเซอร์วิสชาร์จ เริ่มต.ค.นี้ 

OKJ แก้เกมขาดทุน 3 ไตรมาสติด “โอ้กะจู๋” ปรับเมนู ลดไซซ์ ราคาใหม่รวม VAT ไม่มีเซอร์วิสชาร์จ เริ่มต.ค.นี้ 

แบรนด์ใหม่ Grill & Ground ยอดขายเกินเป้า

แชร์ :

ธุรกิจร้านอาหารสุขภาพ OKJ เจ้าของร้านอาหารแบรนด์ดัง “โอ้กะจู๋” มีผลประกอบการ “ขาดทุน” 3 ไตรมาสต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ขาดทุน 34.3 ล้านบาท ไตรมาส 1/2569 ขาดทุน 30.4 ล้านบาท  และไตรมาส 2/2569 ขาดทุน 25 ล้านบาท จากปัจจัยกำลังซื้อลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันสูงในธุรกิจร้านอาหาร

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

คุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ หรือ OKJ กล่าวว่าแม้ไตรมาส 2 ยังมีตัวเลขขาดทุน แต่ยอดขายเติบโต 2.1% เป็นการกลับมาเติบโตอีกครั้งในรอบหลายไตรมาส โดยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปรับตัวดีขึ้นคือติดลบลดลง จาก -39.4% ไตรมาสแรกปี 2569  เป็น  -29.6% ในไตรมาส 2  จากการเพิ่มเมนูใหม่ Fresh Roll และโปรโมชั่นของร้านโอ้กะจู๋

ขณะที่ตัวเลขขาดสุทธิ 25 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ก็เป็นอัตราที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุขาดทุนมาจากต้นทุนค่าใช้จ่าย การตัดค่าเสื่อมและลงทุนขยายสาขาใหม่ของแบรนด์ในเครือ

เร่งแก้เกมขาดทุน

โดยภาพรวมการแก้ปัญหาขาดทุนมี 3 เรื่องหลัก

1. Fix Core – การพัฒนาธุรกิจหลักแบรนด์ “โอ้กะจู๋” ร้านอาหารสุขภาพที่ลูกค้าเลือก ให้เติบโตขึ้นมาใหม่ โดยจะทำให้ยอดขายสาขาเก่าฟื้นตัวขึ้น เพิ่มทราฟฟิกผู้ใช้บริการ เพิ่มความถี่ใช้บริการ การปรับปรุงบริการต่างๆ การออกเมนูใหม่

2. Selective Growth – การขยายสาขาแบรนด์ใหม่ “โจ วิงส์”  และ Grill & Ground  ทั้งการเลือกทำเลที่ถูกต้อง โปรดักท์ใหม่

3. Cost Transformation – ปรับปรุงต้นทุนให้ลดลง โดยการเติบโตจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ไม่ได้มาจากการใช้เงินทุนก้อนใหม่เพื่อสร้างการเติบโต โดยให้บทบาทของแต่และแบรนด์ชัดเจนขึ้น

สรุป 6 กลยุทธ์หลักสร้างรายได้

1. Bakery Product Line  เพิ่มความหลากหลายและจำนวน SKU มากขึ้น จุดวางจำหน่ายหน้าสาขาโอ้กะจู๋และโอ้ จู๊ซ และใช้พื้นที่ครัวกลางในการผลิต เป็นการใช้กำลังการผลิตของโรงงานให้มากขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและกำไรดีขึ้น

2. Next Growth Engine พัฒนากลุ่มฟังก์ชั่นนอลฟู้ด รองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าดูแลสุขภาพที่ขยายตัวมากขึ้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโปรดักท์ เป็นการต่อยอดจากภาพลักษณ์แบรนด์อาหารสุขภาพของโอ้กะจู๋

3. Longevity Project กำลังอยู่ในขั้นการพัฒนาโปรเจกต์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

4. New Brand in Food & Restaurant  การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Grill & Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์ราคาเริ่มต้น 259 บาท จับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่แบรนด์เดิมยังเข้าไม่ถึง ปี 2570 จะเปิดตัวแบรนด์ใหม่อีก 1 แบรนด์

5. Trading Sales ขยายกลุ่ม B2B จำหน่ายสินค้าโอ้กะจู๋  ในร้าน Cafe Amazon ขายแล้วกว่า 600 สาขา และนำเสนอสินค้าใหม่

6. New Product Development  การปรับปรุงเมนูใหม่ของโอ้กะจู๋  มีผลทั่วประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ดึงเมนูยอดขายไม่ดีออก เพิ่มเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

“โอ้กะจู๋” ปรับครั้งใหญ่ 3 เรื่อง 

สำหรับแบรนด์หลัก “โอ้กะจู๋” จากการรับฟีดแบคลูกค้าและโซเชียลมีเดีย เรื่องหลักๆ คือ ไซซ์เมนูอาหารใหญ่ ราคา การบริการ จึงได้นำมาแก้ไขและปรับปรุง 3 เรื่องหลักในทุกสาขาทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569

1. Revamp การปรับปรุงเมนูใหม่ ลดจำนวนเมนูลง ทำให้ขั้นตอนการทำอาหารลดลง และเสิร์ฟอาหารได้เร็วขึ้น แก้เรื่องบริการให้ลูกค้า

2. Re-Price  ปรับราคา โดยใช้ราคารวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีเซอร์วิสชาร์จ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569

3. Re-Size ปรับไซซ์ หรือ Portion ปริมาณอาหารให้เล็กลง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทานคนเดียว โดยเริ่มเปิดตัวเมนู Baby Size มาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ครั้งนี้จะปรับใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้นทั้งเรื่องราคา ตัวเลือกเมนู เชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามาใช้บริการได้ถี่ขึ้น จากเดิมเดือนละ 1 ครั้ง จะเพิ่มเป็นเดือนละ 2-3 ครั้ง

การปรับปรุงแบรนด์ “โอ้กะจู๋” ครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายสาขาเดิมดีขึ้นด้วย

แบรนด์ใหม่ Grill & Ground ยอดขายเกินเป้า

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Grill & Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์ ราคาเริ่มต้น 259 บาท สาขาแรก พาซิโอ พาร์ค กาญจนา (เปลี่ยนจากร้านโอ้กะจู๋) โดยมีจุดขายสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์  ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า เดือนมิถุนายนทำยอดขายได้ 6 ล้านบาท เดือนกรกฎาคม ทำยอดขายได้ 8 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้

โดยลูกค้าใช้จ่ายต่อบิล 300 บาท  (โอ้กะจู๋ 450-500 บาทต่อบิล) โดยส่วนหนึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมโอ้กะจู๋ และเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยใช้บริการโอ้กะจู๋

ปีนี้ตั้งเป้าเปิดอีก Grill & Ground 5 สาขา เป็นการรีโนเวทสาขาเดิมของโอ้กะจู๋  โดยเลือกสาขาที่มีโอ้กะจู๋อยู่ใกล้เคียงกันและทราฟฟิกดี ปีนี้ทดลองเปิด 6 สาขาก่อนจะวางแผนขยายสาขาในปี 2570

ส่วนแบรนด์ “โจ วิงส์” เป็นรูปแบบ QSR ปัจจุบันมี 11 สาขา ปีนี้ขยายอีก 9 สาขา รวมเป็น 20 สาขา โดยเริ่มทดลองเปิดในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าในห้างและทำรายได้ดี คาดว่าแต่ละสาขาจะคืนทุนใน 2 ปี

“โอ้ จู๊ซ” พบว่ามียอดขายลดลงจากการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม โดยมีแบรนด์ใหม่ๆ เปิดตัวมากขึ้นโดยะฉพาะตลาดชา  ปีนี้ต้องเร่งฟื้นยอดขายและกำไรสาขาเดิม ด้วยการออกสินค้าใหม่ เมนูอินโนเวชั่น ส่วนการขยายสาขากำลังดูทำเลอยู่ 4-5 แห่ง

ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569  OKJ  มีแบรนด์ “โอ้กะจู๋” 44 สาขา, แบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” รวม 25  สาขา  แบรนด์ “โจ วิงส์” 11 สาขา, แบรนด์ โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล 1 สาขา และเปิดตัวร้านอาหารและเครื่องดื่ม แบรนด์ใหม่ Grill & Ground สาขาแรกที่สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก  รวมทุกแบรนด์จำนวน 82 สาขา ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสาขารวม 91 สาขา

ในเดือนสิงหาคมนี้ ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น OKJ Membership  เป็นแอปรวมทุกแบรนด์ในเครือ  สะสมแต้มแลกของ ส่วนลด  ปัจจุบันมีสมาชิก 4.52 แสนราย เป็นการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า เพิ่มความถี่ลูกค้าใช้บริการด้วยการทำโปรโมชั่น ตอบโจทย์ลูกค้าทุกแบรนด์ในเครือ

ปัจจุบัน OKJ ไม่ได้พึ่งพาแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอีกต่อไป แต่ละสร้างอีโคซิสเต็มและแพลตฟอร์มอาหารสุขภาพที่มีหลากหลายแบรนด์ หลายช่องทางและหลายระดับราคา เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like